วันที่ จันทร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อภูกระดึงของผมถูกกระทำ


    

“ภูกระดึง” ชื่อนี้ ดูจะเป็นชื่อยอดฮิต ที่มักถูกเอ่ยอ้างถึง ผมเองเคยถูกถามอยู่บ่อยครั้งว่า “เคยไปภูกระดึงมาหรือเปล่า” ทั้งจากเซียนเดินป่า ตากล้องมือฉมัง หรือน้องนักศึกษา ที่จะไปเดินป่าด้วยกัน คำตอบที่ได้ ไม่ต่างกันคือ “ไม่เคยไป รู้สึกไม่อยากไปแล้วล่ะ คนเยอะ แล้วมันก็ไม่ใช่ป่าซะหน่อย เป็นเหมือนสวนสาธารณะขนาดใหญ่มากกว่า  อ้อ ...ดีตรงที่มีน้ำแข็งไส ขายระหว่างทางขึ้น แฮ่ะ ๆ”
 

“ภูกระดึง” จึงเป็นชื่อที่ผมใช้เอ่ยอ้างถึงว่า เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่ผมไม่เคยไป  นอกเหนือจาก”ทีลอซู” และ “เขาใหญ่” แต่สุดท้ายปีที่แล้ว ผมก็ตบะแตก ไปมันจนครบทุกที  ภูกระดึง ไปซะ 3 ครั้ง เรียงเดือนไปเลย  จนเพื่อนงงเป็นไก่ตาแตกว่ามันไปทำไมของมัน(ฟระ)  ทีลอซู ก็ไปมาแล้ว แถมเป็นทริปคุณหนูอีกตะหาก (ว่าง ๆ จะมาเล่าให้ฟัง)  เขาใหญ่ก็ไป 2 รอบหัวปี-ท้ายปี

แต่ผมก็ว่าจะไปภูกระดึงอีก(แต่ยังไม่รู้กี่รอบ)ด้วยสัญญาใจกับเพื่อนที่บอกว่า ยังไม่เคยไปเหมือนกัน ทำให้เหมือนขาดช่วงปฐมบทของการเดินป่าไป คล้าย ๆ กับเด็ก แล้วโตเป็นสาวไปเลย โดยไม่ผ่านการเป็นวัยรุ่น คงไม่เปรียบเทียบเกินไปนะ...ฮา  แล้วอีกหนึ่งสัญญาใจกับตัวเอง ที่ว่า “สักวันผมจะไปให้ถึงผาหล่มสักให้ได้ 555”


    


ผมไปภูกระดึงครั้งแรก  คนเดียว ใช้เวลาเดินทางไป-กลับ 2 วัน สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม แต่ก็ไปเจอคนใน
TKT เดินไปคุยไป เลยกินเวลาไปเยอะ ทำให้วันแรกกว่าจะเดินถึงที่พัก ก็เลยเวลาค่อนบ่าย 
แถมรอสัมภาระอีก  เฮ้อ... เพื่อน ๆ ที่เจอ ก็เดินต่อไม่ไหวแล้ว เอาเป็นว่า แล้วใครจะไปผาหล่มสักเป็นเพื่อนผมเนี่ยะ  เพราะขาไปผมไม่ห่วง แต่ขากลับหลังถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกนี่ซิ  บรื๋อ อ อ อ อ เดินคนเดียวเลาะเส้นริมผา ร่วม 9  กิโลเมตร ส่วนใหญ่เค้าจะถึงกับก็ร่วม 3 ทุ่ม แล้วผมยังดันไปได้ยินเรื่องราวที่ไม่บังควรรู้ก่อนเดินทางคนเดียวอีก สุดท้ายเลยสละสิทธิ์  เดินแค่ 4 กม.ไป-กลับ ที่ผาหมากดูกพอ

       


ครั้งที่ 2 ผมไปใหม่ คราวนี้ชวนเพื่อนไปด้วยอีกคน ด้วยสปีดการเดิน พร้อมแบกของส่วนหนึ่ง ด้วยเพราะเป้าหมาย จะเดินต่อไปผาหล่มสัก เช่นเคย  เราไปถึงที่กางเต้นท์ตั้งแต่ก่อนเที่ยง แถมอาทิตย์นี้นักท่องเที่ยวน้อยอีกตะหาก แต่พอกางเต้นท์เสร็จ ฝนก็เทลงมาโครมใหญ่ แม่ค้าเตือนว่าอย่าเดินเลาะเส้นน้ำตกนะ  เพราะช้างลง

