วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปารีส ร้ายไม่ใช่เล่น


แปลกจัง เวลาอากาศดีๆ แดดจัดๆ ร้านอาหารไทยไม่ยักยุ่งแฮะ
พอหนาวๆหรือฝนตก คนกลับแน่นร้าน วันนี้เลยวิ่งวุ่น ขาลาก
จดผิด จดถูก เสิร์ฟพัลวันไปหมด
ยังไงเสียก็ต้องทำงานเก็บทุนทรัพย์ไว้เปิดหูเปิดตา ก่อนจะหมดวัยมันส์



ย้อนกลับไปสองอาทิตย์ก่อนเช้าวันเสาร์ที่ปารีส วันที่ตื่นมาด้วยความมึน
แปลกที่ทีไรนอนไม่ค่อยหลับทุกที
เช้านี้เราจะย้อนกลับไปดูหอไอเฟิลภาคกลางวัน หลังจากที่ไปดูภาคกลางคืนมาแล้ว




จะกลางวันหรือกลางคืน ไอเฟิลไม่เคยได้พัก ต้อนรับแขกตลอดเวลา


พวกเราเริ่มวันด้วยการเดินไปร้านขายขนมปังและกาแฟ ร้านเล็กๆ ไม่มียี่ห้อ
ใครๆก็บอกว่าขนมอบที่ฝรั่งเศสอร่อย พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่าอร่อยจริงๆ
ร้านข้างถนนอย่างนี้แค่ครัวซอง กาแฟใส่นมสดก็ติดใจแล้ว แถมถูกด้วย
มื้อเช้านี้จ่ายไปแค่ 2.5 ยูโรเอง



มุ่งหน้ากลับไปหอไอเฟิ้ว (หรืออิเฟ้ว ไม่แน่ใจ) ต่อรถหลายต่อ
ควักกล้องถ่ายรูปจากกระเป๋าเข้าๆออกๆมาถ่ายรูปหลายหน
เจออะไรก็อยากจะบันทึกไว้เสียหมด (ตื่นเต้นตลอดเวลา)
ไปถึงบริเวณหอไอเฟิลประมาณสิบโมงเช้า เจอคนเข้าคิวขึ้นหอเป็นขโยง
ไม่นึกว่าใครๆ จะอยากขึ้นหอที่สูงเสียจนเสียวไส้ขนาดนี้ หอไอเฟิลมีสี่ขา คนรอคิวขึ้นเต็มทุกขา
ลานด้านล่างใต้หอไอเฟิลเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว คนขายของ(หาบมาขาย)
และขอทาน ดูวุ่นวายมาก และเสียงของหายมาก
(มีทหารถือปืนใหญ่ๆ เดินอยู่รอบๆบริเวณ แต่ก็แค่เดินขู่)


มุมจากสะพานข้ามแม่น้ำ




เวลาใกล้เที่ยง ผู้คนเริ่มซาลงบ้างแล้ว


เราเข้าแถวอยู่ชั่วโมงกว่านึกอยู่ในใจว่าเอาวะ สูงแค่ไหนแพงแค่ไหน
(สิบกว่ายูโรเพื่อขึ้นถึงชั้นบนสุดด้วยลิฟท์) มาทั้งทีก็ต้องไปให้เห็นกับตา

จะต้องจ่ายเงินซื้อตั๋วแล้ว เปิดกระเป๋าสะพายล้วงๆ ควานๆหากระเป๋าตัง
อยู่ไหนนะ ทำไมไม่เจอ เปิดซิบดู ล้วงๆๆๆๆๆ เอาทุกอย่างออกมากองๆ
ว้าย ใจหายแว้บบบบ กระเป๋าตังฉันหายยยยย 
คราวนี้ใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มโน่น สมองก็พลอยหล่นตุ๊บตามไปอีก งงเป็นไก่ตาแตก
เอาละสิ ตัดสินใจเดินออกจากแถวไปกับพี่ใจดี ทิ้งเพื่อนอีกสี่คนให้ขึ้นหอไป

