วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาพบรรยากาศ หมอวิทย์(ชัยวิทย์ ศรีสฤงฆาร) บล็อคเกอร์โอเคเนชั่นที่จากไป..(ร่วมส่งเขาไปอ่านบทกวีบนฟากฟ้า)





-1- 

พลอลึ’เป็นนามปากกาของ ‘ชัยวิทย์ ศรีสฤงฆาร’

พลอลึ เป็นภาษาปวาเก่อญอ(กะเหรี่ยง) หมายถึง ‘ดอกไม้สีม่วง ดอกไม้ป่า 

ดอกไม้ที่เติบโตและเบ่งบานในหุบเขา ขุนห้วย 

ซึ่งเขาชอบคำและความหมายนี้ จึงบอกกับมิตรสหายว่าขอใช้เป็นนามปากกา 

พลอลึ- -ดอกไม้สีม่วง 

ในความรู้สึกของผม นั้นช่างเหมาะและคล้ายคลึงกับชีวิตเขาเสียเหลือเกิน 

งามและเศร้า เหงาแล้วเบิกบานในหุบเขา เบ่งบานแล้วก็พลันร่วงหล่น ก่อนวันวัย...

กระนั้น หากมองสะท้อนกลับไป 

เหมือนเขากำลังสื่อบอกเราให้เห็นถึงสัจจะความจริง 

ซึ่งไม่ว่าใครและใครก็หลีกหนีไม่พ้น 

ว่าชีวิตนี้บอบบางและแสนสั้น! 

จริงสิ, นอกจากเขาจะเป็นข้าราชการประจำโรงพยาบาลเวียงแหง

ตำแหน่งสุดท้ายของเขาคือ

เจ้าพนักงานทันตสาธารสุขชำนาญงาน ฝ่ายทันตสาธารณสุข

รพช.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

หากหลายคนเรียกเขาว่า หมอ จนติดปากและเคยคุ้น

และแน่นอน- -เขามีเป็นอะไรมากกว่านั้น 

บล็อกเกอร์ นาม ‘มะอึก’ มิ่งมิตรคนหนึ่งเอ่ยถึงเขาว่า...

กลางวันเขาประจำอยู่ที่ห้องทันตกรรม

แต่กลางคืนเขาคือกวี!

คงเป็นเช่นนั้น  เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้...

เกิดมาเพื่อเติบโต งดงาม และทำความดี ท่ามกลางป่าเขา 

งอกงาม เบ่งบาน ให้สรรพชีวิตรอบข้างได้ชื่นชมและสัมผัส 

งามนอก งามใน และจากไปอย่างเงียบๆ

 

-2-

 

เมื่อพูดถึงความฝันของเขา

เขามีความฝันหลายอย่างเคยบอกผม

หนึ่งนั้น- - คือความฝันอยากทำสวนเล็กๆ

ให้เป็นที่พักนักเดินทางไกล

เพียงสิบปีผ่าน ความฝันของเขาได้กลายเป็นจริง

เขาปลูกบ้านในสวนเล็กๆ และปรับขยาย แต่งเติม

จนกลายเป็น  ‘สฤงฆาร ฮัท & รีสอร์ท’

ให้กับแขกนักท่องเที่ยวนักเดินทางไกลได้มาพักผ่อน

ดังที่เขาเคยย้ำมาตลอดว่า

‘ชีวิตต้องอยู่กับบรรยากาศที่เป็นจริง ไม่ใช่สิ่งที่เพ้อฝัน’

 

 

 

-3-

 

และอีกหนึ่งความฝันหนึ่งของเขา

นั่นคือการมีความสุขที่ได้ขีดเขียนบทกวี

ที่กลั่นออกมาห้วงความรู้สึกข้างใน

และได้รวมเล่มบทกวีของตัวเอง

จำได้ว่าครั้งหนึ่ง ต้นฉบับบทกวีของเขาปึกหนึ่ง

ได้เดินทางมาถึงกระท่อมปีกไม้ในหุบผาแดงของผม

ผมอ่านงานเขาด้วยความสนใจและเห็นพลังถ้อยคำของเขา

ช่วงต้นๆ เขาเขียนบทกวีมีฉันทลักษณ์

หากผมบอกเขาว่า ตัวตนของเขา

เหมาะกับบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ หรือกลอนเปล่ามากกว่า

เพราะชีวิตนั้นชอบอิสระภาพ เสรีภาพ ไร้ขอบเขตจำกัด

กับวิถีชีวิตที่รายล้อมและอวลร่ำด้วยมิตรสหายและธรรมชาติ

ยิ่งในตอนหลัง เขามีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้โลกกวีไร้ฉันทลักษณ์ 

กับกวีจากแดนใต้ นาม อารี อันดา(ครูเสือ),สิงห์ สายจร(ครูเคน)

พวกเขาต่างหลั่งไหลถ้อยคำออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทุกค่ำคืน 

ข้างกองไฟในสวน จึงอวลด้วยมิตรภาพ บทกวีและบทเพลงเถื่อน

บทกวีของพวกเขากลับหลั่งไหลดั่งสายน้ำแตงในหน้าฝน

และนุ่มนวลดังหมอกขาวที่โอบกอบหุบเขาเวียงแหง อย่างไรอย่างนั้น

ใช่...กลางวันเขาอยู่ห้องทันตกรรม

หากกลางคืนเขาคือ กวี!