เอาเป็นว่า กว่าฝนจะหยุด ก็ปาเข้าไปเกือบ 4 โมงเย็น  อันที่จริงผมก็ชอบเดินตากฝนนะ แต่เป้าหมายคือจะไปถ่ายรูปอาทิตย์ตก ถ้าฟ้าแบบนี้ จะเดินไปให้เปียกให้เมื่อยตุ้มทำไม

แต่....แต่..ผมไม่เข็ด ไปอีก ช่วงที่อช.อนุญาตให้เข้าป่าปิด แต่อากาศไม่ค่อยเป็นใจ ด้วยฝนที่ตกปรอย ๆ ช่วงเย็น ฟ้าไม่แจ่ม มีร่องรอยฝน แถมวันที่ออกจากป่าปิดว่าจะเดินเลยไป ก็ได้รับคำตอบจากนักท่องเที่ยวที่สวนมาว่า ไม่มีคนเลย แถมฟ้ามัว ๆ มาก เฮ้อ. . . ..ผมเลยได้ภาพฟ้าแบบนี้มาแทน ลองดูซิครับ.......


     

 “ภูกระดึง” ในความทรงจำของผม แม้จะเหมือนสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นลานกว้างบนภูสูง แวดล้อมด้วยป่าสน และดงอ้อ(ในป่าปิด) ร้านค้ารายทางจากหน่วยศรีฐานด้านล่าง ถึงหลังแปร สิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควรของการท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่ป่า แล้วก็ไม่ใช่รีสอร์ต  

แต่น่าเศร้าใจ ที่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ใช้อภิสิทธิ์จนน่ารังเกียจ  โดยการใช้เฮลิคอปเตอร์ ของทางราชการเดินทางขึ้นไป (ก็คงกลับด้วยแหล่ะ) ด้วยภาพที่เจ้าตัวเอามาโพสต์ตั้งกระทู้ไว้ในบอร์ด ภูกระดึง ของเว็ปไซด์ www.trekkingthai.com  จั่วหัวข้อกระทู้ว่า “รักภูกระดึง” ใช้ handle name ว่า Playboy อ้อ...ไม่ต้องไปหาหรอกครับ กระทู้นี้ถูกลบไปแล้ว หลังผู้ดูแลเว็ปไซด์ตามลบข้อความล่อแหลมต่าง ๆ ไม่ไหว (มั้ง)


    


 
เรื่องราวในกระทู้ดังกล่าวไม่ค่อยมี มีแต่รูปหญิงสาวโพสต์ท่า ด้านหลังเป็นฉากเพื่อน ๆ กำลังขนของจาก ฮ. ที่ด้านท้ายมีตัวอักษรว่า “กองทัพอากาศไทย”  นอกนั้นก็เป็นภาพความเลิศหรูอลังการ ของแคมป์ที่ขนขึ้นไป พร้อมพลพรรค 16 คน ซึ่งเรื่องนี้ผมว่าไม่แปลก เป็นเรื่องปกติ ใครจะขนอุปกรณ์ไรไปก็ได้ ตราบที่ไม่ไปทำให้เกิดผลกระทบต่อสถานที่นั้น ๆ  หากแต่สิ่งที่เพื่อนในเว็ปภูกระดึงเป็นห่วง ท้วงติง ก็คือ ใช้ ฮ. ของทางราชการขึ้นไป แต่กลับถูกตอบโต้กลับด้วยถ้อยคำที่แสดงถึงความกร่าง ความยิ่งใหญ่ (จนเคยตัว)  

         

 
“พวกผมจะไปกันอย่างไรแล้วคุณมาเกี่ยวอะไรด้วย แล้วผมไปทำความลำบากให้ส่วนไหนของคุณไม่ทราบ ถ้าเจอพวกผมแล้วจะทำอารัยไม่ทราบ เก่งมาจากไหนวะ”


นี่ครับ กระทู้ที่เค้าไปโพสต์ไว้



และอีกความเห็นจากคนที่ใช้นามว่า"ฉันเอง"



