วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เขมรเล่นกลหลอกชาวโลกขนทหารเข้าประชิดชายแดน..กองทัพบก เรือ อากาศไทย สั่งพร้อมรบใน 5 นาที หากมีเหตุเขมรรุกล้ำดินแดน


ด่วน! เขมร เสริมกำลังทหาร ประชิดชายแดนพระวิหาร ต่อเนื่อง ไทยกำชับหัวหน้าหน่วยทุกนายพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งทันที

แหล่งข่าวระดับสูงกองทัพบก เปิดเผยกับทีมข่าว M-Thai News ว่า ขณะนี้ชุดเฉพาะกิจทหารราบที่ 16 กองกำลังสุรนารีกองทหารราบที่ 163 ได้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ประจำบริเวณฐานที่มั่นเขาสัตตะโสม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ใกล้เคียงบริเวณเขาพระวิหาร

ทั้งนี้ให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนหาข่าว และติดตามความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชา หลังจากพบว่ายังไม่มีการถอนกำลังของทหารกัมพูชาออกจากบริเวณแนวชายแดน ตามกระแสข่าวที่ว่า ฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มมีคำสั่งถอนกำลังเมื่อวานนี้

ขณะที่ นายทหารยุทธการ ได้มีคำสั่งกำชับให้หัวหน้าหน่วยทุกนาย เตรียมพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งทันที เนื่องจากเริ่มสังเกตุเห็นว่า มีการเพิ่มกำลังประชิดชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในส่วนบริเวณเส้นทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร  เจ้าหน้าที่ยังคงมีการตั้งด่านสกัดตรวจเข้มป้องกันกลุ่มมวลชน แฝงตัวเข้ามาเคลื่อนไหว

อีกทั้ง เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ พร้อมให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่เข้าไปทำไร่ และหาของป่า ใกล้กับแนวชายแดน ให้เพิ่มความระมัดระวัง และขอให้ออกจากพื้นที่ก่อนค่ำ เพื่อความปลอดภัยด้วย

โดย ทีมข่าว Mthai

0000

นายกฯเตรียมย้ำจุดยืนไทยต่อยูเอ็น

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกำหนดการเข้าพบนายบัน คี มุน ของนายกรัฐมนตรีในระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐ ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน ว่าขณะนี้ยังไม่ทราบว่าหัวข้อหลักที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมให้นายกฯหยิบยกขึ้นมาหารือกับเลขาธิการยูเอ็นคืออะไร แต่เท่าที่มีการพูดคุยกันในเบื้องต้นจะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โลก สถานการณ์ในภูมิภาค และประเด็นที่ยูเอ็นสนใจ รวมถึงปัญหาทวิภาคีระหว่างไทย-

กัมพูชาด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยูเอ็นสอบถามเข้ามาเป็นระยะๆ ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้ชี้แจงและแสดงจุดยืนไปแล้วหลายครั้ง โดยยืนยันว่าจะใช้แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี เน้นการเจรจาเป็นหลัก และยังเป็นปัญหาระดับทวิภาคีเท่านั้น

เล็งฟ้องยูเอ็นเขมรผิดข้อตกลง

"ในการประชุมยูเอ็นเมื่อปี 2552 ไทยได้แจ้งผ่านเลขาธิการยูเอ็นให้ความสำคัญกับกรณีปราสาทพระวิหาร และขอให้ช่วยหาทางออกที่เหมาะสมผ่านกลไกของยูเอ็น อาทิ คณะกรรมการมรดกโลก ในปีนี้นายกฯก็จะไปย้ำจุดยืนเดิมของไทย พร้อมรายงานความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งชัดเจนว่ากัมพูชาได้รุกเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร เรามีหลักฐานเป็นภาพถ่ายทางอากาศว่ามีกองกำลังทหาร มีอาวุธจากฝ่ายเขาอยู่ในพื้นที่เต็มไปหมด นี่คือการละเมิดบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ไทย-กัมพูชาปี 2543 เมื่อเรื่องนี้กำลังจะไปถึงยูเอ็น นี่คือข้อได้เปรียบของเรา

เมื่อเขาทำผิดกฎ เขาก็ต้องถอย ต้องปรับลดกำลังในพื้นที่ลง เพื่อทำให้น้ำหนักที่ไทยจะไปบอกกับยูเอ็นลดลง แต่ขณะเดียวกันเรื่องนี้ได้กลายเป็นจุดที่คนบางฝ่ายในไทยไม่สบายใจ เพราะมองว่าทำไมทหารไทยไม่ไปอยู่ตรงนั้น มีแต่ทหารกัมพูชา หากเราทำอย่างเดียวกับเขา มันก็จะไปเข้าทางเขา" นายปณิธานกล่าว

