วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อภินิหารหลวงปู่เผือก ตอน หลวงปู่ต่อกระดูก


หนังสือพิมพ์บางกอกไทม์รายสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๑๒ ได้ลงข่าวเกี่ยวกับศิลปินท่านหนึ่งที่ได้ประสบกับอภินิหารวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพระภิกษุในอดีตกาล.. 

“เผยอภินิหารพระภิกษุหนุ่มศิษย์หลวงปู่เผือก สมัยกรุงศรีอยุธยา ศิลปินเอก แก้วฟ้า เจอปาฏิหาริย์กับตนเอง เลื่อมใสถึงกับฝากตัวขอเป็นลูก” 

ในทำเนียบรายนามลูกศิษย์ของ “ท่านพระครูธรรมโกศล (หลวงปู่เผือก) อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดสาลีโขภิตาราม” จังหวัดนนทบุรี ชื่อของ “แก้วฟ้า” ซึ่งเป็นนามปากกาโดยเปิดเผยของ “ครูแก้ว อัจฉริยะกุล” ถือว่าเป็นลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่มีประสบการณ์ชีวิตโดยตรงกับหลวงปู่เผือก 

ความเคารพนับถือที่ครูแก้วมีต่อหลวงปู่เผือกนั้น กล่าวได้ว่าเสมอเหมือนด้วยบุตรให้ความเคารพรักบิดา ทั้งนี้เป็นเพราะในอดีตชาติที่ผ่านมาครูแก้วท่านเคยเกิดมาเป็นลูกของหลวงปู่เผือก ซึ่งความผูกพันกันแบบข้ามภพข้ามชาตินั้น เป็นเรื่องของบุพกรรมที่ทั้งสองท่านเคยมีต่อกันครับ 

หนึ่งคนคือศิลปินที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยในสมัยนั้น อีกหนึ่งวิญญาณคือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพระภิกษุสงฆ์ในสมัยอยุธยาผู้เดินทางกลับมาจากอดีตกาล และด้วยอำนาจแห่งญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เผือก ทำให้ภพชาติในอดีตของครูแก้วที่ถูกกาลเวลากลบฝังเอาไว้ถูกนำขึ้นมารื้อฟื้นอีกครั้ง 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนวันหนึ่งของเดือนตุลาคม ๒๕๐๗ 

ครูแก้วได้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปตามถนนพหลโยธิน ครั้นใกล้จะถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รถของครูแก้วได้ประสบอุบัติเหตุชนกับรถแท็กซี่จนรถของครูแก้วอยู่ในสภาพที่เสียหายยับเยิน ครูแก้วได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยขาหักและกระดูกสะบ้าหัวเข่าแตก  

ครูแก้วได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมีชื่อได้ระยะเวลาหนึ่ง แต่อาการบาดเจ็บก็ยังไม่ดีขึ้น ครูแก้วท่านจึงได้ตัดสินใจย้ายออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับมารักษาตัวที่บ้านของท่านเอง 

วันหนึ่งครูแก้วท่านได้ให้คนใกล้ชิดช่วยกันพยุงและหามท่านมายังบ้านของคุณยศ ศรีสถาพร (ข้าราชการชั้นเอกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-ขณะนั้น) การมาของครูแก้วครั้งนี้เพื่อต้องการมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของตนเอง  

เมื่อครูแก้วได้เดินทางไปถึงบ้านของคุณยศ ศรีสถาพร ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเทวรัตน์ ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ในขณะนั้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เผือก กำลังประทับในร่างของหลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ และเมื่อครูแก้วถูกหามขึ้นบันไดมาบนบ้าน หลวงปู่เผือกได้กล่าวขึ้นว่า 

“ลูกของข้ามาแล้ว” 

จากนั้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เผือกจึงได้เล่าเรื่องผ่านหลวงพ่อสมภพให้ทุกคนในที่นั้นได้ทราบว่า ในอดีตชาติครูแก้วได้เคยเกิดเป็นลูกของท่านมาแล้วชาติหนึ่งและเมื่อมีโอกาสได้พบกันในชาตินี้จึงอยากให้ครูแก้วมอบตัวเป็นบุตรบุญธรรมกับท่าน ครูแก้วจึงตอบตกลงและยินยอมฝากฝังตัวเป็นบุตรบุญธรรมตามความประสงค์ของหลวงปู่เผือก 