ตรงนี้กระมังทำให้คนที่ได้อ่านเกิดความรู้สึกแย่ยิ่งไปกว่าการได้เห็นภาพถ่ายเสียอีก มันเป็นความไม่สำนึก...
ต่อมา เจ้าของกระทู้คงนึกได้ จึงเข้าไปแก้ไขไฟล์ภาพ นำภาพอื่น ๆ ของการสังสรรค์ เข้ามาแทนที่ภาพที่ถ่ายกับเฮลิคอปเตอร์  แต่.....สายไปเสียแล้ว เพราะคนอื่นเค้ารู้ทัน จึงก็อปรูปไว้ นำมาโพสต์ให้ได้ชมกันอีกรอบ เพราะไม่เช่นนั้นคนที่เข้ามาอ่านทีหลังก็ งง ว่าเค้าไปทำอะไร ไม่เห็นผิดตรงไหน ...

       

            


รายละเอียดผมขอไม่พูดถึง เพราะเข้าไปสืบต่อประวัติ จนทราบเพียงว่า เค้าเป็น ทหารอากาศ นักบิน ยศ(ปัจจุบัน) นอ. นามสกุลดังพอตัว จบรุ่น 34 สังกัด คปอ.  ส่วนเนื้อหาคงตามข่าวล่ะครับ  

 

http://www.aircadet34.net/34Profile.asp?whichpage=1&M_NAME=%BE%D1%C7%CA%D8%C7%C3%C3%B3&mode=search&initial=0

     


           ครั้งหนึ่งก็เกินพอขอร๊าบบ..เจ้านาย ย ย ย

            



เว็ปไซด์ที่เกี่ยวข้องพอหาอ่านเพิ่มเติมได้

http://www.komchadluek.net/2007/01/22/a001_84331.php?news_id=84331

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5061682/E5061682.html


ข้อสังเกต(ส่วนตัว)ก่อนทะเลาะกัน

1. พื้นที่ ฮ.ขึ้นจากบ้านศรีฐาน อยู่นอกเขต อุทยานฯ พื้นที่ ฮ.ลงบนภูกระดึง อยู่ในเขตสถานีโทรคมนาคม ที่ กองทัพขอใช้ เมื่อปี 2530 และเป็นมติครม.ออกมา มีอาณาบริเวณ 10 ไร่  อยู่เลยผาหล่มสัก ไปราว 2.5-3 กม.

2. นักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป   โดยภูกระดึงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นได้ 1 ตค. – 31 พค. โดยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในเส้นทางน้ำตก-ผาหล่มสัก  หรือจะเส้นเลาะเลียบผา ไกลสุดก็แค่ผาหล่มสัก และระหว่างนี้ อนุญาตให้เข้าป่าปิดได้แค่เดือน เมษายน –พฤษภาคม เท่านั้น ... 

3. สถานีโทรคมนาคม อยู่ห่างจาก จุดบริการนักท่องเที่ยว ที่อุทยานฯ อนุญาตให้พักแรมได้ เป็นเกือบ 10 กม.

- ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว อยากเดินไปถ่ายรูปกับ ฮ. คงไม่ใช่ เพราะจากภาพฟ้องว่า ขนของจาก ฮ.

- ถ้างั้นอาจจะเป็นการฝากของไปกับ ฮ. แล้วไปรับของ+สัมภาระอลังการ  แต่คุณต้องเดินไป 10 กม. กลับอีก 10 กม.พร้อมสัมภาระ เว้นแต่จะใช้เส้น อาศัยสถานที่ ทอ.เสียเลย แต่ถ้าเดินขึ้นเพื่อไปรับของน่ะ คงไม่ได้กางเต้นท์ตอนฟ้าแจ้งจางปางแบบนี้แน่ (อีกทั้งทำไมมีมีรูปตอนเดินขึ้น ซึ่งเป็นระยะทางยาว ร้านค้ารอบข้าง ทำไมไม่โพสต์ อันนี้ผมสงสัย กล้องก็มีจะไม่ถ่ายเลยเร๊อะ)

4. ถ้าเดินขึ้น ตรงหน่วยบ้านศรีฐาน จะให้ลงบันทึกไว้ ว่าใครขึ้น ซึ่งลงชื่อคนเดียวก็ได้  แต่ก็สามารถตรวจสอบได้ 


