วันที่ พุธ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชิชิ ....จากแพนด้าโชว์ ...ดาราแพนด้า ...สู่ต้นแบบของโลโก้ WWF ( แกะรอยโดย sat11)


เท่าที่มีรายงานโลกตะวันตกรู้จักแพนด้าครั้งแรกในปีค.ศ.1869 โดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่เดินทางไปศึกษาธรรมชาติวิทยาที่เมืองจีน พบเห็นซากขนสัตว์ที่ไม่คุ้นตาและส่งกลับไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส ซึ่งตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็นหมี(bear) จนกระทั่งปีต่อมาจึงยืนยันว่าซากที่ส่งมานั้นคือสัตว์อีกจำพวกที่คล้ายหมี(เฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก) คล้ายแพนด้าแดง(แต่ก็คนละพวกกันอีก) และให้ชื่อว่า แพนด้ายักษ์ (โดยทั่วไปมักเรียกว่าหมีแพนด้า หรือ แพนด้า) 

และตั้งแต่ที่คนเริ่มรู้จักแพนด้ามากขึ้น การล่าก็มากขึ้นตามไปด้วย ตามไปอ่านเรื่องราวที่ทั้งน่าตื่นเต้น โหดร้าย น่าเศร้าและน่าติดตามต่อได้ที่นิตยสารสารคดีค่ะ 

ความต้องการแพนด้า ทั้งล่าเอาขนหนังและการจับไปเลี้ยงมีมากขึ้นเรื่อยๆ การได้ไปครอบครองในช่วงแรกมักเป็นการว่าจ้างและซื้อขายกัน ตลาดส่วนใหญ่คือทางยุโรปและอเมริกา รัฐบาลจีนเริ่มควบคุมเคร่งครัดมากขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

รวมทั้งการมอบตำแหน่ง"ท่านทูต"ให้แพนด้าแบกรับ เพื่อการเจริญสัมพันธไมตรี(และการเมือง)ระหว่างรัฐต่อรัฐก็มีจริงๆจังๆในช่วงยุค 1950s และมีเรื่อยมา กระทั่งในปีค.ศ.1984 รัฐบาลจีนเลิกให้เปล่าและกำหนดข้อตกลงสำหรับการยืมแพนด้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปูพื้นความเป็นมาถึงบทบาทของแพนด้าต่อเวทีระดับโลกไปพอสังเขป ต่อมาฉันจะเริ่มเล่าถึงบทบาทของแพนด้าตัวหนึ่งที่ต้องซัดเซพเนจรจากป่าเขาบ้านเกิดสู่เส้นทางแห่งดวงดาว สู่สายตาชาวโลกจนถึงปัจจุบันและต่อๆไป....เทียบเท่าภาระกิจของนางงามจักรวาลก็ว่าได้นะคะ

ขอเริ่มจากจุดเริ่มต้นของฉันในการเดินทางค้นหาความเป็นมาของแพนด้าตัวนี้จากตราสัญลักษณ์นี่เลยค่ะ

สัญลักษณ์โดดเด่น แพนด้าสีขาวดำขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก(World Wild Fund for nature : WWF) นี่แหล่ะค่ะมีที่มาที่ไม่ธรรมดาเลย

เรื่องมีอยู่ว่า....เมื่อปีค.ศ.1957 ลูกแพนด้าเพศเมียตัวหนึ่งถูกจับจากป่าที่มณฑลเสฉวน แล้วส่งต่อไปอยู่ที่สวนสัตว์ปักกิ่ง แพนด้าน้อยได้ชื่อว่าชิชิ (สาวน้อยแสนซน) ต่อมาสถาบันเพาะพันธุ์สัตว์ African hoofstock ทำโครงการแลกเปลี่ยนสัตว์กับทางสวนสัตว์ปักกิ่ง  ผ่านพ่อค้าชาวออสเตรเลีย เฮย์นีย์ เดมเมอร์ (Heini Demmer) โดยเสนอสัตว์หลายชนิดเช่น ยีราฟ แรด ฮิปโป ม้าลาย เพื่อแลกกับลูกแพนด้าหนึ่งตัว

เมื่อนายเดมเมอร์ได้ชิชิมา ความตั้งใจแรกคือจะพาไปอยู่ที่สวนสัตว์มอสโคว์ แต่เมื่อชิชิถูกพาไปโชว์ตัวที่สวนสัตว์มอสโคได้เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็ต้องตระเวนโชว์ตัวต่อไปที่สวนสัตว์ Tierpark Berlin ทางฝั่งเบอร์ลินตะวันออก แล้วจะขายต่อให้สวนสัตว์ในอเมริกาแต่รัฐบาลอเมริกาอิดออดเพราะรังเกียจว่าจีนเป็นคอมมิวนิสต์ แพนด้าจึงกลายเป็น "สินค้าของคอมมิวนิสต์" มีการ์ตูนเสียดสีเรื่องนี้ด้วยค่ะ

