วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานร้อยบรรทัดเรื่อง แม่


นิทานร้อยบรรทัดเรื่อง "แม่"

...พระคุณแม่นี้ล้ำเลิศ   แสนประเสริฐกว่าอื่นหนา   โอ้ว่าน้ำนมมารดา  นี่ล้ำค่ากว่าสิ่งใด

ตรองพินิจคิดให้ดี   คุณแม่นี้ดีไฉน                     ปกป้องกันตัวริ้นไร   หรือผองภัยมิกล้ำกราย

ตั้งแต่เราตัวยังเล็ก   เป็นเด็กเด็กงอแงหาย            แม่ก็คอยออกอุบาย   ให้เราหายเลิกโยเย

เอานมป้อนเอาช้อนตักข้าว   ใส่ปากเราโอละเห่     พ่อหนูน้อยจงนอนเปล   แม่จะเห่กล่อมให้ฟัง

ลูกเป็นไข้แม่ใจเหี่ยว   หมดแรงเรี่ยวคอยความหวัง ที่ไหนมียาประทัง   ซมซานซังไปหามา

ค่ายาจะแพงค่าแรงจะหมด   จะต้องทนอดก็ยอมหา   มีหมอที่ดีก็เอามา   จะสูงราคาก็ยอมเอา

เป็นหนี้เป็นสินก็ทนได้   ถูกด่าถูกใช้ก็ยอมเขา        หวังแค่เพียงให้ลูกเรา   ไข้ทุเลาเป็นดีใจ

พระคุณแม่นี่มากล้น   ยากจะพ้นพรรณาไหว          แม่ไม่มีกินไม่เป็นไร   ให้ลูกชายได้อิ่มเป็นพอ

พอเข้าโรงเรียนเริ่มเขียนหนังสือ   สระอึ อือ กอ คอ ขอ       แม่ก็หาเงินให้พอ   เพื่อให้พ่อได้ร่ำเรียน

หมดเท่าไรแม่ไม่ว่า   ให้ได้วิชาการอ่านเขียน        ให้มีงานทำสมร่ำเรียน   จงพากเพียรแม่พอใจ

ให้ได้เป็นเจ้าเป็นนายคน   ตำแหน่งสูงล้นให้ยิ่งใหญ่  แม่ไม่ต้องการสิ่งใดใด   แม่ดีใจเมื่อลูกไปดี

แต่ลูกทั้งหลายนี่ไม่คิด   คิดว่าชีวิตของแม่นี้         คงสุขสบายเปรมฤดี   แม่ไม่ต้องมีภาระใดใด

ลูกพวกนี้มีเลือดชั่ว   ชอบตามใจตัวและเหลวไหล  ไม่รู้จักคุณคนจังไร   อยู่ทำไมให้หนักแผ่นดิน

ถึงลูกจะชั่วถึงตัวจะช้ำ   แต่ใจลึกล้ำแม่ตัดไม่สิ้น    จะชั่วจะเลวจะเหลวเลอะดิน   แม่ยังถวิลใจอาวรณ์

ก็ได้แต่ร้องและร่ำไห้   แต่เช้าและสายมิถ่ายถอน    ยังห่วงและหาอาลัยวรณ์   ยังนึกอาทรถึงลูกชาย

แล้วโอ้ใครเล่านึกถึงแม่   จะมีใครแลแม่สมหมาย   จะมีใครปลอบประโลมกาย   จะมีใครหมายคอยดูแล

ยามแม่แก่เฒ่ามีใครบ้าง   นึกถึงข้างหลังเหมือนตัวแม่         มีลูกคนไหนคอยดูแล   ใครมีรักแท้เหมือนแม่ทำ

นิทานเรื่องนี้ที่ผมจะเล่า   พอเป็นเค้ามิใช่เรื่องขำ   มิใช่เรื่องเวรและเรื่องกรรม   ให้พินิจจดจำด้วยปัญญา

คติเรื่องนี้ดีหรือไฉน   หรือว่าอย่างไรก็คิดเอาหนา  ที่ผมจะเล่าก็เรื่องยายตา   แต่ไม่ได้ปลูกงากรุณาเข้าใจ

ตายายคู่หนึ่งมีลูกอยู่ห้า   อาชีพทำนาพอมีพอใช้   ไม่ถึงยากจนข้นแค้นเกินไป   แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยเงินตรา

