วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องของปลาทูกับคนไทย


 

เมื่อครั้นตอนเป็นวัยเด็ก ที่บ้านชนบทแม่จะซื้อปลาทูกลับบ้านมาบ่อยๆ ไม่ใช่เพราะคนที่บ้านชอบปลาทูแต่อย่างใด หากแต่ปลาทูต้มคลุกข้าวเป็นอาหารที่แสนอร่อยของเจ้าแมว-แมว ที่แม่เลี้ยงไว้ ถ้าใครไม่รู้ หรือคนที่ชอบทานก็จะเอาปลาทูต้มมาปรุงใส่พริกซอย มะนาว หอมแดง ก็จะได้ต้มส้มปลาทู 1 ถ้วยที่แสนอร่อย ไม่เคยเห็นแม่จะด่าใครเลย เพียงแต่บอกว่าอย่าทิ้งหัวปลา เพราะจะเก็บไว้ให้เจ้าแมวตามเคย

เมื่ก่อนปลาปลาทู มีราคาถูกออกทะเลไปนิดเดียวก็ได้เยอะแยะ เดี่ยวนี้ออกไปเป็นคืนก็ได้ไม่มาก เครื่องมือพาณิชย์พัฒนาขึ้น จับได้มากขึ้น บริเวณชายฝั่งก็จับปลาทูได้น้อยลง  บังเดชชาวประมงชายฝั่งจากชุมพรสะท้อนความรู้สึก 

อดีตปลาทูเป็นสัตว์น้ำที่เราทานทิ้งขว้างกันมาก  เพราะคิดว่ามีจำนวนมาก ปัจจุบันปลาทูกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจทีสำคัญอันดับหนึ่งของประมงทะเลในประเทศไทย ปลาทูเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมสูง และไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนไทย ต่อจากนี้เราคงจะไม่เห็นใครต้มปลาทูให้แมวอีกต่อไป

เรารู้จักปลาทูกันดีแค่ไหน    ปลาทู กลายเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย ด้วยสาเหตุมาจาก

1. ปลาทูเป็นปลาผิวน้ำ ในอดีตปลาทูในอ่าวไทยชุกชุมมาก ชาวประมงไทยจึงสามารถจับปลาทูได้ตั้งแต่สมัยโบราณ นำขึ้นมาบริโภคและแจกจ่ายให้กับเพื่อนร่วมชาติ ส่วนที่เหลือก็ทำเป็นปลาทูเค็มส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เป็นต้น
2.  ปลาทูมีรสชาติอร่อย สามารถปรุงด้วยวิธีการง่ายๆเช่น ทอด นึ่ง ปิ้ง หรือปรุงด้วยขั้นตอนที่สลับซับซ้อน เช่น ฉุ่ฉี่ปลาทู ต้มยำปลาทู ปลาทูต้มเค็ม ไม่ว่าจะปรุงด้วยวิธีไหนอาหารจากปลาทูล้วนมีรสชาติอร่อยทั้งสิ้น โดยเฉพาะน้ำพริกปลาทู กลายเป็นอาหารประจำชาติและเป็นวัฒนธรรมการกินของคนไทยมาจนทุกวันนี้
3.  ปลาทูเป็นปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นักวิทยาศาสตร์จากประเทศญี่ปุ่นและนอร์เวย์ ได้ศึกษาค้นพบว่าปลาผิวน้ำ จากทะเลทุกชนิดรวมทั้งปลาทู ในส่วนหัว ส่วนเนื้อ รวมทั้งลูกนัยตาและสมองของปลา มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวและมีสารโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อบริโภคปลาผิวน้ำแล้ว สารดังกล่าวจะช่วยละลายไขมันในเส้นเลือด โดยเฉพาะเส้นเลือดในหัวใจ