       


พล
...ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ดูภาพดังกล่าวในเวบไซต์แล้ว เห็นว่าภาพที่ปรากฏสื่อความหมายไปในทางที่ไม่เหมาะสม จึงให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวทันที โดยให้ พล...วินัย เปล่งวิทยา เจ้ากรมจเรทหารอากาศ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

พล...ศรีเชาวน์ จันทร์เรือง เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีการขออนุญาตเรียบร้อย โดยเฮลิคอปเตอร์จากกองบิน 23 .อุดรธานี นำเจ้าหน้าที่ไปซ่อมอุปกรณ์ที่ศูนย์โทรคมนาคม แต่วันดังกล่าวปรากฏว่ามีข้าราชการขอติดเฮลิคอปเตอร์ไปด้วย โดยติดต่อกับนักบินกันเอง แต่ไม่ผ่านผู้บังคับบัญชา

“ระเบียบปฏิบัติการเอาบุคคลขึ้นเฮลิคอปเตอร์จะต้องทำเรื่องขออนุมัติจากหน่วยต้นสังกัดที่ประจำอยู่ตามระดับชั้นถึงจะมีการนำคนข้างนอกขึ้นไปได้ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นคิดว่าคงไม่ได้มีการขอจากผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบอยู่ แต่ไปติดต่อประสานกับนักบิน และนักบินก็ยอมให้ขึ้นไป ฉะนั้น เรื่องนี้ถือว่าผิดระเบียบปฏิบัติของกองทัพอากาศ”  
             

**ข้อมูลเพิ่มเติม **

รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศไปลงบนภูกระดึง ที่ปรากฏในเวปไซด์ เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาก กทม.โดยไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ กองบิน 23 อุดรธานี 





เครื่องเฮลิคอปเตอร์ที่เห็นในภาพถ่ายนี้ ได้ความมาว่า เป็นเฮลิคอปเตอร์เบลล์ มีน้ำหนักบรรทุกผู้โดยสารได้ ประมาณ 12 คน รวมนักบินและช่างเครื่องทั้งหมดสามารถนั่งได้ 16 คน นอกจากนั้นจะมีเครื่องบินแบบของป่าไม้ หรือ ฮ.เกษตร ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร ที่บินขึ้นลงอยู่เป็นประจำ โดยเครื่องบินแบบนี้จะสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 5 คนรวมนักบินและช่างเครื่อง

สำหรับค่าใช้จ่ายในการบินแต่ละครั้งพบว่า หากเป็นเฮลิคอปเตอร์เบลล์ กองทัพอากาศ ที่ต้องบินจากกองบิน 23 อุดรธานี ไปยังภูกระดึง จะใช้เวลาบินไป-กลับประมาณ 2 ชั่วโมง รวมทั้งลงจอด ขนสัมภาระ และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ราคาน้ำมันยังไม่ขยับตัว จะมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมัน ค่าบริหารจัดการ ค่าเบี้ยเลี้ยงนักบิน ค่าสึกหรอ หรือ ค่าซ่อมบำรุง รวมประมาณ 25,000 บาท ต่อชั่วโมง แต่เมื่อราคาน้ำมันขยับขึ้น ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงจะตกประมาณ 36,000 บาท การเดินทางไป-กลับ อุดรธานี ภูกระดึงแต่ละเที่ยว จะใช้งบประมาณอย่างน้อย 72,000 บาท

นาวาอากาศเอก สุรศักดิ์ ทุ่งทอง ผบก.กองบินที่ 23 อุดรธานี กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ปรากฎเป็นข่าวนั้น เป็นเครื่องของฝูงบิน ที่ประจำการที่ กองพลบินที่ 2 จ.ลพบุรี และมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ โดยกองบิน 23 จะดูแลเรื่องที่พัก อาหาร ส่วนการบิน หรือ การปฏิบัติภารกิจไม่เกี่ยวกับทางกองบินที่ 23 แต่ขึ้นตรงกับกองพลบินที่ 2 จ.ลพบุรี


         

                **ภูหอ..มองจากป่าปิดภูกระดึง**  


ไม่ตายหรอกครับ ถ้าไม่ได้เที่ยวภูกระดึง  แต่ไม่ควรเกิดมาเพื่อรับใช้ชาติ กินภาษีประชาชน หรือไม่ควรเกิดมาเลย  ถ้าเอาความเป็นข้าราชการระดับสูงไปเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อประโยชน์สุขส่วนตัว


*** หมายเหตุ ***

ผลสอบ ทอ.ฉาว พบว่า นอ.รุ่นพี่ บังคับรุ่นน้องขนเพื่อนขึ้น เตรียมเอาผิดด้วย
......................................

