วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บ้านครัวโมเดล 2552 สู้กับเสื้อแดง...2553 ฉีกใบปลิวพรรคการเมืองใหม่ทิ้งลงคลอง...สรุปว่า ไม่เอาทั้งเหลืองทั้งแดง...ตกลงว่าพรรคการเมืองใหม่ ไปหาเสียงหรือไปหาเรื่อง?


แจ้งจับชาวบ้านฉีกแผ่นพับผู้สมัคร ส.ก.การเมืองใหม่ทิ้งคลอง!

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 20 สิงหาคม 2553 18:08 น. ( ASTV - ผู้จัดการ )

ผู้สมัคร ส.ก.พรรคการเมืองใหม่ แจ้งความดำเนินคดีหนึ่งในชาวบ้านภายในชุมชนบ้านครัวเหนือ ฉีกแผ่นพับแจกหาเสียง พร้อมทั้งดึงจากมือเพื่อนบ้าน และที่เสียบไว้หน้าบ้านของชาวบ้านมารวมกันแล้วฉีกโยนทิ้งคลองแสนแสบต่อหน้าต่อตาผู้สมัครและทีมงาน

วันนี้ (20 ส.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สน.พญาไท นายปรเมษฐ์ ภู่โต อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 ตรอกเจริญนิวาส แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี หมายเลข 2 สังกัดพรรคการเมืองใหม่ พร้อมทีมผู้สมัคร ส.ข.เขตราชเทวี หมายเลข 15-21 สังกัดพรรคการเมืองใหม่ ทั้ง 7 คน เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดกอง พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.พญาไท ว่าถูกชาวบ้านฉีกแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ก.และส.ข. ก่อนโยนทิ้งคลองแสนแสบต่อหน้าต่อตา รวมทั้งยังถูกคนร้ายขโมยแผ่นป้ายหาเสียงไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นประจำทุกวัน

นายปรเมษฐ์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ที่ผ่านมา ตนกับทีมผู้สมัคร ส.ข.ของพรรคการเมืองใหม่ และคณะทำงานได้เข้าไปหาเสียงแจกแผ่นพับแนะนำตัวให้ชาวบ้านภายในชุมชนบ้านครัวเหนือ ซอย 8 แขวงถนนเพชรบุรี เขตพญาไท แต่ขณะที่เดินแจกมาถึงบ้านเลขที่ 857 ในชุมชนนั้น หญิงเจ้าของบ้านดังกล่าวซึ่งพวกตนทราบแต่เพียงชื่อเล่นว่า “มะ” ก็หยิบแผ่นพับที่แจกให้มาฉีกทิ้งทันที นอกจากนั้น หญิงคนดังกล่าวยังไปหยิบแผ่นพับจากมือชาวบ้านคนอื่น และแผ่นพับที่พวกตนไปเสียบไว้ตามรั้วบ้านมารวมกัน ก่อนจะฉีกแล้วโยนทิ้งลงไปในคลองแสนแสบต่อหน้าทีมงานของพวกตน

“หลังเกิดเรื่องพวกผมก็เดินทางมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นตัวอย่าง เพราะแผ่นพับทีพวกผมแจกให้คุณไปแล้ว ตัวคุณก็มีสิทธิ์ที่จะฉีกทิ้งหรือทำอะไรก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปดึงมาจากมือชาวบ้านคนอื่น หรือไปดึงแผ่นพับที่เสียบไว้ตามบ้านหลังอื่นมาฉีกแล้วโยนทิ้งคลองแสนแสบแบบนี้ คนพวกนี้เป็นพวกการเมืองเก่าน้ำเน่า ชอบไม่ชอบก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่คุณควรจะให้ชาวบ้านตัดสินใจเองว่าจะเลือกใคร” นายปรเมษฐ์กล่าว

นายปรเมษฐ์กล่าวด้วยว่า หลังจากลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข.เขตราชเทวีแล้ว พวกตนก็เริ่มนำแผ่นป้ายหาเสียงไปติดไว้ตามที่ต่างๆ ในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.เป็นต้นมา แต่ป้ายหาเสียงของพวกตนที่อยู่รอบบริเวณชุมชนนี้กลับหายไปทุกวัน จนไม่มีเงินจะไปทำมาใหม่แล้ว ส่วนจุดอื่นๆ ถ้าป้ายยังอยู่ก็ถูกทำลายทั้งตัดคอขาดบ้าง เจาะหน้าบ้าง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้

ด้าน ร.ต.ท.สุดประเสริฐกล่าวว่า เบื้องต้นจะรับแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งจะประสานไปยังฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวผู้กระทำผิดต่อไป ซึ่งในกรณีนี้อาจจะเข้าข่ายความผิดข้อหาทำให้เสียทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดข้อหาอื่นหรือไม่

ผู้จัดการ

000000

ความเดิม...

