วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

““ เกาะปันหยีแสนสวย Koh Panyee – The Island of the Flag”


"ปันหยีสวย น้ำใส ชุมชนก้าวไกล ห่างไกลยาเสพติด ชีวิตมีคุณภาพ"

          โอกาสช่างเป็นใจให้ชาวสวนเศรษฐกิจพอเพียงจากตำบลราไวย์และผองเพื่อนได้ไปเยี่ยมเพื่อน (น้องรัก) MBA PKRU 52 ถึงบ้านที่เกาะปันหยี ความจริงแล้วเกาะปันหยีที่ตั้งอยู่ที่อ่าวพังงาก็ไม่ไกลจากภูเก็ตนัก แต่ด้วยเวลาไม่อำนวยจึงเป็นเหตุให้ไม่ได้ไปเที่ยวเสียที

มารู้ประวัติของชุมชนชาวเกาะปันหยีสักนิดก่อนจะพาไปเหวนรอบๆ เกาะค่ะ เป็นเวลากว่า 200 ปีมาแล้ว ครอบครัวของ “โต๊ะบาบู” และอีก 2 ครอบครัวได้อพยพถิ่นฐานมาจากประเทศอินโดนีเซียเพื่อหาที่อยู่ที่ทำกินใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ได้ล่องเรือมาจนพบเห็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสวยงาม มีป่าไม้บริเวณกว้าง ทิวทัศน์สวยงาม มีอากาศดีตลอดวัน และมีปลาที่สามารถจับเป็นอาหารได้อยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้นำธงไปปักเพื่อแสดงการจับจองเป็นเจ้าของ การปักธงนี้ เรียกว่า “ปันหยี” (Raised a flag atop its soaring cliff) ต่อมาจึงมีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นชุมชนที่มีฐานะเป็นหมู่บ้านประมาณ 300 หลังคาเรือน ชุนชนจึงดูกว้างมากขึ้นจนไม่สามารถมองเห็นหาดทรายอีกต่อไป รวมถึงผู้คนนิยมไปเที่ยวที่เกาะปันหยีมากขึ้น จึงทำให้สภาพของชุมชนแตกต่างไปจากเดิมมาก และเกาะปันหยีเป็นชุมชนชาวมุสลิมที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย (a simple life) มีความเป็นมิตรมาก จริงใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

การเดินทางไปเกาะปันหยี ลงเรือได้ที่ท่าเทียบเรือ “บ้านท่าด่าน”  มีท่าเทียบเรือ 4  แห่ง ระยะทาง  7 กิโลเมตร เดินทางโดยเรือหางยาวใช้เวลาประมาณ 20 นาที ค่าเรือประมาณคนละ 170 บาทต่อคน การโทรคมนาคมสะดวกสบาย สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ มีไฟฟ้า / น้ำประปาใช้ทุกครัวเรือน คนที่อาศัยอยู่ที่เกาะส่วนใหญ่ผู้ชายจะมีอาชีพเป็นชาวประมง ผู้หญิงประกอบอาชีพค้าขายประเภทของที่ระลึก (ขายสินค้าในราคาที่ยุติธรรม) และชาวเกาะปันหยีบางส่วจะประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น ทำทัวร์ เปิดร้านอาหาร เป็นต้น

เด็กๆ ที่เกาะปันหยีมีที่เรียนในเกาะ เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนที่แปลก ห้ามเตะฟุตบอลออกนอกสนามนะ...เพราะต้องกระโดดลงน้ำตามไปเอาลูกบอลเป็นแน่   แล้วที่นี่ก็มีสถานีอนามัยที่วิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย คือมีวิวทะเลแบบพานอรามาอยู่ประมาณ 300 องศา และมีลมทะเลพัดเย็นสบายตลอดวัน

เกาะปันหยี  มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ  ได้แก่  บ้านเกาะปันหยี  ถ้ำลอด(พายเรือแคนนูลอดอุโมงค์)  เขาเขียน  เขาหมาจู(เกาะกลางน้ำที่มีลักษณะคล้ายรูปสุนัขกำลังหมอบ) เขาพิงกันและเขาตะปูที่เป็นสัญญลักษณ์ของจังหวัดพังงา ที่ได้ชื่อว่าเป็นฉากถ่ายภาพยนตร์มากแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

ไฮไลท์ของการเที่ยวเกาะปันหยี ได้แก่ การรับประทานอาหารทะเลที่สดใหม่ อร่อย และสะอาด (ไม่เห็นแก่กินเล้ย) ที่เกาะปันหยีมีร้านอาหารไว้คอยบริหารสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาแวะชมความงามของเกาะปันหยีอยู่หลายร้าน  ได้แก่ มูเทียร่าห์ซีฟู๊ด นิวเฟิร์นซีฟู๊ด ซันนี่ซีฟู๊ด อันดามันซีฟู๊ด ปันหยีซีฟู๊ด และร้านอาหารปันหยีบังกะโล และมีร้านจำหน่ายของฝากของที่ระลึกราคาย่อมเยาว์

การเดินเที่ยวรอบชุมชนเกาะปันหยีสามารถทำได้ในเวลา 10 นาที แต่เราทำเวลามากกว่า 1 ชั่วโมง แฮ่ะๆ ชอปปิ้งนิดหน่อยเองค่ะ

ฝากบอกนิดเดียวว่า ไฟฟ้า-น้ำประปาต้องดึงมาจากแผ่นดินจึงมีต้นทุนที่สูงมาก หากไปเที่ยวปันหยีแล้วช่วยกันประหยัดพลังงาน เที่ยวอย่างรักษ์ธรรมชาติ เพื่อให้สมบัติที่เราหวงแหนอยู่กับเราไปนานๆ นะค่ะ อย่างไรก็ดี ทริปนี้ เราชาวทีมงานได้เหวนกันอย่างมีความสุข อิ่มอร่อย เสพไออุ่นจากเกาะปันหยีและอ่าวพังงาแบบไม่ต้องจ่ายตังค์ ก็ด้วยความมีอุปการะคุณของทายาท “มูเทียร่าห์ซีฟู๊ด” ขอบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

โดย สิปปสินี

 

กลับไปที่ www.oknation.net