ทรัพย์ที่มีก็เพียงนาไร่   ไม่มากไม่มายห้าสิบไร่กว่า ตากับยายก็รอเวลา   ลูกโตขึ้นมาก็แบ่งกันไป

ลูกชายคนโตนั้นโก้ไม่ย่อย   ชอบใส่สายสร้อยประดับไสว ขยันขันแข็งทำงานไว   ปัญญาสดใสกว่าทุกคน

พ่อแม่ก็รักดั่งลูกแก้ว   ก็หวังไว้แล้วว่าเป็นผล        ภายหน้าต่อไปหากแก่ตน   ได้พึ่งบุญบนฝากผีมัน

ลูกชายคนที่สองรองลงมา   มีเสียงเสน่หาดุจสวรรค์  สาลิกานกเอี้ยงยังฟังเสียงมัน   อยู่บ้านขยันแต่ร้องเพลง

ลูกสาวคนที่สามนั้นงามเหลือหลาย   ชะมดชะม้ายช่างสวยเช้ง  อายุสิบหกอกตึงบานเบ่ง   ตูมตั้งตึงเต่งดังดอกบัว

ลูกสาวคนที่สี่ไม่มีที่ติ   เบญจกัลยาณียังไม่มีผัว     อยู่บ้านอยู่เรือนเรื่องงานครัว   แม่ทำจนทั่วไม่เกี่ยงงอน

แต่ลูกคนที่ห้านี้บ้าใบ้   ทำงานไม่ได้เป็นง่อยหงอน ทุกวันเวลากินกับนอน   ไม่เคยทุกข์ร้อนกับใครใคร

หน้าตาน่าเกลียดเสนียดน่ากลัว   กะโหลกที่หัวก็ดูโตใหญ่     แขนขาเล็กและลีบไป   ทำงานอะไรไม่ได้เลย

ตายายนี้กลุ้มรุมฤดี   มีลูกคนนี้โอ้อกเอ๋ย              ผิกแผกมนุษย์เขาไม่เหมือนเลย   โอ้เวรเอ๋ยหรือไรกัน

ถึงชังไม่ชอบก็ยังเลี้ยง   พอให้เพียงไม่อดฉัน        ไหนไหนก็เป็นลูกเหมือนกัน   นึกเสียว่ามันคือกรรมเวร

มาวันหนึ่งเจ้าลูกคนโต   บุญหนักอักโขไปพบเถร   พระท่านว่าเอ็งเข้าเกณฑ์  ชะตาเบี่ยงเบนความรู้ดี

ถ้าได้ศึกษาวิชามาก   จะไม่ลำบากเป็นเศรษฐี       บริวารข้าทาสล้วนมากมี   อำนาจรัศมีจะรุ่งเรือง

ได้ฟังเท่านี้ลูกชายดีใจ   รีบวิ่งเข้าไปแล้วคุยเขื่อง   แม่จ๊ะแม่จ๋าเถรว่าประเทือง   ลูกจะรุ่งเรืองภายหน้าไป

แต่ต้องไปเล่าเรียนวิชา   สำเร็จออกมาถึงยิ่งใหญ่   แม่ได้ฟังก็ดีใจ   น้ำตาไหลปลื้มลูกชาย

กระนั้นเจ้าจงเรียนเถิด   เจ้าจงเปิดตำราหลาย        สำเร็จออกมาได้ช่วยคลาย   ช่วยรายได้ของครอบครัว

แต่นาปีนี้ข้าวไม่ดี   เหลือที่มีแต่ไร่ถั่ว                  เงินที่เก็บก็หมดตัว   ไม่เหลือขั้วแต่สักอัน

เอาเงินที่ไหนให้ลูกมา   ไปเรียนวิชาแข็งขยัน        ในเมื่อเงินตราไม่เหลือให้ปัน   จะแบ่งจะสรรจะให้ไป

เอาอย่างนี้นะลูกหนา   แม่จะขายนาสักยี่สิบไร่       เป็นค่าวิชาให้พอได้ใช้   ก่อนจะไปแม่อวยพร

จงร่ำจงเรียนให้สำเร็จ   จงจำเป็นเคล็ดที่แม่สอน    มานะพยายามอย่าอาทร   อย่าใจร้อนอย่าวู่วาม

วิชาตอนไหนเราทำไม่ได้   ไม่เข้าใจก็จงถาม        กัดฟันอดทนพยายาม   อย่าไปตามเพื่อนเกเร