ชิชิเลยจำต้องตุหรัดตุเหร่ไปทั่วสวนสัตว์ยุโรป

จนไปหยุดที่สวนสัตว์ลอนดอน กระนั้นชิชิก็ยังถูกตั้งแง่ด้วยแถลงการณ์ของสวนสัตว์ลอนดอนว่าไม่อยากได้แพนด้าที่จับมาจากป่ามาไว้ในสวนสัตว์ แต่ก็ยอมให้ โชว์ตัวที่นั่นกำหนดแค่ 3 สัปดาห์ ไปๆมาๆ สงสัยด้วยอานุภาพความน่ารักของชิชิบวกกับ คนฝรั่งกรี๊ดแพนด้ามาตั้งแต่ครึ่งศตวรรษก่อนแล้ว สวนสัตว์ลอนดอนเลยตัดสินใจซื้อชิชิเอาไว้เรียกแขกอยู่ที่นั่นถาวรตั้งแต่ปี ค.ศ.1958

ก่อนหน้านี้สวนสัตว์ลอนดอนเคยมีแพนด้าชื่อหมิง(ค.ศ. 1938-1944)เป็นที่รักของผู้คนและรัฐอาศัยหมิงปลอบประโลมใจผู้คนในยามสงคราม

ปัญหาอย่างหนึ่งของการนำแพนด้ามาเลี้ยงดูในสมัยนั้นคือการขาดความรู้ในเรื่องธรรมชาติและโรคของแพนด้า การเสียชีวิตจึงมักเกิดจากโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการให้อาหารที่ไม่ถูกต้อง เท่าที่ดูข้อมูลส่วนใหญ่เลี้ยงอยู่ได้ไม่กี่ปีก็เสียชีวิต มีอยู่ไม่กี่ตัวที่เลี้ยงได้นานมากกว่าสิบปี และชิชิก็เป็นหนึ่งในนั้น

สังเกตได้ว่าช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แพนด้าในสวนสัตว์ของโลกเสรีตะวันตกที่เคยมีถึงสิบกว่าตัวค่อยๆร่อยหรอลงไป บวกกับรัฐบาลจีนโดยการนำของพรรคคอมมิวนิสต์ควบคุมมากขึ้น ภาวะสงครามเย็นก็ด้วยส่วนหนึ่ง แพนด้าในต่างประเทศจึงพบเพียง 3 ประเทศคือ สวนสัตว์มอสโคว์ในรัสเซีย สวนสัตว์ลอนดอนในอังกฤษ และสวนสัตว์ยองยังในเกาหลีเหนือ

เรียกว่าในโซนประเทศตะวันตกแล้ว ชิชิเป็นแพนด้าขวัญตาขวัญใจอยู่เพียงหนึ่งเดียว ใครๆก็อยากมาเยี่ยมชม แม้กระทั่งจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโตะแห่งญี่ปุ่นเมื่อครั้งเสด็จเยือนยุโรปครั้งแรก มีแสดงให้เห็นในรูปแบบการ์ตูนค่ะ

ภาพถ่ายเมื่อครั้งมาอยู่ที่สวนสัตว์ลอนดอนใหม่ๆ ยังดูผอมเพรียวอยู่เลยนะคะ ว่ากันว่าคนที่นั่นเห่อชิชิมาก เนื่องจากห่างหายจากแพนด้าไปหลายปี ไม่ว่าชิชิจะทำอะไรก็ดูน่ารักน่าชังไปหมด แล้วดูกันสิคะว่าเธอโชว์ความสามารถอะไรไว้บ้าง

 

 

  

 

 

 

มีเรื่องฮาๆของชิชิเป็นข่าวลงในหนังสือพิมพ์ด้วยค่ะ คงยังไม่ค่อยคุ้นกับลอนดอนและยังผอมเพรียวอยู่ เธอพยายามแหกคุก...เอ๊ย! ลอดกรงหนีออกมาถึงสองครั้งสองครา นายเดมเมอร์ต้องไปตามอุ้มกลับมา  เรื่องการหนีของชิชิ โดนเอามาเขียน การ์ตูน เสียดสีตอนเจียงไคเช็คหนีไปไต้หวันด้วยค่ะ