ผลสอบสวนความคืบหหน้า กรณี ทอ.ฉาว ใช้ฮ.ขนเพื่อนขึ้นเที่ยวบนภูกระดึง ล่าสุด......น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขั้นตอนการสอบสวนนักบินทั้ง 2 นายได้เสร็จสิ้นเฉพาะส่วนของคณะกรรมการชุดนักบิน จากนั้นก็จะส่งเรื่องให้ พล.อ.ต.วินัย เปล่งวิทยา เจ้ากรมจเรทหารอากาศ เป็นประธานการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งนักบินทั้ง 2 ได้พูดพาดพิงถึงนักบินรุ่นพี่ก็ต้องเรียกมาสอบสวน โดยจะเรียกสอบบุคคลที่เป็นนายทหารกองทัพอากาศเท่านั้น ไม่มีการเรียกพลเรือนมาสอบสวน

ขณะที่พล.อ.ต.วินัย เปล่งวิทยา เจ้ากรมจเรทหารอากาศ รับรายงานเบื้องต้นแล้ว ว่า สาเหตุที่นักบินทั้ง 2 นายยินยอมให้มีการขนนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนภูกระดึงนั้น เนื่องจากได้รับการติดต่อจาก น.อ.อาทิตย์ พัวสุวรรณ อดีตนายทหารสังกัดกองบิน 6 และเป็นนักบินจากกองบิน 6 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ (ตท.27) ใช้ความเป็นรุ่นพี่บังคับรุ่นน้อง ซึ่งมียศเพียงเรืออากาศเอกทั้ง 2 นาย ขนเพื่อนฝูง และครอบครัวขึ้นไปเที่ยวบนภูกระดึง

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนักบินทั้ง 2 นาย ขณะนี้ทางกองบิน 2 จ.ลพบุรี ต้นสังกัด ก็ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบอีกชุด โดยมี รองผู้การกองบิน 2 เป็นประธานสอบ และได้ทำหนังสือแจ้งถึงบทลงโทษทางวินัยการบิน เพราะเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ทั้งที่ได้แจ้งทางวิทยุบอกหน่วยกองบินทั่วประเทศ ห้ามมิให้โดยสารประชาชนขึ้นเครื่องหากไม่ได้รับการอนุมติจากหน่วยเหนือ
“คิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจากนี้ต่อไปคงไม่มีอีกแล้ว และกำชับให้ทุกคนปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งของกองทัพอากาศอย่างเคร่งครัด ซึ่งในเรื่องนี้ใครผิดก็ต้องว่ากันไปตามความผิด สำหรับ น.อ.อาทิตย์ ที่ทราบเรื่องดังกล่าวดี ทั้งเป็นรุ่นพี่ และรู้ระเบียบก็จะส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดให้ดำเนินการด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขั้นตอนการสอบสวนนักบินทั้ง 2 นายได้เสร็จสิ้นเฉพาะส่วนของคณะกรรมการชุดนักบิน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้นักบินทั้ง 2 ก็รู้ว่า มีความผิดถือว่าเป็นบทเรียน และมีบทลงโทษชัดเจน เขาบอบซ้ำพอสมควรแล้ว หยุดประณามได้แล้ว ขอให้สังคมให้อภัยด้วย เพราะทำความดีมา100 ครั้ง แต่พอผิดครั้งเดียว เหมือนลบความดีของเขาทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ น.อ.อาทิตย์ มีชื่อเล่นว่า "บอย" และเป็นคนเดียวกับคนใช้นามแฝงในเว็บบอร์ดว่า "Playboy" ลงข้อความโต้ตอบกับสมาชิกเว็บบอร์ดคนอื่นอย่างรุนแรง โดย น.อ.อาทิตย์ เป็นบุตรชายของ พล.อ.อ.เอนก พัวสุวรรณ อดีตเสนาธิการกองทัพอากาศ อีกด้วย