สั่งเสียเสร็จน้ำตาก็ไหล   ต่อนี้ไปจะว้าเหว่            อยู่คนเดียวอย่าเที่ยวเกเร   อย่าพาลโฉเกไม่เรียนวิชา

เจ้าลูกชายสุดดีใจ   ยกมือไหว้ผมลาละหนา          จะกลับมาพร้อมกับวิชา   ทั้งยศฐาสมบัติมี

แม่อย่าห่วงผมเลยครับ   ผมจะกลับมาเป็นเศรษฐี   ให้แม่ชมชื่นยินดี   ว่าลูกคนนี้ไม่เสียแรง

จะจำคำแม่ไว้จนชั่ว   ชีวิตของตัวไม่แห้งแล้ง        น้ำใจไมตรีมีจะแบ่ง   ให้ทุกแห่งไม่แล้งไป

จากไปหนึ่งแล้วลูกแก้ว   จากไปแล้วคอยข่าวไข    จะเป็นไงบ้างหรืออย่างไร   อยู่ที่ไหนใจกังวล

จนวันหนึ่งลูกคนที่สอง   อยากเป็นนักร้องกับเขาสักหน        ขอเงินแม่ทำทุนตน   จะไปตั้งวงดนตรีให้ดัง

ไอ้ลูกคนนี้มันเอาแน่   แม่กำลังแย่ไว้คราหลัง        แต่ลูกก็อ้อนออดไม่ยอมฟัง   คิดแต่จะตั้งวงดนตรี

ตกลงแม่ขายยี่สิบไร่   ได้เงินมากมายมาคราวนี้     ใจลูกอิ่มเอมเปรมฤดี   กราบลงสองทีแล้วลาไป

เหลือลูกสาวอีกสองคน   กับลูกพิกลที่บ้าใบ้          แม่ก็เลี้ยงตามเรื่องไป   กับนาสิบไร่ที่ยังมี

แล้วเหมือนฟ้าผ่ามากลางอากาศ   แสนอนาถโอ้คราวนี้       ด้วยตัวตาผู้สามี   เกิดสิ้นชีวีลงกลางคัน

แทบสิ้นชีวิตปลิดใจไปด้วย   ไม่น่ามาม้วยด้วยภัยมหันต์       ต้องอยู่เหว่ว้าเปลี่ยวใจครัน   มาลำบากกันเอาตอนจะตาย

น้ำตานองหน้าแทบเป็นสายเลือด   หน้าซีดเผือดให้ใจหาย   อาดูรโดยระโหยใจกาย   โอ้ความตายไม่ปรานีใคร

ต่อแต่นี้ใครจะเป็นเรี่ยวแรง   ปักดำแหล่งจะหว่านจะไถ         จะทอดแหอวนหาผักฟืนไฟ   จะเป็นเพื่อนใจไม่เห็นใครกัน

เจ้าลูกสุดท้องก็พิกลพิการ   จะให้ทำงานก็ดูขบขัน    ง่อยเปลี้ยเสียขาปัญญาอ่อนครัน   แค่ตัวของมันยังต้องประดับประคอง

ในครานั้นมีสองชายหนุ่ม   มากลุ้มรุมรักลูกสาวทั้งสอง        คนแรกนั้นร่ำรวยเงินทอง   ส่วนคนที่สองมียศปัญญา

เป็นขุนนางในสำนัก   ของกษัตริย์มียศฐา             มาหลงรักสาวสวยโสภา   ของยายชราผู้ยากจน

ฝ่ายยายเฒ่าก็ไม่เกี่ยงงอน   ยกบังอรเพื่อหวังผล    ให้ลูกสาวทั้งสองคน   หวังพึ่งตนเมื่อชรา

หวังว่าได้ฝากผีฝากไข้   ยามก่อนจะตายสักครั้งหนา  ลูกจะได้สุขเกษมอุรา   ที่เกิดมาได้ผัวดี

ก่อนจะไปก็สั่งสอน   จัดที่หลับนอนให้ผัวสุขี         อาหารการกินให้หมั่นดูดี   เงินทองที่มีอย่าใช้ฟุ่มเฟือย

กิริยามารยาทสงบเสงี่ยม   การงานจงเขียมอย่าบ่นว่าเมื่อย   จงว่องไวอย่าชาเฉื่อย   อย่าฟุ่มเฟือยเรื่องเงินทอง

