วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตลาดบางหลวง 100 ปี กับจักรยานในวิถีชีวิต


ตลาดบางหลวง ตลาดเก่าที่ยังมีชีวิต  ที่ อ. บางเลน นครปฐม



ใครๆ ก็รู้ว่าจักรยานเป็นพาหนะที่แพร่หลาย และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยความเร่งรืบ เร่งร้อน ในการติดต่อ เดินทาง หรือเหตุผลใดๆ ก็ตาม เมืองใหญ่ๆ ก็เลยหลงลืมวิถีจักรยาน  แม้กระทั่งถนนก็ดูเหมือนจะไม่ต้อนรับจักรยาน

ต้นเดือนที่มรสุมพาดผ่าน กรุงเทพเต็มเป็นด้วยม่านฝนละอองสีขาวโพลนไปทุกทิศ ผมมีภารกิจต้องไปถ่ายภาพ  ตลอดวันอาทิตย์ที่ฟ้าใส แดดสด ผมแอบดีใจเงียบๆ เพราะแสงเป็นเสมือนอุปกรณ์ของการถ่ายภาพ  ทว่าเช้าวันจันทร์ที่ต้องออกไปพื้นที่ ฝนตกตั้งแต่มืด แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องเดินทาง



ห้วงยามของการทำงานในฤดูฝน เป็นช่วงเวลาแห่งจังหวะโดยแท้ เพราะถ้าฝนตกกลางคืน จนหมาดเม็ดในตอนเช้า จะเป็นเวลาที่ฟ้าสดใสแจ่ม มีเมฆลอยเป็นองค์ประกอบงาม แต่เช้านั้นฝนตก โชคดีที่เรามีจุดนัดพบเป็นวัด ในอาคารไม่ต้องอาศัยท้องฟ้า

จากนั้นตอนบ่าย เราเดินทางไปจนถึง อ. บางเลน ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3351 วิ่งเลียบแม่น้ำนครชัยศรีไปยังตลาดอันรุ่งเรืองมานานนับร้อยปี และยังคงซุกซ่อนอดีตอันงดงามไว้ ทั้งยังมีลมหายใจ ด้วยชีพจรของตลาดยังเต้น แม้จะอ่อนล้าโรยไปตามวัยของผู้อยู่อาศัยก็ตาม



แรกรถวิ่งผ่านสถานีตำรวจบางหลวง เราไม่ทันคิดว่ามาถึงแล้ว เพราะบริเวณนี้ก็เหมือนกันชุมชนทั่วไปที่ผู้คนเดินข้ามถนน ริมทางเป็นตึกแถว ร้านสะดวกซื้อเปิดบริการ

แต่เพียงเลี้ยวขวานำรถเข้าไปจอดใกล้กับโรงเจ เดินทะลุตรอกเล็กๆ ก็มาพบกับ เรือนแถวไม้ยาวนับร้อยเมตร มุ่งตรงไปสู่แม่น้ำ

ตลาดบางหลวงเป็น "ชุมชนตลาด" ที่มีเรือนไม้ยาวสามแถว ถ้าดูจากเหนือจดใต้ ตอนเหนือเป็นโรงเจ ล่องมาตามแม่น้ำ สมัยก่อนคงเป็นท่าน้ำคึกคัก แต่เดี๋ยวนี้ทำเป็นเรือนแพรับประทานอาหาร ตัวตลาดยาวจากแม่น้ำมาจนถึงถนน



ผมเดินทางไปในวันธรรมดา ก็เลยได้เห็นช่วงเวลาธรรมดาของชีวิตที่นั่น  บ้านไม้แถวแรกบ้างเปิดบ้างปิด ไม่ได้ขายของ ไม่มีขนมนมเนย หรือเสื้อผ้าระบุการมาถึง แต่เรียบง่ายด้วยเสียงเด็กร้องให้พ่ออุ้ม คุณยายเปิดหน้าบ้านรับลมคุยกัน

และตรงท้ายตลาดมีคนใส่ชุดขาวนับสิบ ข่าวว่าผู้อาวุโสประจำตลาดเจ้าของร้านขายยาแผนโบราณเสียชีวิต หลายบ้านจึงปิดบ้านไปร่วมงานพิธีศพ 





เดินผ่านป้ายร้านถ่ายภาพ ร้านขายอุปกรณ์การเกษตร เข้ามาสู่เรือนไม้แถวกลาง ที่ดูคึกคักมีชีวิตชีวา เพราะร้านขายอุปกรณ์การเกษตร ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์ประมง เมล็ดพันธุ์ผัก ร้านขายขนม ร้านกาแฟ แม้กระทั่งโชว์ห่วย ถึงร้านขายของชำ ผัก ผลไม้ เปิดขายกันอย่างเป็นปกติ


