วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดอกกวีจึงเบ่งบานเหนือลานภู


ดอกกวีจึงเบ่งบานเหนือลานภู

๑...

   มาเถิดหนุ่มสาวเจ้าเอย...                 มาเปลื้องเผยความฝันความปรารถนา

มาขับขานบทเพลงแห่งอิศรา               มาเรียงร้อยจินตนาวรรณกรรม

ผองเธอคือต้นธารแห่งเสรี                   ขีดเขียนบทกวีอันลึกล้ำ

สะท้อนผ่านความคิดนิมิตรกรรม          เป็นลำนำความขัดแย้งความแบ่งปัน

๒...

   ท่ามกลางยุคสมัยคล้ายหมองเศร้า   ระหว่างเราระหว่างเขาระหว่างนั้น

เราจะยังหยัดยืนอย่างไรกัน               ระหว่างฉันระหว่างเธอจึงเพ้อครวญ

ครวญคำรำพันให้หวามไหว               บนความแปลกแยกครั้งใหม่ความไห้หวน

โอ้..ว่าเจ้าดอกราตรีดอกลำดวน         ดอกกวีร้องคร่ำครวญด้วยเหตุใด

๓...

ผ่านเลยยุคสมัยไทยแบ่งแยก         หากรอยแตกยิ่งกว้างกว่าครั้งไหน

ความเป็นคนหล่นร่วงในราวไพร     หรือในเมืองศิวิไลซ์มหานคร

ดอกกวีจึงเบ่งบานเหนือลานภู        กลางสายฝนพรมพรูฤดูย้อน

คือเรื่องราวพราวไพรพเนจร          เมื่อลมมรสุมมหานครพัดผ่านไป.

หมายเหตุ

    ก่อนเดินทางออกจากหุบเขาพญาฝ่อ   ผมตั้งใจโพสต์บทกวีเอาไว้ในบ้านกวีหุบเขาพญา  เพื่อเป็นการต้อนรับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาววรรณกรรมที่จะมาชุมนุมกันบนภูพังเหย  อุทยานไทรทอง  หนองบัวระเหว  ชัยภูมิ   

   หากทว่าชิ้นงานนี้ได้ปรับปรุงแก้ไขเล็กน้อยให้สอดคล้องกับบรรยากาศแห่งการพูดคุย  แต่ความไม่ประสาในเรื่องเทสโนโลยี่เช่นนี้  กวีหุบเขาก็เลยทำให้ข้อความดีๆจากเพื่อนมิตรต้องหล่นหาย  ต้องขอโทษขออภัยไว้ในที่นี่ด้วย

  ค่ำคืนที่หมอกห่มคลุมเหนือลานภูพังเหย   อุทยานไทรทอง  พวกเราชาววรรณกรรมที่ราบสูงนั่งล้อมวงคุยกันที่ผาพ่อเมืองจนดึกดื่น  ท่ามกลางอากาศที่หนาวยะเยือก   บรรยากาศและความอบอวญแห่งมิตภาพบนภูผาสูงจะเป็นอย่างไรนั้น   ผมขอทอดเวลาไปสักระยะ   เพื่อรอคอยรูปภาพที่น้องนุ่งจะส่งมาให้   ผมเองไม่ประสาดอกในเรื่องแบบนี้  

ขอบคุณทุกท่านที่เยือนกวีหุบเขาพญาฝ่อ  เรายังรักกันอยู่เหมือนเดิมนะครับ.

โดย เยี่ยมทองน้อย

 

กลับไปที่ www.oknation.net