แล้วชื่อเสียงของชิชิก็ไปจุดประกายให้เซอร์ปีเตอร์ สก็อตต์ (Sir Peter Scott) ใช้ภาพแพนด้าออกแบบเป็นโลโก้ของ WWF ภายใต้แนวคิดที่ว่า"เราต้องการสัตว์ที่ดูสวยงาม ใกล้จะสูญพันธุ์
เป็นที่รักและดึงดูดความสนใจของคนทั้งโลก ยิ่งกว่านั้นเรายังต้องการให้ดูดีในการพิมพ์ด้วยสีขาว-ดำเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย"

โลโก้ที่เรียบง่ายแต่ดูดีด้วยสีขาวดำของแพนด้า ก็พัฒนารูปแบบมาเรื่อยๆจนมีโลโก้แบบ ณ ปัจจุบัน
ในวงการออกแบบดีไซน์เองยังมีคนอ้างถึงความเรียบง่ายแต่น่าจดจำของโลโก้อันนี้ให้เห็นเรื่อยๆ บ้างก็ใช้สอนการออกแบบโลโก้ (สามารถลองค้นดูได้จากเว็บไซด์ที่เกี่ยวกับการออกแบบ)

พอมีชื่อเสียงก็เป็นธรรมดาที่จะมีคนตามถ่ายภาพ ภาพถ่ายของชิชิพบได้ทั่วไปตามสื่อสิ่งพิมพ์

 

 

บรรยากาศน่าจะเหมือนในเพลงนี้เลยนะคะ

มาถึงตอนที่ชิชิโตเป็นสาวสะพรั่ง บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในสวนสัตว์ลอนดอนต่างก็ตื่นเต้นกันใหญ่
เพราะในตอนนั้นชิชิเป็นแพนด้าตัวเดียวในยุโรปที่ยังมีชีวิตอยู่ พอเป็นสาวพร้อมจะจับคู่ได้
ทุกคนเลยฝันถึงแพนด้าน้อยๆรำไร รำไร
(ให้ลองนึกถึงตอนที่ฮุ่ยเป็นสาวแพนด้าหนึ่งเดียวในเมืองไทย น่าจะบรรยากาศเดียวกัน)
ทีมงานโดยการนำของนายเดสมอนด์ มอร์ริส ( Desmond Morris )นักสัตวศาสตร์ประจำสวนสัตว์ลอนดอน วางแผนพา "สาวชิชิ" ไปหา "หนุ่มอันอัน" แพนด้าที่สวนสัตว์มอสโคว์ 
ด้วยว่าในช่วงนั้นดูจากความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างประเทศอังกฤษกับจีน
รัสเซียเป็นที่เดียวนอกประเทศจีนที่มีแพนด้าหนุ่มและพอจะยอมรับสาวแพนด้าเชื้อสายจีนไปจับคู่ได้

แต่ความเป็นไปได้นั้นก็ใช่จะราบรื่น เพราะปัญหาสงครามเย็นยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ความยากลำบากเลยเริ่มขึ้นตั้งแต่การบินไปเจราต่อรอง เพื่อจะขอพาชิชิมาหาอันอัน นายมอริสก็ถูกเพ่งเล็ง ตามประกบแจตั้งแต่เหยียบเข้ามอสโคว์และถูกทดสอบต่างๆนานาเพราะทางรัสเซียสงสัยว่าทางอังกฤษส่งสายสืบเข้ามาล้วงข้อมูลลับมากกว่าต้องการจับคู่แพนด้า

นายมอริสพยายามชี้แจงถึงความสำคัญของการขยายพันธุ์แพนด้าว่าเป็นเรื่องจริงจังระดับประเทศ
และดำเนินการตามขั้นตอนจนทางมอสโคว์พอใจยอมให้พาชิชิไปได้ในปีต่อมา
 
สวรรค์รึจะสู้ฟ้าลิขิต(...555 ขอออกแนวนี้หน่อยเหอะ)
การก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เจ้าหล่อนก็เดินทางมากะคาร์โก้ มีหน่อไม้ใบไผ่เป็นอาหารพร้อมพรัก
ข้าทาสบริวาร....พร้อมอีกเช่นกัน
มาถึงที่อยู่ที่กินเตรียมไว้เสร็จ
ไอ้หนุ่มอันอันก็พร้อมซะยิ่งกว่าพร้อม
เจ้าหล่อนเองก็พร้อมในทางสรีรวิทยา(กำลังอยู่ในช่วงเป็นสัด)