บ้านครัวโมเดล เมื่อสงกรานต์เลือด 2552
คมชัดลึก : หลังจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกินขอบเขตของกลุ่มเสื้อแดง ที่มีการเผารถเมล์และยางรถยนต์ ใกล้แหล่งชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนตลาดนางเลิ้ง ชุมชนซอยเพชรบุรี 5 ชุมชนซอยเพชรบุรี 7 ชุมชนบ้านครัว และชุมชนคลองส้มป่อย ริมทางรถไฟยมราช

กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องบ้านเรือนของพวกเขาอย่างไม่กลัวตาย โดยเฉพาะชาวชุมชนตลาดนางเลิ้ง ที่มีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มผู้ชุมนุม เตรียมจะเผารถเมล์ที่ยึดมาจอดขวางใกล้ตลาดเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีแห่งนี้ เมื่อเวลาประมาณบ่ายสองโมง แต่ชาวตลาดนางเลิ้งกว่า 100 คน ช่วยกันเคลื่อนรถออกไปจนพ้นรัศมีที่จะสร้างความเสียหายแก่ชุมชนได้
จากนั้นชาวบ้านก็ยิ่งผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งโดยไม่มีแกนนำใดๆ แต่ทุกคนรู้เพียงว่าต้องปกป้องบ้านของตนเอง และมีการจัดเวรยามคอยเฝ้าตรวจตรากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาสร้างความเดือดร้อนขึ้นอีก

จนเวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 ทุ่ม ชาวตลาดนางเลิ้งได้ตรวจยึดถังน้ำมัน 5 ลิตร พร้อมถุงผ้า จากผู้ชุมนุมที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมา หลังจากนั้นราว 1 ชั่วโมง ก็มีแก๊งมอเตอร์ไซค์ปาระเบิด 2-3 ลูก มายังกลุ่มชาวตลาดที่มารวมตัวกันอยู่ ตามติดด้วยเสียงปืนที่ระรัวร่วม 50 นัด เปลี่ยนตลาดนางเลิ้งให้เป็นพื้นที่สงครามย่อยๆ โดยที่ชาวบ้านมีเพียงมีดและไม้เท่านั้น
นายปิยะพงษ์ จ้อยช้อยชด อายุ 23 ปี พี่ชายนายยุทธการ จ้อยช้อยชด ผู้เสียชีวิตจากการร่วมลุกขึ้นสู้ปกป้องชาวตลาดนางเลิ้ง บอกถึงเหตุผลที่ออกไปป้องกันชุมชนว่า เขาจะมาเผาบ้าน ซึ่งแถวนั้นเป็นบ้านไม้เก่าแก่ จึงต้องออกมาปกป้องชุมชน แต่พวกเขาทำเหมือนพวกเราไม่ใช่คน

“ตอนเกิดเหตุยิงพวกเราก็ไม่ได้ยั่วยุอะไร แต่เขาขว้างระเบิดใส่พวกเรา แล้วก็ยิงโดนน้องชายผมล้มลงแล้วก็พยายามจะวิ่งหนีก็ล้มฟุบลงอีก เขาทำเหมือนพวกเราไม่ใช่คน” ปิยะพงษ์ เล่าเหตุการณ์ ขณะนำศพน้องชายมาบำเพ็ญกุศลที่วัด