 

-4-

จู่ๆ ผองเพื่อนก็ส่งข่าวมาบอกว่าหมอวิทย์เข้า รพ.นครพิงค์ กระทันหัน

และหลังจากนั้นอีกสองวันต่อมา ก็ทราบข่าวว่าเขาจากไปเสียแล้ว

ด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด

โรคที่หลายคนอาจมองว่าไม่เป็นอะไรมาก

แต่ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากหลาย

เพียงชั่วข้ามคืนข้ามวัน

ชีวิตก็พลันล่องลอยหาย

ไปกับสายลมของความเวิ้งว้าง

ว่างเปล่า

 

 

-5-

ผมครุ่นคิดอยู่นานหลายนาน...

ทำอย่างไร ถึงจะทำอีกความฝันหนึ่งของเขาให้เป็นจริง

ผมส่งข่าวถึงมิตรสหายชาวโอเคเนชั่น

เริ่มจาก จ่าจินต์- -พี่มะอึก

หลังจากมิ่งมิตรมากมาย 

อาทิ จ่าจินต์,มะอึก-มะยง,ไทบ้าน,แม่ยายมากับตามี,

กัปตันแจ๊ค_จอมโจร จอมใจ,ChaiManu,สิริปตี..น้องภีม,

tengpong และสิงห์มือซ้าย  

ก็หลั่งไหลกันมาร่วมสมทบทุนในการจัดทำหนังสือบทกวีให้เขา 

เพื่อแจกให้ทันงานศพของเขา ในวันที่ 19 สิงหา 2553 

เวลา 3 วัน 3 คืน 

ผมมีความสุขและอิ่มเอมที่ได้นั่ง คัด รวบรวม ทำต้นฉบับให้กับเขา

ถ้อยคำและภาพถ่ายที่ชาวโอเคเนชั่นเดินทางไปเยือนเวียงแหง 

กับภาพที่เราเดินทางเลียบชายแดนเป็นวงกลมครั้งนั้น

คือภาพแห่งความสุข ความทรงจำและมีคุณค่าความหมายอย่างยิ่ง

หลังทราบข่าวจากน้องไหม ลูกสาวของเขาบอกว่า 

จะมีเพื่อนร่วมรุ่นหลายสถาบันมาร่วมงานศพพ่อ 

ผมบอกทางร้านพิมพ์หนังสือบทกวีเพิ่มเป็น 260 เล่ม 

เผื่อไว้และแจกแด่ผองมิตรที่ร่วมสมทบทุนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย 

ผมตัดสินใจทำในรูปแบบหนังสือทำมือ 

เนื่องจากงบประมาณและเวลาจำกัด 

จึงไม่สามารถเข้าโรงพิมพ์จัดพิมพ์สี่สีได้

กระนั้น เมื่อกลับจากงาน พบว่ามีมิ่งมิตรทยอยสมทบทุนเพิ่มเติมอีกบางส่วน

ผมปรึกษากับบล็อคเกอร์ มะอึก ว่างบที่ตามมา 

ผมจะจัดพิมพ์เพิ่มเติมทั้งหมด แล้วจะนำหนังสือไปมอบให้กับครอบครัวหมอวิทย์ 

เพื่อวางไว้ใน สฤงฆาร ฮัท 

เพื่อจำหน่ายเป็นกองทุนดูแลสวนชีวิต 

หรือแจกจ่ายให้กับแขกที่มาพัก 

ตามแต่ทางครอบครัวจะเห็นสมควรต่อไป...

 

-6-

ภาพบรรยากาศในงานวันสุดท้ายของเขา

แขกเหรื่อ ญาติิมิตรสหาย เพื่อนร่วมรุ่นหลายสถาบันของเขามาร่วมงานกันคับคั่ง

พิธีกรรมจัดกันแบบเรียบง่ายตามพิธีทางเหนือ 

ณ บ้านสันป่าแดง ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา

ผมมอบหนังสือบทกวีให้กับพี่สุดา ภรรยาของเขา ก่อนตั้งวางไว้ข้างรูปถ่ายหน้าศพ

หยิบให้วิทยากรในงานเล่มหนึ่ง

ก่อนที่จะมีการเอ่ยถึงตัวตนของหมอวิทย์อีกสถานะหนึ่ง

สถานะของความเป็น กวี!


 -7-

ช่วงบ่าย ขบวนเคลื่อนศพไปยังสุสาน 

นำโดยขบวนมโหรีของเด็กนักเรียนในชุมชน นำทาง...