ฉันเดินไปถามพนักงานคุมแถวว่าตำรวจอยู่ไหน "โพลิส โพลิส"
เค้าชี้ๆไป อ้อทางโน้น "ขอบคุณค่ะ"
เดินแบบโหวงๆ ไปหาตำรวจที่ตู้โพลิสติดขาหอไอเฟิล
"ชั้นทำกระเป๋าตังหาย มีใครเก็บได้เอามาคืนไหม" (ยังจะหวัง)
"ไม่มีเลย"
"ชั้นจะแจ้งความได้ไหม"
"ได้ ถ้าคุณอยากแจ้งความ คุณต้องเดินไปสถานีอยู่ริมแม่น้ำนี่แหละ เดินเลาะๆแม่น้ำไปได้ไม่ยาก
หรืออยากขึ้นเมโทรไปก็ได้ไม่ไกลหรอก"
"ขอบคุณมากค่ะ (แล้วพวกคุณมานั่งรอบอกว่าสถานีตำรวจอยู่ไหนแค่เนี้ยนะ
ภาษาอังกฤษคุณฉันก็ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่ฉันไม่โทษคุณหรอก
ภาษาฉันก็ไม่แข็งแรงพอกัน)"

ฉันตัดสินใจเดินกลับไปที่สถานีเมโทร เผื่อทำหล่นมีคนเก็บเอาไปฝากที่ lost and found
สถานีแรก ใกล้กับหอไอเฟิล อาสาสมัครช่วยให้ข้อมูลวัยรุ่น บอกว่าต้องถามคนที่โต๊ะ information

เล่าซ้ำอีก "กระเป๋าเงินหายเมื่อเช้านี้ อาจทำหล่นในเมโทร ช่วยเช็คให้หน่อยได้ไหม"
"คุณต้องกลับไปถามที่สถานีที่คุณผ่านเอง"
"คุณมีวิธีที่จะเช็คให้จากตรงนี้ได้ไหม"
"ฉันทำให้ไม่ได้"
ห่อเหี่ยวมากใจฉัน เอาเข้าไป บรรลัยจริงๆวันนี้


พี่กุ๊ก (ที่สละเวลาเที่ยวมาช่วยตามหากระเป๋า) เตื่อนสติว่า
"พี่ว่าโอกาสได้คืนมันน้อย ตอนนี้นึกดีกว่าว่าต้องยกเลิกบัตรอะไรบ้าง"
ใช่ เงินในกระเป๋ามีไม่เท่าไหร่ บัตรมันเอาไปใช้คงไม่ได้(มั้ง)
แต่ฉันอยากได้ของรักสองอย่างในกระเป๋าตังคืน

ฉันกำลังจะโทรยกเลิกบัตร ที่ห่วงมากคืนเครดิตคาร์ด
เพราะแค่เซ็นต์แกร๊กเดียว (ถ้าปลอมลายเซ็นต์เหมือน มันก็คงรูดผ่านแล้ว)
กรรม!!!!! ฉันทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่โรงแรม เพราะคิดว่าหนักกระเป๋า พกมาก็ไม่ได้ใช้

"ยืมโทรศัพท์พี่โทรก็ได้" พี่กุ๊กผู้ใจดีบอก
เอาละรับโทรศัพท์มา กรรมซ้ำ!!!!!!!!!!!!ไม่มีเบอร์ ต้องโทรบอกอา (บัตรเสริมจากบัตรอา)
 กรรม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!อีก
อาทำงาน จำเบอร์อาไม่ได้เลย
จำได้แต่เบอร์น้อง โทรหาน้อง น้องทำงานไม่ว่างรับ โทรหาแม่ให้แม่โทรหาอา

"แม่ ลูกเองนะ ยู่ปารีส ทำกระเป๋าตังหาย
แม่โทรบอกอาให้โทรยกเลิกบัตรด้วยนะ ด่วนเลยนะแม่ บอกตอนนี้เลย"

ยกเลิกบัตรที่เมืองไทยเสร็จ ยังมีกรรมมันยังไม่หมดอีก
บัตรเดบิตอีกสองใบ ธนาคารที่อังกฤษ
ถึงเงินในบัญชีจะถึงจุดต่ำสุดแต่เดบิตมันเอาไปใช้เกินเงินที่มีในบัญชีได้
ถ้าขโมยมันเอาบัตรเราไปใช้แถมใช้เกินฉันจะถูกธนาคารปรับอีกหลายสิบปอนด์

