วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ห้าง กับ โรงเรียน


 

ร้อยเอ็ด เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่เงียบสงบ คนที่นี่มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ความเหลื่อมล้ำมีช่องไม่มากระหว่างคนรวยกับคนจน หมายถึง การใช้ชีวิตในแบบทั่วๆไป คนรวยกับคนจนเดินห้างเดียวกันกับคนชั้นกลาง (จริงๆอาจเป็นเพราะมีตัวเลือกให้ไม่มากเหมือนเมืองกรุง) แต่จะจับจ่ายใช้สอย ซื้ออะไรก็สุดแท้แต่เงินในกระเป๋า

                ก่อนที่จะมีห้างฝรั่งต่างๆ เข้ามา ร้านขายของชำ  มักเป็นที่นัดพบของบรรดา ลุงๆ ป้าๆ อาแปะ อาม่า อากง เพราะนอกจากจะเป็นมีของไว้ขายแล้ว ก็เป็นสถานที่ไว้เวสนาเหตุบ้านการเมือง พูดคุยจิปาถะ ร้านขายของชำบางร้านเป็นร้านกาแฟ บางร้านขายกาท่องโก๋ กับน้ำเต้าหู้ บรรยากาศในตอนเช้าที่ฉันคุ้นเคย คือการนั่งรถผ่านร้านเหล่านั้น พ่อจะต้องเปิดกระจกรถทักทาย ลุงๆป้าๆ ญาติผู้ใหญ่ที่ตั้งวงกาแฟ น้ำชาอยู่ วันดีที่ไม่รีบอาจได้ของแถมเป็นน้ำเต้าหู้ ปลาท่องโก๋ก่อนไปโรงเรียน ..

                ฉันไม่ปฏิเสธหรอกว่าห้างฝรั่งน่ะน่าเดินกว่าเป็นไหนๆ แอร์ก็เย็น ของก็เยอะ แถมมีร้านอาหารหรูๆ ชวนนั่งอีกด้วย มันช่างต่างจากร้านขายของชำของเจ๊แต๋ว(ชื่อเจ้าของร้าน) สิ้นดี .. ฉันเคยถามเจ๊แต๋วว่า มีห้างมาเปิดแบบนี้แล้วเจ๊แถวอยู่ได้ป่าว... คำตอบที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจอยู่ เพราะโชคดีที่เจ๊แต๋วเป็นคนพอเพียง ร้านนั่นก็บ้านแก ไม่ต้องเสียค่าเช่า แกบอกเอาพออยู่พอกิน ก็โอ (แน่ะ! มีใช้ภาษาวัยรุ่นอีก) มีคนบางส่วนที่ขี้เกียจขับรถไปห้าง หรือต้องการซื้ออะไรเพียงเล็กน้อย ก็ลงเอยที่ร้านเจ๊แต๋วนี่แหละ ฉันนึกอยากเรียกมันว่า ร้านสะดวกใจจะซื้อ เพราะระหว่างคนซื้อกับคนขายก็เป็นเหมือนญาติกัน รู้จักกันมานาน บางทีฉันแทบไม่ต้องให้เจ๊แกหยิบของให้ เดินไปหยิบแล้วเอาตังส์บางไว้เลยก็มี บางทีถึงกับให้เราทอยเงินเอง ... เพราะความไว้ใจ  ไม่เหมือนกับห้างที่มีพนักงานเช็คของ เสร็จแล้วก็ยกมือไหว้เรา บางทีอายุเยอะกว่าแม่เราอีก เกรงใจ๊ เกรงใจ พนักงานบางคน ก็ทำให้นึกในใจว่า "ไหว้อย่างนี้เอาไม้ตีหัวตูเลยมั้ย?! " ฮ่าฮ่า ^^

                แต่ที่เล่ามาก็เป็นสังคมเมือง ... ฉันเป็นชนชั้นกลาง ลูกข้าราชการธรรมดา มีพอกิน ไม่ได้อดมื้อกินมื้อ ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป สิ่งที่โดนปลูกฝั่งมาตั้งแต่เล็กๆ คือ เรียนให้ได้คะแนนดีๆ ไม่ได้คิดถึงเรื่องค้าขาย เอากำไร ไม่จำเป็นต้องปากกัด ตีนถีบ พ่อฉันเป็นข้าราชการครูแต่สอนที่โรงเรียนต่างอำเภอ เกือบทุกเรื่องที่พ่อกลับมาบ่นให้ฟัง ล้วนแต่หน้าเศร้าใจทั้งนั้น

                  มีตัวอย่างหนึ่งที่พ่อเล่า คือเด็กหญิงคนหนึ่ง ตั้งใจเรียนดี มีความขยันพอควร ที่บ้านก็ไม่ใช่ไม่มีปัญญาส่งลูกให้จบตาม พรบ. บัญญัติไว้ แต่ปัญหามันอยู่ที่ทัศนคติของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ยืนยันจะเอาเด็กออกไปช่วยทำงานที่บ้านให้ได้ ฉันฟังแล้วนึกแปลกใจ ทำไมเขาคิดแบบนี้กัน ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจหรือได้รับคำตอบจากใครๆ และก็ไม่ได้โทษแม่พ่อเด็กที่คิดแบบนั้น แต่ที่รู้คือ นี่แหละปัญหาหลักอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดในชนบท สถานที่ที่คนคิดหลักสูตร หรือบุคคลผู้ปฏิรูปการศึกษาไม่ได้มาสัมผัสจริงจัง ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองย้ำเสมอว่า ต้องปฏิรูปการศึกษา มีการจัดหลักสูตร อบรมบุคลากร ตั้งคณะกรรมการ นั่น นี่ โน่น ...  

                ในเมื่อมีห้างฝรั่งให้เรา เดินเล่น โฉบฉายไปมาแลดูเจริญหูเจริญตาเสียจริง  แต่ในแง่ของทัศนคติที่มีกับการศึกษานั้นทำไมไม่พัฒนาให้เท่ากับจำนวนห้างที่กำลังมีโครงการจะก่อสร้างอยู่ น่าจะมีการให้ทัศนคติใหม่กับชาวบ้านชนบท กลุ่มคนที่เห็นความสำคัญของการศึกษาน้อยที่สุด การศึกษาทำให้คนเท่าเทียมกันจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกชาวนา หรือลูกนายก ถ้าจบด็อกเตอร์ปริญญาใบเดียวกัน ศักดิ์ศรีทางการศึกษาก็ย่อมไม่ต่างกัน  ....

                 กล้วยไม้ออกดอกช้า                ฉันใด

              การศึกษาย่อมเป็นไป                  เช่นนั้น

              แต่ออกดอกคราใด                      งามเด่น

              การศึกษาปลูกปั้น                       เสร็จแล้ว  แสนงาม

                                                                                               หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

โดย wannabeme

 

กลับไปที่ www.oknation.net