นายมณฑล สุดราภา อายุ 31 ปี ชาวชุมชนตลาดนางเลิ้งที่อยู่ในเหตุการณ์ เสริมว่า พวกเราต้องปกป้องบ้าน เพราะมีการข่มขู่ว่าว่าจะวางเพลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้มาช่วยเรา เหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดขึ้น ทำกับชาวบ้านเหมือนเป็นสัตว์ มันถ่อยมาก เหมือนเราไม่ใช่คนไทยด้วยกัน หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก พวกชาวชุมชนตลาดนางเลิ้งก็พร้อมจะลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของพวกเราแน่นอน
หลังเสียงปืนยุติลง บ้านเรือนของประชาชนในตลาดนางเลิ้งหลายหลัง มีรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน ขณะที่บางหลังประตูเสียหาย เพราะมีการบุกพังประตูหวังทำร้ายคนภายในบ้าน แม้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว และมีกำลังทหารมาคอยดูแล แต่ชาวตลาดนางเลิ้งก็ยังหวั่นใจว่าจะถูกกระทำอีก

หลังจากเสร็จงานศพของนักต่อสู้ของชาวตลาดทั้ง 2 คน คณะกรรมการชุมชนจะรวมตัวกันไปร้องเรียนที่สถานีตำรวจ เพราะความไม่มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมีชาวบ้านเห็นว่าตำรวจในพื้นที่รู้เห็นเป็นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้

ส่วนชุมชนซอยเพชรบุรี 5 ซอยเพชรบุรี 7 และชุมชนบ้านครัว ที่มีกลุ่มชาวบ้านออกไปผนึกกำลังสู้กับกลุ่มผู้ประท้วงที่ประกาศข่มขู่ว่าจะเผาบ้านและมัสยิด โดยจุดเริ่มต้นจากกลุ่มชาวบ้านซอยเพชรบุรี 7 ที่กล้าตายออกไปดับยางรถยนต์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงจุดไฟเผา สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มผู้ประท้วง มีการปะทะกันจนชาวบ้านต้องหลบหนีเข้าในซอยเพชรบุรี 5 และเพชรบุรี 7 โดยมีกลุ่มผู้ประท้วงร่วม 30 คน ติดตามไล่ยิง ขว้างก้อนอิฐ และขวดน้ำอัดลม จนทำให้บ้านเรือน ร้านค้า รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ได้รับความเสียหาย

นายอัศวิน ขำมะโน อายุ 44 ปี ชาวชุมชนเพชรบุรี ซอย 7 กล่าวว่า รู้สึกทนไม่ไหวกับการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมจึงต้องออกไปขัดขวางการกระทำของพวกเขา ที่มีการปิดถนน เผายางรถยนต์ มันใกล้บ้าน กลัวจะมาเผาบ้าน ทำลายทรัพย์สิน มาละเมิดสิทธิของพวกเรา มีการมาทำลายมัสยิด เสมือนไม่ให้เกียรติพวกเรา จึงต้องออกมาปกป้อง และเฝ้าระวังไม่ให้พวกเขากลับมาทำร้ายพวกเราอีก

“ผมไม่ไหว ดูมาหลายครั้งแล้ว จึงต้องออกมาปกป้องชุมชนของเรา แต่พวกเขาก็มาทำร้ายเรา ทำลายมัสยิดมันเกินไป มันเหมือนไม่ให้เกียรติเรา หากมีการชุมนุมลักษณะนี้อีกก็จะออกมาปกป้องชุมชนอีกแน่นอน” นายอัศวิน กล่าว

เช่นเดียวกับ นางไลลา ชนะมิตร อายุ 48 ปี ร่วมกับชาวชุมชนบ้านครัวมาตั้งด่านสกัดกลุ่มคนเสื้อแดง หากผ่านมาก็จะให้ถอดเสื้อสีแดงออก เพื่อความปลอดภัยของคนกลุ่มเสื้อแดงเอง มีการออกมาเฝ้าระวังมัสยิดของชุมชน เนื่องจากถูกกลุ่มผู้ชุมนุมข่มขู่ว่าจะเผามัสยิด

ด้านชาวชุมชนคลองส้มป่อย ริมทางรถไฟยมราช ก็เช่นเดียวกันที่ออกมาร่วมขัดขวางการเผายางรถยนต์จนเกิดการปะทะกับกลุ่มเสื้อแดง นายสมชาย ศรีมาลา เล่าว่า ชาวชุมชนเริ่มทนไม่ไหว เพราะถูกตรวจค้นจากกลุ่มเสื้อแดงที่มาปิดถนนหลังชุมชน ส่วนด้านหน้าชุมชนก็มีการเผายางรถยนต์อีก ด้วยความหวั่นเกรงว่าไฟจะลามมาเผาบ้าน จึงพากันออกไปดับไฟและขับไล่เสื้อแดง