"ปณิธาน" ชี้ถึงเวลาทำการทูตเชิงรุก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทยคาดหวังอะไรจากการเข้าพบเลขาธิการยูเอ็น รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า เราต้องดำเนินมาตรการการทูตในเชิงรุก จากอดีตที่เคยอะลุ่มอล่วยเพราะกลัวเสียประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ หรือบางรัฐบาลกลัวจะเสียผลประโยชน์ในทางธุรกิจ หรือกลัวว่าจะเป็นการก้าวร้าว ทำให้ไทยดูเงียบจนดูเหมือนถูกปิดปาก พอไม่แสดงออกนานๆ เข้า ก็เลยถูกเหมารวมว่ายอมรับ ดังนั้น ในทางการทูตระหว่างประเทศบางครั้งก็ต้องแสดงบทบาทในเชิงรุก ต้องประท้วง ต้องบอยคอต เพราะถ้าสุภาพมาก เกรงใจมากจะทำให้เราไม่ได้รับความสนใจ เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากกรณีที่ไทยบอกว่าจะถอนตัวจากการเป็นภาคียูเนสโก เขาก็หันมาฟังเรามากขึ้น

ดักคอยูเอ็นจุ้นหย่าศึกไม่ได้

ส่วนความเป็นไปได้ที่ยูเอ็นจะเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ตามที่สมเด็จฯ ฮุน เซน เรียกร้องนั้น นายปณิธานกล่าวว่า การที่ยูเอ็นจะยื่นมือเข้ามาจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศได้ ต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ เช่น มีความขัดแย้งที่รุนแรง มีการปะทะกัน หากมีการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ส่วนใหญ่จะมีความเห็นออกมาในเชิงแนะนำมากกว่า เพราะยูเอ็นจะไม่เข้าแทรกแซงประเทศต่างๆ โดยที่สมาชิกไม่ยินยอม ดังนั้น การดึงยูเอ็นเข้ามาแทรกแซงปัญหาไทย-กัมพูชาจึงเป็นไปได้ยาก

ไทยได้เปรียบหลังเลขาฯยูเอ็นมาเขมร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าท่าทีของเลขาธิการยูเอ็นเอนเอียงไปทางกัมพูชามากกว่าไทย ถึงขนาดจะเดินทางไปพบสมเด็จฯ ฮุน เซน ที่ประเทศกัมพูชา นายปณิธานกล่าวว่า "เขาต้องดูหลักฐานข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ดูท่าทีฝ่ายไทยและกัมพูชา ซึ่งการที่เขาเดินทางไปกัมพูชาอาจเป็นเพราะกัมพูชามีสำนักงานระดับนานาชาติน้อยกว่า อีกทั้งนายกฯ ไทยก็มีกำหนดพบปะเลขาธิการยูเอ็นก่อนแล้ว เขาคงต้องการรับฟังความคิดเห็นที่รอบด้าน ซึ่งถ้าเขาได้ข้อมูลที่รอบด้านจะทำให้ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะข้อเท็จจริงต่างๆ โน้มเอียงมาที่ฝ่ายไทยมากกว่า เราไม่เคยละเมิดข้อตกลง เราไม่มีกำลังทหาร เรายืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นแก้ไขได้ในระดับทวิภาคี

ชี้เขมรกระพือลดทหารหวังโบ้ยไทยผิด

พ.อ.ธเรศ วงศ์ชะอุ่ม เสนาธิการกองกำลังสุรนารี กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่ากัมพูชาได้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่เขาพระวิหารกว่าครึ่งหนึ่งว่า เชื่อว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะกำลังทหารกัมพูชาในบริเวณเขาพระวิหารมีอยู่เท่าเดิม แต่มีการสับเปลี่ยนกำลังเข้าออกตลอดเวลา ยืนยันได้ว่ากัมพูชาไม่มีการลดกำลังทหารในเขตพื้นที่เขาพระวิหาร เชื่อว่ากัมพูชาปล่อยข่าวเพื่อต้องการให้สหประชาชาติหรือยูเอ็นเกิดความเข้าใจว่าถูกกำลังทหารไทยเข้ามารุกราน ทั้งนี้ สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาก็ปกติ ซึ่งกำลังทหารทั้งสองฝ่ายขณะนี้ก็ยังคงตรึงกันไว้ อย่างไรก็ตาม กำลังทหารของไทยไม่ได้มีการเพิ่มเติมเข้ามาในพื้นที่ยังคงมีจำนวนเท่าเดิม