แม่สั่งเสร็จก็เช็ดน้ำตา   ลูกสาวโสภาจากไปอีกสอง            ทีนี้ก็เหลือแต่บ้านช่อง   กับลูกสุดท้องพิการพิกล

อยู่ต่อมาเรี่ยวแรงหมด   อาหารก็อดเริ่มขัดสน       เงินทองไม่มีเริ่มยากจน   ความขัดสนเริ่มวุ่นวาย

ที่ดินที่มีสิบไร่กว่า   ก็ขายที่นาทั้งสิบไร่                ก็ยังขัดสนไม่พอใช้   เพราะว่ารายได้มันไม่มี

ได้ยินข่าวลูกชายคนโต   ตำแหน่งใหญ่โตเป็นขุนสวี  ร่ำรวยเงินทองที่มากมี   ฐานะก็ดีมีเงินตรา

ก็ดีใจรีบไปตามข่าว   บอกพวกบ่าวแม่เจ้ามาหา     มิใช่จะอยากมาเบียดเงินตรา   ที่จำบากหน้าเพราะจนตรม

แม่คิดถึงลูกทุกวัน   คอยถามข่าวครันว่าทุกข์สุขสม   แม่ดีใจและชื่นชม   แม่นิยมและยินดี

มีลูกเช่นนี้ไม่เสียทีเกิด   แสนประเสริฐและสุขศรี    ขยันทำกินจนได้ดี   แม่มาที่นี่หวังพึ่งใบบุญ

ฝ่ายลูกชายเห็นแม่ริมรั้ว   แต่งตัวสุดชั่วก็อายเพื่อนขุน         ใส่เสื้อก็ขาดเป็นรูพรุน   ที่เย็บปะชุนเกือบทั้งตัว

แสนจะอายพวกบ่าวไพร่   อีกทั้งนายเจ้าเหนือหัว   มาทวงบุญคุณประจานตัว   ดูรูปชั่วดั่งขอทาน

จึงเอ่ยโทสะว่ายายแก่   เจ้าช่างไม่แลเจียมสังขาร  แม่ของข้านั้นตายไปนาน   อยู่วิมานสวรรค์ชั้นบน

เจ้าเอาอะไรมาอ้างข้า   ว่าเป็นมารดาเจ้าคนสถล   ร่างกายก็โก่งพิการพิกล   ไปให้พ้นเจ้าคนกาลี

ให้บ่าวไพร่ขับไล่ไป   ให้พ้นบ้านใหญ่บัดเดี๋ยวนี้     ขับไล่ไสส่งเจ้าคนราคี   ให้พ้นบ้านนี้โดยเร็วไว

สงสารแม่น้ำตาตก   สะอื้นในอกให้หวั่นไหว          นึกไม่ถึงว่าลูกจะไล่   ไม่สนใจไม่ใยดี

ค่อยค่อยเดินจากบ้านลูก   ใจยังผูกไฉนนี่             หมดเรี่ยวแรงเดินสองที   ล้มกับที่หลับกับดิน

โอ้ใจแม่ใครเห็นบ้าง   ถึงลูกจะร้างก็ยังถวิล           ยังรักลูกเป็นอาจินต์   แต่ลูกสิสิ้นกตัญญู

แม่เลี้ยงลูแต่เล็กจนโต   ให้เงินก้อนโขไปหาความรู้ ได้วิชามาจากครู   ให้เจ้าได้รู้ได้ร่ำเรียน

แม่เลี้ยงลูกนั้นเลี้ยงได้   เลี้ยงกี่รายก็ไม่หันเหียน     แต่ลูกได้ดีเมื่อร่ำเรียน   กลับติเตียนลืมคุณมารดา

เมื่อแม่ฟื้นคืนสติ   สมประฤดีก็เดินถามหา            หวังได้ข่าวจากลูกยา   คนที่มาเป็นนักร้องเพลง

เขาลือว่าตั้งวงได้   ทรัพย์มากมายเพราะร้องเก่ง    อยู่บ้านดอนแค่นี้เอง   นักร้องเพลงใครก็รู้จักดี

ก็ถามข่าวเขาเรื่อยไป   ว่าอยู่ที่ไหนลูกชายฉันนี่     จนถึงบ้านวงดนตรี   ก็เข้าถามที่พ่อลูกชาย