***ที่มา... สำนักข่าวเนชั่น ***

ข่าวย้ายนักบินฮับ
http://203.154.97.19/citizen_report/breaking/read.php?lang=T&newsid=238828

ผบ.ทอ. สั่งย้าย 2 นักบินกลับหน่วยหลังขนนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึง
14:58 น. พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าในการสอบ 2 นักบินที่มีการรับผู้โดยสารขึ้นไปภูกระดึง จ.เลย ว่า ตอนนี้อยูระหว่างการสอบสวนยังไม่เรียบร้อย แต่เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดระเบียบ เมื่อถามว่า 2 นักบินได้มีการชี้แจงหรือไม่ว่าเพราะสาเหตุใดจึงได้มีการนำผู้โดยสารขึ้นไปภูกระดึง พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ก็คงจะเป็นการขอขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของการสอบสวนใครผิดก็ต้องลงโทษ
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาก็มีลักษณะการกระทำผิดเช่นเดียวกัน พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า เรื่องนี้มีมาเรื่อย ๆ บางทีก็มีข้าราชการ หรือ สื่อมวลชน ก็ขอกันขึ้นไปกับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศ แต่เรื่องนี้จะต้องมีการทำให้ถูกต้องตามระเบียบ ถ้าไม่ถูกตามระเบียบผู้ที่รับผิดชอบอนุมัติให้ขึ้นไป โดยเฉพาะ 2 นักบินที่มีการอนุมัติให้ขึ้นไปก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบ คนขอขึ้นเครื่องถามว่าผิดหรือไม่ ถ้าพูดกันจริงก็ไม่ผิดหรอก เพียงแต่เป็นการเหมาะสมหรือไม่เท่านั้น

เมื่อถามว่า สำหรับบทลงโทษ 2 นักบิน พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ต้องรอให้คณะกรรมกรรมสรุปมาอีกทีว่าเกิดจากอะไร ขณะนี้ลงโทษ 2 นักบิน คือไม่ให้รับผิดชอบภาระหน้าที่ตรงจุดนั้น โดยการย้ายออกจากพื้นที่ และ ส่งนักบินลงไปทำหน้าที่แทน เมื่อถามว่า ได้มีการสั่งกำชับกองบินอย่างไรบ้าง หลังจากเกิดเหตุการณ์ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ได้กำชับไปตั้งแต่ทราบเรื่อง เพราะไม่อยากให้เกิดมีปัญหา เพราะหากปัญหาแล้วจะทำให้เกิดความวุ่นวาย เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนในการทำหน้าที่ของนักบินในเรื่องของความเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า บทเรียนพวกนี้เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ และทำ ๆ ไปก็ลืม

************

ยอมรับขึ้น"ฮ."จริง นอ.ขอโทษทัวร์ไฮโซ-ภูกระดึง
เซ็งถูกด่าลั่นเน็ตไม่กล้าไปทำงานทอ.คุมเข้มทั่วปท.

"นาวาเอก"หัวหน้าทีมนักท่องเที่ยวไฮโซ เปิดใจยอมรับผิดนั่งฮ.กองทัพอากาศขึ้นไปตั้งแคมปิ้งบนภูกระดึงจริง รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำไป เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันก็โดนคนโทร.ไปต่อว่าต่อขาน แต่ไม่เข้าใจทำไมต้องไปขยายผลเป็นเรื่องราวใหญ่โต แค่ขออาศัยฮ.ขึ้นดอย ไม่ได้ให้บินมารับที่กรุงเทพฯ ซะหน่อย เผยเหตุเอารูปไปโพสในเว็บจนโดนคนอ่านด่ารุนแรงเลยต้องตอบโต้ไปบ้าง ทอ.สั่งต้นสังกัดสอบนาวาเอกรายนี้เช่นกัน หลังจากลงโทษทางวินัยเรือเอก 2 นักบินไปแล้ว ก่อนมีคำสั่งถึงกองบินทั่วประเทศห้ามรับพลเรือนโดยสารขึ้นเครื่องบินราชการเด็ดขาด


ข้อมูลจาก ข่าวสด

http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03p0102250150&day=2007/01/25

โดย vickie

 

กลับไปที่ www.oknation.net