เมื่อถามว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการอะไรเป็นพิเศษ พ.อ.ธเรศกล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารบก กำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังการปะทะและให้มีความเข้มแข็งต่อเนื่อง พร้อมดูแลให้ประชาชนสามารถมีชีวิตปกติสุขได้เกิดความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทหารไทยและกัมพูชาไม่ได้มีการลาดตระเวนร่วมกัน ต่างคนต่างลาดตระเวนภายในเขตแดนของตัวเอง
ยันคงกำลังเท่าเดิมแค่สับเปลี่ยน

แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงกล่าวว่า ทหารกัมพูชาไม่ได้มีการถอนกำลังออกไป ยังคงตรึงกำลังไว้เท่าเดิม แต่มีการสับเปลี่ยนกำลังให้เห็นว่ามีการถอนกำลังเท่านั้น เพื่อต้องการส่งสัญญาณให้ยูเอ็น โดยกำลังทหารกัมพูชามีอยู่กว่า 4,000 นาย ตรึงแนวชายแดนบริเวณทิศใต้ของเขาพระวิหาร โดยมีผู้บัญชาการกองกำลังภูมิภาคที่ 4 เป็นหน่วยใหญ่คุมกำลังหลัก โดยมีการสนธิกำลังรบจากกองพลสนับสนุนที่ 3 กองพลน้อยที่ 1, 7, 8 และ 9 เป็นหน่วยกำลังรบหลัก นอกจากนี้ ยังมียุทโธปกรณ์หลักขนมาตรึงบริเวณแนวชายแดน เช่น รถถัง จำนวน 1 กองพัน และปืนใหญ่ จำนวน 1 กรม โดยวางกำลังอยู่บริเวณบ้านสแอม บ้านโกมุย และบ้านสไหวสงม

แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนฝ่ายไทยกองทัพมีการจัดทำแผนการใช้กำลังเป็น 2 ระดับ คือ ระดับพื้นที่ใช้แผนบดินทรเดชาประกอบกำลังป้องกันชายแดนของกองกำลังสุรนารี โดยมีกองทัพภาคที่ 2 เป็นหน่วยงานหลัก ประกอบกำลังจากกรมทหารพรานที่ 23 จ.บุรีรัมย์ กรมทหารพรานที่ 26 จ.สุรินทร์ กรมทหารราบที่ 23 จ.นครราชสีมา กรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี กรมทหารราบที่ 16 จ.ยโสธร กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 และ 22 กองพันทหารม้าที่ 21 จ.ร้อยเอ็ด และกองกำลังทหารปืนใหญ่ วางกำลังตลอดทิศเหนือของเขาพระวิหาร ซึ่งกำลังทหารทัดเทียมกับฝ่ายกัมพูชา ซึ่ง พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจเต็มในการสั่งการ

กองทัพพร้อมใช้แผนกษัตริย์ศึก

แหล่งข่าวกล่าวว่า หากสถานการณ์ชายแดนลุกลามบานปลาย จนถึงขั้นยกระดับเป็นปัญหา ระดับประเทศ กองทัพก็เตรียมแผนไว้รองรับแล้ว โดยใช้ชื่อแผนกษัตริย์ศึกประกอบกำลังรบของทั้ง 3 เหล่าทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เข้าประจำการพร้อมรบเต็มอัตราศึก โดยกองทัพบกสนธิกำลังทั้งกองทัพภาคที่ 1, 2 และ 3 แบบเต็มอัตราศึกเข้าประจำการชายแดนไทยกัมพูชาตลอดแนว กองทัพเรือเตรียมอารักขาน่านน้ำฝั่ง จ.ตราด ตลอดแนว โดยเตรียมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร เข้าประจำการทันที ขณะที่กองทัพอากาศจัดเตรียมเครื่องบินรบเอฟ 5 ที่ประจำอยู่ที่กองบิน 21 จ.อุบลราชธานี และเครื่องบินเอฟ 16 ที่ประจำอยู่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา และกองบิน 4 ตาคลี จ.นครสรรค์ พร้อมขึ้นบินเพื่อปฏิบัติภารกิจรักษาน่านฟ้าและโจมตีข้าศึกทันที ภายใน 5 นาที ซึ่งทุกกองบินมีคำสั่งสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

มติชน

0000

ความเห็น...

การทูต ผสมกองกำลัง หากใช้ในเวลาที่เหมาะสม ก็นับว่าได้ผล

ที่สำคัญ ไทยต้องไม่แสดงให้เห็นว่าเราเป็นฝ่ายไม่เคารพ MOU 2543 ซะเอง

แคน ไทเมือง

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net