วงจรชีวิตปลาทูในอ่าวไทยบ้านเรา

เรื่องเล่าบอกว่าปลาทูมาจากทะเลญี่ปุ่นบ้าง บางคนก็บอกว่ามาจากเกาะไหหลำ จนกระทั่ง 50 ปีที่ผ่านมา กรมประมงได้ศึกษาวงจรชีวิตปลาทู  และพบว่าปลาทูคือชลทรัพย์ของคนไทยทั้งประเทศ มีแหล่งกำเนิดในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันแถวอ่าวพังงา แต่ปลาทูพบมากที่สุดในอ่าวไทย ปกติปลาทูจะวางไข่ตลอดปี ชาวประมงจึงสามารถจับปลาทูได้ทั้งปี แต่การวางไข่ของปลาทูในอ่าวไทย พบว่าช่วงที่มีการวางไข่และอัตราการรอดของลูกปลาสูง อยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ฝูงปลาทูจากก้นอ่าวไทยบริเวณจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี จะว่ายน้ำไปวางไข่บริเวณนอกฝั่งจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ ชุมพรและสุราษฏร์ธานี ไข่ปลาทูจะฟักออกเป็นตัวภายใน 24 ชั่วโมง และจะเลี้ยงตัวอยู่บริเวณชายฝั่งและเกาะแก่งของ 3 จังหวัดภาคใต้ดังกล่าว ในระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม

เมื่อลูกปลาทูที่แข็งแรงแล้วจะรวมกันเป็นฝูงว่ายน้ำไปหากินบริเวณก้นอ่าวไทย คือจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงครามและเพชรบุรี เพราะเป็นบริเวณที่มีแร่ธาตุอาหารบริบูรณ์ ซึ่งได้จากแม่น้ำหลายสายที่ไหลลงสู่อ่าวไทย นำแร่ธาตุอาหารมาด้วย เช่นแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และเมื่อลูกปลาทูบริเวณก้นอ่าวไทยเติบโตเต็มที่แล้วก็จะเดินทางไปวางไข่ยัง 3 จังหวัดภาคใต้อีก  โดยสรุปปลาทูเดินทางในลักษณะตามเข็มนาฬิกา

 

มาตรการของรัฐในการรักษาปลาทูให้เรากิน
ด้วยปลาทูมีอัตราการบริโภคสูงภายในประเทศ และยังส่งออกเป็นสินค้าจำหน่ายต่างประเทศ ทำให้ปริมาณปลาทูในอ่าวไทยลดลงจนถึงขั้นวิกฤติ คือในปี พ.ศ. 2533 ที่จับปลาทูได้เพียง 5 หมื่นตัน มาตรการอนุรักษ์ปลาทูในอ่าวไทยจึงถูกกำหนดขึ้น นั่นคือการประกาศปิดอ่าวไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ปลาทูและสัตว์น้ำชนิดอื่นวางไข่ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2527 กำหนดให้พื้นที่ในท้องทะเลบางส่วนของจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี สองหมื่นหกพันตารางกิโลเมตรห้ามใช้เครื่องมือประมงบางประเภทจับสัตว์น้ำเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคม ของทุกปี

พวกเราจะช่วยกันอนุรักษ์ปลาทูได้อย่างไร

 เพราะปลาทูออกไข่ทั้งปี  ดังนั้นการที่เราพบปลาทูนึ่งมีไข่ หรือปลาทูสดมีไข่นอกฤดูการวางไข่ที่มีประกาศห้ามจึงไม่ใช่เรื่องแปลก  วิธีที่เราจะช่วยการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาทูในอ่าวไทย หรืออันดามันมีได้หลากหลายวิธี เช่นลดปริมาณการใช้ประโยชน์ลง  ซื้อมาแต่พอดีกับคุณในครอบครัว หยุดบริโภคปลาทูในช่วงที่รัฐควบคุมการจับ ก็เท่ากับไม่ส่งเสริมการลักลอบการทำประมงไปด้วย  การช่วยกันรักษาทะเล ไม่ทิ้งขยะ น้ำเสีย สร้างความเสื่อมโทรมให้กับทะเลและชายฝั่ง เราก็ได้ช่วยกันรักษาแหล่งอาศัย แหล่งอาหารให้กับปลาทูไปด้วย อย่าลืมปลาทูอยู่ได้ เราและแมวก็อยู่ได้

 

โดย คนริมเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net