เมื่อถึงสุสานผมรู้สึกตื่นเต้นระคนแปลกใจ

ใช่,ผมรู้สึกยะเยือกในบางสิ่ง สะท้านในบางอย่าง

หนึ่ง- -สุสานที่รอรับร่างเขาเป็นสวนสุขภาพของชุมชน

แวดล้อมด้วยดอกไม้ ต้นไม้แวดล้อมดูร่มรื่น

สอง- -ขณะเด็กนักเรียนและกระเทียม คนหัวฟู นำหนังสือบทกวี

พร้อมดอกไม้จันทน์แจกให้กับแขก ญาติมิตร สหายของเขาอยู่นั้น

ทันใดนั้น ผมรู้่สึกยะเยือกขนลุก เหมือนว่าเขารับรู้และกำลังสื่ออะไรบางอย่างกับผม

จริงสิ,เขาคงยิ้มและชอบ

ที่เขามาได้พำนักในสุสานอันเป็นสวนสุขภาพ 

หรือสวนสวรรค์อีกแห่งหนึ่งของเขา  

และเขาคงยิ้มและชอบ

ที่เห็นญาติมิตรก้มหน้าก้มตา พลิกอ่านบทกวีของเขาอยู่ตรงนั้น

ด้วยความสนใจยิ่ง

"เขาเขียนบทกวีด้วยเหรอ..."

เสียงของเพื่อนๆ เอ่ยขึ้นเหมือนไม่อยากจะเชื่อ

แต่ผมยิ้มและยืนยันในใจว่า- -เขาคือกวี!

 

-8-

 

ห้วงเวลาสุดท้าย...

ผมเดินเข้าไปหาเขา  เขานอนหลับตานิ่งอยู่ในนั้น ผ้าโพกศีรษะเช่นเดิม

ผมเคาะฝาไม้ก่อนเอ่ยออกมาเบาๆ

"อ้ายวิทย์...ผมทำความฝันให้แล้วเน้อ

ผมรวมบทกวีให้อ้ายแล้ว..."

ก่อนถอยออกมานั่งอยู่ห่างๆ และเงียบงัน


-9-

ผมพลิกหนังสือบทกวีของเขามาอ่านไว้อาลัยเขาอีกครั้ง.. 

ท้ายสุด...สุดท้าย 

เบื้องบน...

ท้องฟ้า ไกลกว้าง สุดคณา

เบื้องล่าง...

ผู้คนดิ้นรน ค้นหา สรรพสิ่ง

กองฟืน , หญ้าฟาง กองสุมเพื่อแก่งแย่ง

ให้แสงสว่างและไออุ่น สู่มวลสรรพชีวิต

ในอ้อมกอด สฤงฆาร ฮัท

ขอเป็นเพียงเศษเสี้ยว ฟืนและหญ้าฟาง

ให้หลายชีวิต ค้นหา !

การสู้ชีวิตผ่านกาลเวลา ร้อยแปดเรื่องราว

บางชีวิต .. ดำรงอยู่เพื่อร้างรา

บางชีวิต .. ดำรงอยู่เพื่อแสวงหา

ท้ายสุด ทุกชีวิต ขอเพียง  มีลมหายใจ.

 

และนี่คืออีกบทหนึ่งที่ผมชอบ และนำมาวางไว้ปกหลัง...

ค่าชีวิต

 

บางชีวิต

เกิดง่ายดาย

ดังดอกเห็ดที่ขึ้นดาษดื่นตามขอนไม้ผุๆ

แต่หลายชีวิตซับซ้อนขั้นตอนการปฏิสนธิ

และการดำรงอยู่

ครั้นเมื่อ!

มีชีวิต ให้ดำรงชีวิต ดังมีชีวิต

มีคุณค่า, มีวิธีการ, มีกลไกและลมหายใจ

เฉกดั่ง-

การปฏิสนธิเพื่อเกิดชีวิต

ฤา..จะมีชีวิตเพียง

ดอกเห็ดที่ขึ้นดาษดื่นตามขอนไม้ผุๆ


* * * * * * * * * * *
-10-

หมอวิทย์
มหามิตร ผู้ยิ่งใหญ่
ตรากตรำ ในพงไพร
ใจเด็ดเดี่ยว เชี่ยวเชิงชาญ

จากฝาง สู่เวียงแหง
ด้วยเรี่ยวแรง และฉาดฉาน
สู้ทน หมองหม่นนาน
ทิ้งวันวาน สู่ดวงดาว...

ด้วยคารวะในมหามิตร
มะอึก-มะยง


* * * * * * 

ภาพบรรยากาศในงาน





































































































ปล.ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้สมทบทุน

ในการจัดทำหนังสือบทกวีเล่มนี้จนแล้วเสร็จ 

บรรลุตามความฝันสุดท้ายของหมอวิทย์ 

และขอให้ท่านผู้ที่สมทบทุนทุกท่าน 

โปรดส่งที่อยู่มาให้ผมทางหลังไมค์ 

เพื่อจะได้จัดส่งหนังสือไปให้เป็นที่ระลึกต่อไปครับ

เพื่อด้จัดส่งหนังสือดังกล่าวมาเป็นที่ระลึกแด่ท่านต่อไป

โดย ภู_เชียงดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net