พอลูกชายได้เห็นหน้าแม่   แทบสิ้นดวงแดให้ใจหาย  โอ้แม่ฉันช่างน่าอับอาย   ทั้งรูปกายดังขอทาน

ดูสารรูปทั้งซูบทั้งผอม   ตัวซ่อซ่อมทั้งสังขาร       เสื้อผ้าปุปะอนาจาร   นี่หรือมารดาของเรา

โอ้นี่หรือแม่นักร้อง   ลูกทุ่งเสียงทองช่างขายหน้าเขา          ใครรู้ทั่วกันคงเลิกคบเรา   คบค้ากับเขาคงไม่พอใจ

จึงว่านี่แนะยายจ๋า   จงไปข้างหน้าก่อนค่อยมาไถ   จะมัวเชือนแชจะช้าอยู่ใย   ที่นี้เขาไม่รับนักร้องอย่างยาย

แม่ได้ฟังก็นิ่งอึ้ง   นึกไม่ถึงให้ใจหาย                   นี่น่ะหรือพ่อลูกชาย   แล้วร่ำไห้ซบกับดิน

น้ำตาหลั่งพรั่งพรายพรู   น่าอดสูไอ้ลูกใจหิน         แต่ละหยดรดธรณิน   ฟ้าและดินลิขิตชะตา

เหลือลูกสาวอีกสองคน   ความหวังของตนอยู่ข้างหน้า        ขอพึ่งพิงเพียงข้าวปลา   ที่พักพาอาศัยเรือน

ลูกสาวคนแรกอยู่บ้านหลังใหญ่   มีคนรับใช้ให้กลาดเกลื่อน  แม่ก็หวังเข้ามาเยือน   คงไม่เหมือนเจ้าลูกสองคน

แต่แล้วเหมือนฟ้าผ่ากลางอก   ให้ตกนรกสักสิบหน ลูกสาวเห็นแม่มาขอพึ่งตน   ลำบากลำบนกระเสือกสนมา

กลัวอายเพื่อนบ้านข้างข้าง   นินทาต่างต่างมีแม่เหมือนหมา สกปรกรุงรังรกลูกนัยน์ตา   แม้เสื้อผ้าแทบไม่ติดกาย

ลูกสาวคนที่สองก็เหมือนกัน   มีผัวเป็นพันทนายหลาย         กลัวญาติทางผัวแม่ตัวน่าอาย   จึงว่าแม่ตายเสียแต่ยังเยาว์

ตอนนี้เป็นลูกกำพร้า   ถูกยายเลี้ยงมาอยู่เนินเขา    ญาติผัวก็เชื่อด้วยหูเบา   ว่าอยู่กับเราไม่เป็นไร

ว่าพลางทางขับไล่ไสส่ง   ฝ่ายแม่นั่งลงน้ำตาไหล  แทบจะหมดจากหัวใจ   สุดแค้นในระกำทรวง

อกแทบคลั่งดั่งลมบ้า   ปั่นป่วนอุราน้ำตาร่วง         อาบทั้งกายทั้งแก้มพวง   สุดช้ำทรวงระทมชีวา

เจ้าลูกคนเล็กถึงพูดไม่ได้   แต่รู้ในใจว่าแม่ผวา      กระเสือกกระสนเที่ยวเดินมา   ขอเงินตราประชาชน

คนเขาเห็นก็สงสาร   จึงให้ทานแก้ขัดสน              พอได้เงินรีบจรดล   เลี้ยงแม่ตนโดยเร็วไว

แม่ใจปลื้มลืมทุกสิ่ง   มีลูกไม่ทิ้งทอดไปไหน         ถึงกายพิการแต่น้ำใจ   ยังมีให้อย่างมากมาย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   แม่คนหนึ่งหนาเลี้ยงลูกได้หลาย    แต่แม่คนเดียวลูกเลี้ยงไม่ได้   มันน่าเจ็บใจไหมล่ะคุณ

ก่อนจะจบขอบคุณทุกท่าน   ที่นั่งฟังกันอย่างแน่นหนุน        จงช่วยระลึกนึกถึงคุณ   และผลบุญของบิดรมารดา

นิทานเรื่องนี้ดีหรือไฉน   ก็จงเข้าใจเอาเองหนา     หากไม่ดีไม่ต้องนินทา   แวะไปว่าคุณเป๊ปซี่เอย.

                                                  

                                                ...เป๊ปซี่...

                                                   2520

 

โดย เป๊ปซี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net