มีคลิปในตอนนี้ถ่ายไว้ด้วยค่ะ....อุ๊ย!....คลิปหลุด (กดดูคลิปที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้เลยค่ะ)

 
อันอันเห็นชิชิเข้าเท่านั้นเทสโทสเตอร์โรนพุ่งทะยาน หลงเสน่ห์เจ้าหล่อนอย่างจัง!
เดินวนสำรวจกันและกันสักกระเดี๋ยว ดูท่าว่าจะไปได้ดี
พอหนุ่มอันอันผู้คึกคักจะปีนขึ้น สาวเจ้าก็ม้วนตัวกลับมาตบกรงเล็บ(ฉาด)ใหญ่ พร้อมกับชนจนหนุ่มอันอันกระเด็นไปนอนที่พื้น
อันอันพยายามอีกหลายยก แต่ก็แพ้น็อคสาวชิชิทุกยกไป
 
...5555 มันเวทีมวยรึเปล่าคะเนี่ย แหม...เสียดาย หาคลิปตอนนี้ไม่เจอค่ะ น่าจะมันนะคะ
 
 
ตอนแรกก็สงสัยกันว่าชิชิอาจเครียดจัดเพราะไม่คุ้นสถานที่ 

ก็มีการลองพาอันอันไปหาชิชิที่ลอนดอนแทน ชิชิก็ยังมีท่าทีตบถีบให้อันอันอย่างสม่ำเสมอ
ผิดกับเวลานายมอริสลองเช็คอาการการเป็นสัด พบว่าชิชิตอบสนองเป็นอย่างดี
 
โครงการจับคู่ให้ชิชิกับอันอันจึงล่มไม่เป็นท่าด้วยประการะฉะนี้

เรื่องเกี่ยวกับการชิงรักหักสวาทชิชิและอันอันเป็นที่โจษจันไปทั่ว คอลัมนิสต์เอาไปเขียนการ์ตูนเยอะพอๆกับเรื่องการเมืองเลยค่ะ

มอริสอธิบายในภายหลังว่า น่าจะเนื่องจากที่ชิชิถูกเลี้ยงดูด้วยระบบอุปถัมภ์จนเสียหมี
ชิชิยอมรับคนมากกว่าจะยอมรับหมีไปซะแล้ว
 
เห็นมั้ยว่าระบบอุปถัมภ์ทำทั้งคนและหมีเสียนิสัยพอกัน!!!!
 
ชิชิจากไปในปีค.ศ. 1972 โดยไม่มีลูกเลย...หญิงมั่นมาก มั่นใจว่าตัวเองเป็นคนมังคะ 5555

เห็นได้ว่าชิชิไม่ใช่แพนด้าธรรมดาแม้จะเหมือนกับแพนด้าทั่วไป แม้จะไม่ได้ออกเดินทางมาด้วยภาระ "ท่านทูต" แต่เพราะช่วงเวลาและสถานการณ์แวดล้อมเหล่านั้น บทบาทของชิชิจึงไม่ใช่แค่แพนด้า ชิชิไม่เพียงแค่ให้ความรื่นรมย์เฉพาะภายในสวนสัตว์ แต่เธอเป็นตัวแปร/ตัวเชื่อมในหลายๆเหตุการณ์ 

นึกถึงหลินปิงที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลตอนนี้ยังไง ชิชิในตอนนั้นคงไม่ต่างกัน

ชิชิช่วยปลุกจิตสำนึกให้คนใส่ใจกับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เป็นเพื่อนร่วมโลก รวมทั้งเผ่าพันธุ์แพนด้าของเธอเองด้วย แม้จนถึงตอนนี้ ชิชิก็ยังคงหยัดยืนเพื่อกระตุ้นเตือนเพื่อนร่วมโลกอย่างต่อเนื่องค่ะ

ปิดท้ายที่คำถามจากชิชิค่ะ


ขอบคุณแหล่งข้อมูลและภาพตามนี้ค่ะ


http://www.picturechina.com.cn/bbs/viewthread.php?tid=48112&page=1

http://www.picturechina.com.cn/bbs/viewthread.php?tid=48112&extra=&page=2

http://blog.163.com/panda_smile@yeah/blog/static/13985812220103832116304/

http://blog.163.com/panda_smile@yeah/blog/static/1398581222010381724634/

http://news.bbc.co.uk/2/hi/7850681.stm

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B4

http://wwf.panda.org/what_we_do/endangered_species/giant_panda/panda/panda_evolutionary_history/

http://www.express.co.uk/posts/view/121247/Panda-moniumPanda

โดย OkZooZoo

 

กลับไปที่ www.oknation.net