วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำตามกติกาเมื่อโดนtag



   ...เมื่อtag มาก็ต้องตอบตามกติกา..
              หัวข้อแรก ที่มาของชื่อ..
                                      ..นาลันทา.. เป็นชื่อชุมชนเมื่อครั้งพุทธกาล แปลว่า เป็นสถาณที่ ที่ไม่เคยปฎิเสธการให้..เป็นที่ซึ่ง ภิกษุ และนักบวชต่างๆ
 มารวมตัวกันเพื่อ พักภาวนา ทำความเพียร ต่อมาได้กลายมาเป็น แหล่งศึกษาและปฏิบัติของชาวพุทธทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา
ก็ได้  นาลันทาตั้งอยู่ที่ ชานเมืองราชคฤห์ อยู่ห่างจากกรุงราชคฤห์ ประมาณ 1 โยชน์ หรือ 16 กม. นาลันทารุ่งเรืองมาก ในสมัยพุทธกาล.
     ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 นั้น, มหาวิทยาลัยนาลันทา เจริญรุ่งเรืองมาก เป็นมหาวิทยาลัย ที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด มีชื่อเสียงมากที่สุด 
มีห้องประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งบรรจุผู้ฟัง ได้มากกว่าพันคนขึ้นไป มีถึง 8 ห้อง, มีห้องเรียนกว่า 300 ห้อง, มีห้องพระคัมภีร์ขนาดใหญ่ และมีหอพักนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยพร้อม
โดยมีโรงครัว ยุ้งฉาง สำหรับการหุงหาอาหาร เลี้ยงพระนักศึกษา เหล่านั้นด้วย.
ในมหาวิทยาลัยนาลันทาทั้งหมด มีที่พักสำหรับนักศึกษาถึง 10,000 คน พร้อมด้วย อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ อีกประมาณ 1,500 คน มีกฎเกณฑ์เข้มงวดมาก
นักศึกษาผู้เข้าใหม่ กว่าจะถูกรับเข้าสถาบันได้ จะต้องผ่านการทดสอบมากมาย. พระนักศึกษาแห่งนาลันทา ได้รับการยกย่องอย่างสูง จากทั่วทุกแห่ง.
พระภิกษุที่เรียนอยู่นี้ มีพระเจ้าแผ่นดิน เป็นองค์อุปถัมภ์ การเป็นอยู่ทุกอย่าง ให้เปล่าหมด ทั้งนี้เพื่อประสงค์ที่จะให้ สืบทอดพระพุทธศาสนา ให้มีหลักธรรม ที่ลึกซึ้งและถูกต้อง
 ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ซึ่งก็ปรากฏว่า มีพระภิกษุจากต่างแดน ได้เดินทาง เข้ามาเรียนที่นี่เช่นกัน เช่น หลวงจีนเฮียงจัง (พระถังซัมจั๋ง) เป็นต้น.
มหาวิทยาลัยนาลันทานี้ เจริญอยู่ได้ประมาณ 800 ปี จึงเริ่มเสื่อมสลายลง,แต่เหตุการณ์ ที่ทำลาย มหาวิทยาลัยนาลันทา อย่างรุนแรง คือการที่ พวกมุสลิมบุกรุก
เข้ามาฆ่าและทำลาย.
มินฮัช (Minhaj) นักประวัติศาสตร์ มุสลิมได้เล่าถึง โมฮัมเม็ด บุขเตียร์ (Mohammed Bukhtiar) ทำลายเมืองๆหนึ่ง ในแคว้นพิหารตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งวิชาการ
ของพระพุทธศาสนา แห่งหนึ่ง เมืองนี้ก็คือนาลันทา นั่นเอง.
ข้อมูลบางแหล่งว่า พวกมุสลิมซึ่งมีแม่ทัพชื่อ บักตยาร์ ขิลจิ พร้อมทหาร 200 คน บุกเข้ามาฆ่าพระสงฆ์ องค์แล้วองค์เล่า แต่พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้น ก็ยังคงนั่งกันเฉย
 ไม่ลุกหนี  ไม่ต่อสู้.
บางท่านเล่าถึง การบุกโจมตีนาลันทาว่า  “ป้อมปราการที่นี่ ช่างน่าแปลก นักรบทุกคน ล้วนแต่นุ่งห่มสีเหลือง โกนหัวโล้น ไม่มีอาวุธในมือ นั่งกันอยู่เป็นแถวๆ เมื่อเราบุกเข้าไปถึง ก็ไม่ลุกหนี ไม่ต่อสู้ เมื่อเราเอามีดฟันคอขาด คนแล้วคนเล่า ก็ยังนั่งกันอยู่เฉยๆ ไม่ร้องขอชีวิต ไม่โอดครวญ”
ตารนาถกล่าวว่า มุสลิมได้สร้างความพินาศ ย่อยยับ ให้แก่นาทา, โดยฆ่าพระภิกษุ อย่างเหี้ยมเกรียม บุกรุกทำลาย จุดไฟเผา จนนาลันทา กลายสภาพ เป็นเถ้าถ่านไป ในที่สุด.
 
    ....เห็นว่าชื่อนี้ เป็นมงคล และมีประวัติความเป็นมายาวนาน ก็เลยอัญเชิญมา เป็นชื่อบล๊อค ก็เท่านั้นเอง...
           

โดย นาลันทา

 

กลับไปที่ www.oknation.net