"โทรยกเลิกบัตรเลยนะ" พี่กุ๊กบอกอีก
"ช่ายพี่กุ๊ก แต่เบอร์อะไรล่ะ"
ต้องให้เพื่อนที่อังกฤษหาเบอร์ให้แล้วล่ะ บุญยังมี เพื่อนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
หาเบอร์ปร๊าดเดียวก็ได้เบอร์
บุญยังมี ที่จำเลขบัญชีและsort code ของทั้งสองบัญชีได้ เลยใช้เวลาโทรยกเลิกแค่สองนาที

ยังหวังจะได้ของรักกลับคืนแม้ทรัพย์อย่างอื่นจะไปแล้ว เรานั่งรถไฟย้อนไปสถานีที่แวะผ่าน
ลุงพนักงานที่สถานีนี้ใจดีมาก แกช่วยเช็คว่าวันนี้มีคนเก็บกระเป๋าตังมาส่งคืนหรือไม่
พอเล่าเรื่องให้ฟังแกก็ถามว่ากระเป๋าสีอะไร หายตอนประมาณกี่โมง กระเป๋ายี่ห้อแพงมั้ย
แกหายเข้าไปในตู้information คลิกๆๆ ที่คอมพิวเตอร์ของแก ซักสี่ห้านาที ฉันใจเต้นตึกตัก
จะได้คืนมั้ยของรักของฉัน
ลุงเดินออกมา "sorry there is nothing"
ฮือๆ

ฉันบอกว่าฉันอยากแจ้งความ
ลุงบอกว่าเสียเวลาเปล่าๆ วันๆ คนกระเป๋าหายเยอะแยะ ไม่ได้คืนหรอก
เฮ้อออออออออ จิตตก  เดินคอตกจากลุงมาหลังจากขอบอกขอบใจลุงไปยกใหญ่
นั่งรถกลับไปที่หอไอเฟิลเงียบๆ ใจนึกถึงแต่ของรักในกระเป๋าตัง

ออกจากรถไฟ ฝนก็ตกลงมาซ้ำเติมกันเข้าไป เศร้าเข้าไปใหญ่
โทรกลับหาแม่อีกที แม่เล่าอย่างที่อาเล่าว่า วันนี้มีรายการใช้บัตร 800 และ 8,000บาท
แต่รายการหลังรูดไม่ผ่าน บอกแม่ว่า 800 ลูกใช้ซื้อตั๋วรถไฟ
แปดพันไม่ได้ใช้ เอาแล้วมั้ยล่ะ หัวขโมยนี่เอาตังฉันไปแล้ว ยังจะใช้บัตรชั้นอีกหรอ

มันกรรมของฉันที่ต้องเสียของรัก บัตรทำใหม่ได้ เงินที่หายไปหาใหม่ได้
ปกติ ฉันพกบัตรแค่ใบเดียว ไม่พกกระเป๋าตังให้มันดูเด่นสะดุดตา
และจะมีเงินสดไม่มาก

แต่คราวนี้ดันเอาบัตรทุกใบใส่ไว้กระเป๋าตัง
เงินยูโรที่แลกมานั้นแบ่งครึ่งใส่กระเป๋าตังและอีกครึ่งใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย รูดซิบปิดไว้
คราวนี้พลาดไปแล้ว ปารีสอันตรายกว่าที่่คิด รู้อยู่แล้วว่าปารีสขโมยชุม
แต่ไม่รู้ว่าชุมขนาดที่ระวังแล้ว ก็ยังระวังไม่พอ
จะจำไปอีกนานนน ทำกับฉันได้ลงคอนะปารีส

เงินสดอจะไม่พกมาก และไม่ก็บไว้รวมกันทั้งหมดถ้าจำเป็นต้องพก
มีเครดิตการ์ดใช้ปลอดภัยกว่า โอกาสที่บัตรจะรูดผ่านค่อนข้างน้อย
(ลายเซ็นต์หลังบัตรเป็นภาษาไทย โชคดีที่เครดิตคาร์ดเป็นรุ่นเก่า
ยังไม่มีพินไว้สำหรับใช้จ่ายแทนเงินสด)

ปารีสวันที่สองเลยหมองๆไป เศร้ากับของที่หายไปจนนอนไม่หลับไปอีกคืน




โดย หนูกาแฟปั่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net