มีหญิงสาว คุณลุง คุณป้า ขี่จักรยานกางร่มผ่านไปผ่านมาเป็นระยะ บางทีก็แวะจอดลงซื้อของที่ร้าน สลับกับมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งผ่านไปมา เหมือนเป็นเพื่อนร่วมถนนที่เอื้ออารีกัน

เดินผ่านร้านกาแฟที่โฆษณาว่าเป็นร้านที่ใช้ถ่ายทำละคร แต่คุณอย่าบอกใครผมไม่ได้อุดหนุนร้านนี้ แต่เดินไปจนถึงพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่มีผู้ตั้งใจทำ บันทึกเหตุการณ์ อุปกรณ์ ข้าวของ และสิ่งละอันพันละน้อยที่อธิบายอดีตที่มาของตลาด ทำด้วยใจ ไม่คิดเงินค่าเข้าชม (แต่ถ้าใครไปชม ควรจะสนับสนุนบริจาคเงินให้บ้าง ข่าวว่าเพื่อเป็นค่าเช่าบ้านที่ราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความดังของตลาด)



ในห้องพิพิธภัณฑ์จอดจักรยานเก่ารุ่นที่ใช้ส่งหนังสือพิมพ์ ส่งจดหมาย  เสื้อกันฝนรุ่นสงครามโลก เคียวคมเกี่ยวข้าว และอื่นๆ เดินชม ฟังผู้บรรยาย ใช้เวลาได้นานนับชั่วโมงแล้วแต่ความสนใจ

ใช้เวลาพอควรผมเดินทะลุออกซอกโน้นซอยนี้ ไปจนพบกับโรงภาพยนตร์ บางหลวง รามา โรงหนังล้อมสังกะสีที่เราไม่มีโอกาสได้เข้าไปชมด้านใน มีแต่ใบปิดหนังด้านนอก ที่ทำให้ตื่นใจ (และแอบถ่ายภาพตัวเองกับใบปิดนั้น) 



ผู้ชำนาญด้านตลาดเก่าเพื่อนกัน บอกว่าถ้ามาในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีของอร่อยดั้งเดิมอย่างชุนเปียะ  ผักกุยช่ายผัดผสม ห่อด้วยแป้งปอเปียะทอด เป็นขนมเอกลักษณ์ของตลาดนี้ รวมไปถึงขนมชั้น ทองหยิบทองหยอดฝอยทอง ขนมไทย กินกับกาแฟร้อนกรุ่น  แถมยังมีก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ดที่ท้ายตลาดให้ลองชิม

ผมมองผ่านเรือนไม้ยังเห็นความรุ่งเรืองของร้านค้าเก่าแก่ บางบ้านเป็นร้านทำทอง บ้างหลังเคยเป็นโรงยาฝิ่น และรวมไปถึงร้านถ่ายภาพสามสี่ร้าน  ตลาดเล็กๆ ชุมชนเล็กๆ แต่เป็นท่าเทียบเรือเมล์แบบนี้ มีร้านบันทึกความทรงจำเยอะขนาดนี้ ไม่รู้จะไปหาตลาดไหนที่ยังมีสภาพน่ารักแบบนี้ได้อีก



ตลาดเก่าริมน้ำโบราณหลายแห่งที่ไปเที่ยวนั้น ถูกปรุงแต่งแต้มเติมสีสันอย่างพร่ำเพรื่อ และกลายเป็นตลาดนัด ที่ดูเหมือน ดูคล้ายกันไปจนแทบไม่มีเอกลักษณ์แสดงตัวตน และถูกทิ้งร้างไปในวันธรรมดา พอวันสุดสัปดาห์ก็กลับมาคึกคักด้วยนักท่องเที่ยวผู้เดินทางไปพร้อมๆ กับพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายของ

ตัวตนที่เด่นชัดของตลาดเก่าแบบนี้ก็คือ วิถีชีวิตที่ในวันธรรมดายังมีการซื้อขายสินค้า ผู้คนในชุมชนยังใช้ชีวิตตามปกติ ขี่จักรยานออกมาซื้อของ ซื้อขนม จ่ายตลาด กินข้าว คนจากในสวน ในทุ่งพายเรือออกมาซื้อของใช้จำเป็น แม้จะเป็นชีวิตที่ออกจะเชื่องช้า แต่มันก็ทำให้เราร่มเย็น



หวังว่าตลาดเก่าโบราณจะยังมีชีพจรเต้นสมวัยและวันเวลาของมัน ไม่ถูกเร้งเร้าให้กลายเป็นตลาดโบราณตามกระแส ที่เมื่อวันหนึ่งผู้คนเบื่อหน่ายก็หนีหายไปแสวงหาตลาดเก่าโบราณแห่งใหม่ บางทีอารมณ์หวนหาอดีต ก็ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนไป




โดย เสือจุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net