วันที่ พุธ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมผมเป็นคนไม่ค่อยฉลาด หรือว่าผมขาด*ต้นไม้แห่งจินตนาการ*


     ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมอ่านเจอข่าวชิ้นหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้กล่าวถึง"การปฏิรูปทางปัญญา" ในการประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง “ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างปัญญาด้วยการอ่าน” ประเด็นนี้ปลุกเร้าผมให้สนใจใคร่รู้ในรายละเอียดปลีกย่อยอยู่พอสมควร เพราะช่วงนี้ต้องยอมรับว่าวิกฤติทางการเมืองและปัญหาทางสังคมนั้นมีความสลับซับซ้อน หลากมิติ มีเหลี่ยมมุมที่สับเปลี่ยนกันไปจนยากที่จะแก้ไขให้ถึงรากเหง้า(Root cause)ที่แท้จริงของปัญหาได้

     ประเด็นที่ว่าคนไทยส่วนมากไม่นิยมการอ่านนั้น ผมเห็นด้วยทุกประการ โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เปิดเผยผลการสำรวจการอ่านหนังสือนอกเวลาทำงานของคนไทย(พ.ศ. ๒๕๕๒) พบว่ามีการอ่านหนังสือเฉลี่ย ๓๙ นาทีต่อวันต่อคน ฟังแล้วก็ไม่น้อยเกินไปนัก แต่... กลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ทำการสุ่ม(Sampling) มาแค่ ๕๓,๐๐๐ ครอบครัวจากทั้งหมด ๒๐,๖๐๘,๒๖๙ ครอบครัวทั่วประเทศ ถ้าข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้เป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรทั้งหมดก็ดีไปอย่าง เพราะจะทำให้เราสามารถใช้ผลการสำรวจชุดนี้ที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นถึง ๙๕%

     จากที่กล่าวมาทั้งหมดจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ๗ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วย - สร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ - การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย - ปรับโครงสร้างระบบการศึกษาที่ให้ชีวิตเป็นตัวตั้ง - ทำให้การอ่านเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ - การปฏิรูประบบการศึกษาในสถานศึกษา - องค์กรเรียนรู้+องค์กรส่งเสริมการเรียนรู้ และการสื่อสารการปฏิรูปการเรียนรู้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมได้ที่นี่.. เท่าที่ดูจากขอบเขต (Scope)ทั้งหมดแล้วก็ต้องยอมรับว่างานนี้หนักหนาสาหัสเอาการ แต่... อย่างไรก็ตามหากทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาร่วมผลักดันยุทธศาสตร์(หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงแล้วนั้น) ผมเชื่อว่ายากเย็นขนาดไหนก็สามารถบรรลุได้หากมีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาอย่างจริงใจ

     ขอเพิ่มเติมรายละเอียดในหัวข้อเรื่อง"การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย"ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ข้อที่ ๒ ซักนิดว่า Masaru Ibuka : まさる いぶか :มาซารุ อิบุกะ(ผู้ล่วงลับ) อดีตประธานกิตติมศักดิ์ผู้ก่อตั้งบริษัทโซนี่ ได้เขียนไว้ในหนังสือ "Yochien dewa ososugiru" ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งสรุปใจความสำคัญตอนหนึ่งได้ว่า เส้นสายเซลล์สมองของเด็กนั้นมีการก่อรูปและเพิ่มตัวอย่างรวดเร็วช่วงอายุ ๐ - ๓ ขวบ ในบริเวณสมองส่วนหลัง(hindbrain) ซึ่งเปรียบได้กับอุปกรณ์ Hardware ของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีขนาดคิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของสมองทั้งหมด และหลังจากอายุ ๔ ขวบไปแล้ว เซลล์ในสมองส่วนหน้า(forebrain) ก็จะพัฒนาเพิ่มเติมอีกจนเท่ากับสมองของผู้ใหญ่ สมองส่วนหน้านี่เองที่ทำหน้าที่เป็น Software สำหรับระบบปฏิบัติการอันทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยพลานุภาพอย่างไร้ขีดจำกัด

     จะเห็นได้ชัดว่าเด็กจะมีพัฒนาการในการเรียนรู้ และเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีคุณภาพนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่มีผลสืบเนื่องมาจากการ "Set up อุปกรณ์ Hardware"ในสมองของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนอายุถึง ๓ ขวบด้วย เพราะหลังจากนั้นไปแล้วแม้จะมีการ Install โปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูงหรือมีความเสถียรมากเพียงใดก็ตาม หากระบบไม่มีการติดตั้ง"อุปกรณ์สนับสนุนตั้งแต่แรกแล้วนั้น ย่อมจะไม่สามารถทำงานได้อย่างแน่นอน

     แต่ ทว่าในแง่ของความเป็นจริงที่ชีวิตประจำวันของคนเรานั้นต้องต่อสู้ ดิ้นรน ขวานขวาย ในการทำมาหาเลี้ยงชีพ จนผมเชื่อว่ามีไม่กี่ครอบครัวหรอกนะครับที่จะสามารถ"ออกแบบการทดลอง"(Trial & Experimental)ในการเลี้ยงลูกให้มีการกระตุ้น-สร้างระเบียบวินัย, ปลูกฝังอุปนิสัย, EQ, เพราะบ่มความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และทักษะ (ติดตั้ง Hardware & Software) เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องนี้มันจึงเป็นกรณีที่หลากมิติ ทั้งกว้าง ทั้งลึก ทั้งตัวแปรที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งปัจจัยภายนอก ฯลฯ นี่จึงเป็นโจทย์ข้อใหญ่อีกข้อหนึ่งที่ต้องตีให้แตกและตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด .... ไม่แปลกเลยที่ผมตั้งคำถามกับตัวเอง(ทั้งที่ไม่ต้องการคำตอบเลย)ว่า"ทำไมผมเป็นคนไม่ค่อยฉลาด หรือว่าผมขาด"ต้นไม้แห่งจินตนาการ?"

มีเวลาว่างเมื่อไร ผมจะมาต่อเรื่องนี้ให้จบครับ
S u r Real i s m

โดย Surrealism

 

กลับไปที่ www.oknation.net