วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โตรอนโต เมืองใหญ่ในวิถีชุมชน


ฉันอาจไม่ใช่นักเดินทางที่ท่องเที่ยวไปรอบโลก แต่การเดินทางของฉันไม่เคยไปด้วยการพกเงินทองไปมากมาย ไม่ได้ไปเพื่อจะได้ชื่อว่า "ได้ไปมาแล้ว"แต่ฉันมักจะไปเพราะมีเหตุให้ต้องไป หรืออาจไปเพราะอยากไป เพื่อจะอยู่ จะดู จะทำ ร่วมกับคนพื้นถิ่นอย่างแท้จริง

ประเทศแรกๆที่เคยไป เช่น ฟิลิปปินส์ เป็นความโชคดีที่ได้ไปรู้จักถึงก้นครัวชาวนาในพื้นที่สูง และพบว่าชาวนาฟิลิปปินส์ทำนาในที่นาของคนอื่น ซึ่งคนที่เป็นเจ้าของนั้นมีถิ่นฐานอยู่นอกประเทศ ไม่เคยรู้วิธีทำนา ไม่เคยสนใจว่าชาวนายากไร้อย่างไร  เพราะพวกเขาคือคนอเมริกา

ฉันจึงได้รู้ว่า หนทางรอดเพียงประการเดียวของชาวนากาตาล๊อคคือรวมตัวเป็นสหกรณ์ชาวนา สร้างอำนาจต่อรองกับระบบทุน แต่กระนั้นก็ยังถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยน้ำมือนักการเมืองขี้โกงระดับแนวหน้า

แม้แต่พม่า ประเทศที่มีกลิ่นอายของพระพุทธศาสนายังแข็งกล้า แต่ทว่าเสียงร้องของท้องอันหิวโหยก็ดังลั่นสะเทือนแผ่นดินไม่น้อยไปกว่ากัน ฉันเคยคลุกคลีกับพวกเขาในอารามที่เคร่งครัดต่อกิจปฏิบัติ แม้ทุกคนต้องอาศัยอยู่อย่างแออัดในห้องพัก แต่เส้นทางธรรมกลับเปิดกว้างสว่างไสวให้วิญญาณของพวกเขาโบยบินอย่างเสรี เหนือการกดขี่ข่มเหงจากการปกครองของระบอบเผด็จทหาร

หรือว่ากัมพูชา บ้านพี่เมืองน้อง ที่กินแหนงแคลงใจกับไทยเป็นระยะ
เพราะความไม่ลงตัวของผลประโยชน์ ที่นั่นยังมีรอยยิ้มให้กับคนไทยอย่างฉัน แม้ในเมืองสตึงเตรง ทางตอนเหนือที่ยากจะหาคนไทยเข้าไปท่องเที่ยว พวกเขายังพยายามจะชวนฉันคุยอย่างมีไมตรี

ประเทศไทยกลับทำให้ฉันเศร้าใจ สามคืนแรกที่นอนที่โตรอนโต ฉันฝันร้าย คล้ายความจริงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนฉันอยู่ปารีส ฉันฝันว่ามีม็อบหลายกลุ่มปิดถนนทุกเส้นทางหลักของประเทศ ทหารปักหลักตรึงกำลังอยู่เต็มเมืองกรุง เรากำลังจะฆ่ากันอีกแล้ว

ฉันตกใจตื่นในยามดึก เผลอน้ำตาซึม เมื่อรู้ตัวว่าฉันฝัน แต่มันโหดร้ายเกินจะทน แม้จะเป็นเพียงความฝันก็ตาม

เวลาที่อยู่แคนาดากว่าหนึ่งสัปดาห์ เพียงแค่เมืองโตรอนโต ในภาพที่พบเห็นอย่างผิวเผินจากกิจกรรมของ CNE (Canada National Exhibition) ทำให้ฉันสะท้อนลมหายใจอย่างอึดอัด คล้ายๆอยากร้องไห้ให้กับตัวเอง เฝ้าแต่วนเวียนถามตัวเองว่า

"ทำไมเมืองไทยจึงต่างไปจากนี้มากมายนัก"

เอาภาพเสาไฟฟ้าไม้ที่ถ่ายจากรถแท๊กซี่มาให้ดู ยังหาข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้ว่าอายุเท่าไหร่ แต่เขายังใช้งานอยู่ค่ะ

ภาพในอาคารขายของและจัดกิจกรรม

กิจกรรมหนึ่งในงานนี้ เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมามีการเดินพาเหรดของทหารผ่านศึก ชาวแคนาดาต่างยินดีปรีดา ตั้งแถวปรบมือต้อนรับเกรียวกราวตลอดเวลา อย่างสมเกียรติยศทหารหาญ

ทุกคนยืนรอนั่งรอ ใกล้ชิดขบวน

แต่ละกรมกองมีเครื่องแบบไม่เหมือนกัน

ลีลาแต่ละท่าน ดูเอานะคะ

ระดับนำที่เป็นผู้หญิง ไม่มีความรู้เรื่องระดับยศ ไม่มีข้อมูลใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครให้เซ้าซี้ถาม ได้แต่ถ่ายภาพมาอย่างเดียว

.

.

.

ท่านผู้นี้ได้รับการปรบมืองดังกว่าท่านอื่น

นี่อีกท่าน ที่เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชน

หน่วยนี้ไม่ทราบว่าเป็นหน่วยอะไร แต่น่าจะบ่งบอกถึงการเติบโตที่มีคุณภาพของสังคมชาวแคนาดา

มันเขาล่ะ

นี่ก็อีกล่ะ

หน่วยรบไหนหนอ หนวดเคราแอร่ม

.

ไม่ธรรมดา

.

ท่าทางไม่เบา

พาย้อนมาในอาคารขายของ กว้างมากค่ะ

มุมนี้สินค้าจากโรงงาน ส่วนใหญ่เป็นเสื้อยืด แคนาดาเป็นแหล่งผลิตเสื้อยืดราคาถูกมีคุณภาพ

มุมสนุกสุขสันต์ของเหล่าผู้อาวุโส

สูงวัยทั้งคนร้องคนฟัง แต่จังหวะดนตรียังคึกคัก ทุกคนมีความสุข

มุมของเด็ก

การแสดงออกของเด็กๆ มีอีกหลายกิจกรรม 

มุมศิลปะ ศิลปินนานาชาติมาก่อกองทราย อย่างช้าๆ

แต่ละวันจะคืบหน้าไปไม่มาก (เรื่องนี้จะนำภาพและเรื่องมาเล่าต่อไป เพราะน่าทึ่งมาก)

ภาพทั้งหมด อาจไม่สามารถบอกเล่าความเป็นชาวแคนาดาได้ทั้งหมด แต่เสี้ยวหนึ่ง เท่าที่พยายามจะถ่ายทอดผ่านภาพ ผ่านแววตาทหารหาญ ผ่านรอยยิ้มของผู้คนที่เรียงแถวต้อนรับ

ฉันอยากบอกว่า ในนาทีที่เหยียบยืนบนแผ่นดินอื่น ฉันน้ำตาซึม คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง

ฉันอยากบอกว่าฉันเศร้าใจ เพราะฉันรับรู้ว่าคนที่นี่มีความรักและยกย่องทหารหาญอย่างเป็นธรรมชาติธรรมดา แต่ทว่ามีความจริงจังจริงใจอยู่ในท่าทีอย่างที่ฉันไม่เคยได้เห็นในเมืองไทย

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net