“พวกเขาจะมาเผาบ้านเรา จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จึงออกไปขับไล่ และหยุดการกระทำของกลุ่มเสื้อแดงจนล่าถอยไป รู้สึกดีใจที่ได้ทำเพื่อชาติและบ้านของเรา” นายสมชาย กล่าว

และหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้อีก ชาวชุมชนริมทางรถไฟยมราช กว่า 50 คนก็จะออกไปร่วมป้องกันชุมชนของพวกเขาอีกแน่นอน หากเป็นการมาละเมิดสิทธิของพวกเขา

วันที่ 15 เมษายน 2552
คมชัดลึก

00000000

ความเห็น...

นับเป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจของชาวกทม. โดยเฉพาะที่ที่ชุมชนบ้านครัว

เมื่อปีที่แล้ว ชาวชุมชนบ้านครัวพากันออกมาต่อสู้กับคนเสื้อแดง แถมโดนขู่ว่าจะเผามัสยิด เลยต้องระดมพลออกมาสู้กันซักตั้ง จนเสื้อแดงแหยงกลับไป ไม่กล้าเหิมเกริมจะเผาบ้านเผาเมืองเมื่อปีที่แล้ว

มาปีนี้ การเมืองท้องถิ่น เปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ที่มีโยงใยกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ASTV ผู้จัดการ ชุมชนบ้านครัวกลับมีปฏิกริยาในทางไม่ต้อนรับผู้สมัคร สก./สข. ของพรรคการเมืองใหม่ ถึงขนาดดึงใบปลิวหาเสียงของพรรคการเมืองใหม่ฉีกและทิ้งลงคลอง

จนผู้สมัครของพรรคการเมืองใหม่ต้องขึ้นโรงพักแจ้งความ และตำรวจกำลังจะออกหมายเรียกและหมายจับกับชาวชุมชนบ้านครัว

นึกแล้วก็ขำ ๆ นี่ไปหาเสียง หรือไปหาเรื่อง

นี่คือสิ่งที่คนอยากเป็นนักการเมืองจะต้องเรียนรู้ ไปหาเสียง ไม่ใช่ไปหาเรื่อง โดนอะไรนิดๆ หน่อยๆ ต้องอดทน ไม่ว่าชื่อดอกไม้หรือก้อนอิฐที่ปลิวมาจะต้องยอมรับกับการตัดสินของประชาชน

นี่ขนาดเข้าไปในถิ่นของคนเคยต่อต้านคนเสื้อแดงยังโดนขนาดนี้

หากเข้าไปหาเสียงในถิ่นคนเสื้อแดงจะโดนขนาดไหน นี่ยังดีว่าไม่โดนชาวบ้านขับไล่

ถ้าโดนขนาดขับไล่ไม่ให้ไปหาเสียง พรรคการเมืองใหม่ก็ต้องกลับไปทบทวนตัวเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

ไปหาเสียงแท้ๆ กลับไปแจ้งจับชาวบ้าน เพียงเพราะเอาใบปลิวไม่กี่ใบโยนลงคลอง

ถ้าหากชาวชุมชนบ้านครัวระดมพลชาวมุสลิมทั่วกรุงเทพ ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ จะแก้ไขกันยังไง

นี่แหละสิ่งที่พรรคการเมืองใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่ จะต้องกลับไปทบทวนวิถีทางการหาเสียง

แทนที่จะเป็นการหาเสียง มันก็จะกลายเป็นการลงไปหาเรื่อง

ดีไม่ดีจะทำให้การหาเสียงของคนทั้งพรรคของตนเองหาเสียงลำบากยิ่งขึ้น

จะเป็นนักการเมืองต้องรู้จักและเข้าใจประชาชนด้วยว่าเค้ามีปฏิกริยายังไงกับพรรคตัวเองสังกัด

เห็นพฤติกรรมนักการเมืองของพรรคการเมืองใหม่วันนี้ ก็พอจะมองออกถึงอนาคตแล้วละครับ

ผมจะคอยดูว่า สิ้นเดือนนี้ นายปรเมษฐ์ ภู่โต จะได้กี่คะแนนเสียง...

แคน ไทเมือง

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net