หลังจากที่ครูแก้วฝากฝังตัวเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่เผือกจึงได้เริ่มทำการรักษาอาการบาดเจ็บของครูแก้วคือขาหักและสะบ้าหัวเข่าแตกโดยการเสกเป่าและใช้ด้ายสายสิญจน์เข้าเผือกให้ แล้วจึงมอบน้ำมนต์ให้ครูแก้วไว้ดื่มและน้ำมันมนต์เพื่อมาทาบริเวณตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ ครูแก้วเล่าว่า 

“ผมปฏิบัติตามคำสั่งของท่านอยู่ไม่กี่วันอาการบาดเจ็บก็หายเป็นปกติ โดยที่ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป” 

เรื่องราวข้างต้นคือเหตุการณ์ที่ครูแก้วได้พบกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เผือกเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งที่ทำให้ครูแก้วบังเกิดความเคารพเลื่อมใสในวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เผือกอย่างจริงใจ

 

เกี่ยวกับเรื่องของอดีตชาตินั้น ในทางพระพุทธศาสนาเชื่อว่าทุกคนต่างมีวิบากกรรมเป็นของตนเอง เชื่อกันต่ออีกว่าเมื่อแต่ละคนตายจากกันไปในชาตินั้นแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไปเกิดใหม่ตามวิบากกรรมที่ตนเองเคยกระทำไว้อีกเช่นกัน  

ดังนั้นการกลับมาเกิดใหม่ในชาติปัจจุบัน บุคคลแต่ละคนจึงมีสภาพที่แตกต่างกันไป หากแต่กรรมที่เคยสร้างไว้ต่อกันนั้นแหละที่ทำให้หลายต่อหลายคนต้องมาเจอกันและมีกิจกรรมร่วมกันในชาติปัจจุบัน เรียกว่าวนกันไป เวียนกันมาจนกว่าจะหมดกรรมที่มีต่อกันนั้นแหละครับ 

อย่างไรก็ตามเรื่องของการเคยพบกันในอดีตชาติและผูกพันกันจนมาถึงชาตินี้ มิใช่มีแต่เฉพาะหลวงปู่เผือกหรือครูแก้วเท่านั้น หากแต่เรื่องราวประมาณนี้ยังมีเกิดขึ้นอีกมากมายทั้งในโลกตะวันตกและโลกตะวันออก 

สำหรับในเมืองไทยเรื่องราวทำนองนี้ ส่วนมากแล้วมักจะเกิดขึ้นกับพระภิกษุสงฆ์ โดยเฉพาะกับพระที่ปฏิบัติดี สมาธิจิตเยี่ยมและวาสนาบารมีที่เหลือล้ำ 

อย่างเช่นกรณีของ “หลวงปู่ชอบ ฐานสโม” พระอริยเจ้าแห่งวัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ที่ท่านเคยเล่าไว้ว่า ครั้งหนึ่งท่านได้เกิดมาเป็นชาวลาวและอยู่ร่วมชาติกับนายเชียงหมุน ทั้งสองคนประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้า

กาลต่อมาบุคคลทั้งสองได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขงมาค้าขายยังฝั่งไทยและได้ไปกราบนมัสการพระธาตุพนมพร้อมกัน หลวงปู่ชอบได้ถวายผ้าขาว ๑ วาและเงิน ๒ สลึงเพื่อเป็นพุทธบูชาพร้อมกับท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า  

“ขอให้ท่านได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ให้ได้ศึกษาพระธรรมและขอให้พบทางพ้นทุกข์ด้วยเถิด”  

หลังจากที่ห่างหายกันไปนานเป็นชาติ หลวงปู่ชอบและนายเชียงหมุนก็ได้มีโอกาสกลับมาเกิดร่วมชาติในปัจจุบันกันอีกครั้ง หากแต่การกลับมาพบครั้งนี้ นายเชียงหมุนได้กลายสภาพจากเพื่อนมาเป็นโยมอุปฐากของหลวงปู่ชอบครับ 

(แก้ว อัจฉริยะกุล (ขวา) ถ่ายภาพคู่กับพรานบูรพ์) 

ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๕๘ ท่านเป็นบุตรคนโตของนายใหญ่ อัจฉริยะกุล (ซีปาปา ยาโนปูโลส) ชาวกรีก มารดาชื่อนางล้วน อัจฉริยะกุล มีพี่น้อง ๔ คน ชีวิตครอบครัวท่านสมรสกับนางประภาศรี อัจฉริยะกุล 

ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เดิมมีชื่อจริงว่า “แก้วฟ้า” ทั้งนี้เนื่องจากสถานที่ที่ท่านเกิดอยู่ข้างวัดแก้วฟ้า มารดาของท่านได้อุ้มท่านไปหาพระที่วัด ซึ่งพระได้ตั้งชื่อให้ท่านว่า “แก้วฟ้า” ตามชื่อวัดโดยถือว่าชื่อของวัดนั้นเป็นมงคลต่อพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว  

แต่เมื่อตอนที่คุณแม่ของท่านมาแจ้งเกิดเสมียนตราอำเภอได้ทำชื่อตกหล่นไปคงเหลือเพียงชื่อ “แก้ว อัจฉริยะกุล” จนเมื่อท่านเข้าสู่วงการละครและวงการเพลง ท่านจึงได้นำชื่อ “แก้วฟ้า” มาตั้งเป็นนามปากกาจนโด่งดังครับ 

ย้อนไปในสมัยที่ละครวิทยุกำลังครองเมือง ชื่อของคณะแก้วฟ้าถือว่าเป็นคณะละครวิทยุที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คณะละครวิทยุที่มีชื่อเสียงต่อๆ กันมา ก็เช่นคณะนีลิกานนท์ คณะเสนีย์ บุษประเกศ ฯลฯ เด็กๆ ในยุคแฟนฉันวัยไม่ครบเรียนอย่างผมก็เคยฟังผ่านหูมาบ้างแต่ก็จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเพลงโฆษณาถ่านไฟฉาย(ตรากบ)  

สมัยนั้นที่บ้านของผมยังไม่มีโทรทัศน์ ก็ได้ละครวิทยุนี่แหละครับที่นอกจากจะให้ความบันเทิงในบ้านแล้ว ยังมีส่วนช่วยขัดตาทัพให้กับผมเวลาจะแอบไปวิ่งเล่นนอกบ้าน

ที่ผ่านมาพวกผู้ใหญ่ก็มักจะบอกพวกเราเสมอๆ ว่า ถ้าพวกเราเป็นเด็กดีจะได้ขึ้นสวรรค์ แต่ถ้าพวกเราเป็นเด็กดื้อพญายมก็จะมาจับพวกเราไปลงนรกกระทะทองแดง คำขู่ของพวกผู้ใหญ่พัฒนามาเป็นความเชื่อที่ค้างอยู่ในความทรงจำของผมมาจนทุกวันนี้ว่านรกสวรรค์นั้นมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ 

เรื่องราวของสวรรค์และนรกมีมากมายให้พวกเราศึกษาครับ ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่เพราะทุกเรื่องเท่าที่ทราบเป็นเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาโดยไม่มีเอกสารอ้างอิงหรือใบรับรองจากสถาบันไหน คงใช้แต่ “ความเชื่อและความศรัทธา” เท่านั้นเป็นข้อยุติของใจ 

“ความเชื่อและศรัทธา” 

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบคำประเภทนี้มากครับ ฟังหรืออ่านแล้วได้ใจทุกที เพราะมันเหมือนกับเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้คนหนึ่งคนหรือคนหลายๆ คนสามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องมีปัจจัยอย่างอื่นมาเกื้อหนุนหรือชักจูง 

ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ก็เช่นเดียวกันครับ 

ความเชื่อของครูแก้ว เริ่มต้นจากการที่ทราบว่าตนเองคือลูกของหลวงปู่เผือกในอดีตและมีศรัทธาอย่างแนบแน่นเมื่อหลวงปู่เผือกสามารถรักษาท่านให้หายจากอาการบาดเจ็บ 

ว่ากันว่าความเชื่อและความศรัทธานี่แหละคือแหล่งกำเนิดชั้นเยี่ยมของกำลังใจ

เพราะในเวลาไม่นานหลังจากที่ครูแก้วหายขาด ท่านได้นิมนต์หลวงพ่อสมภพให้ประทับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เผือกเพื่อจะได้สอนให้ท่านนั่งสมาธิและฝึกปฏิบัติวิปัสสนา  

จากการที่ครูแก้วได้นั่งสมาธิและปฏิบัติวิปัสสนานี้เอง ทำให้ท่านได้พบเห็นตัวตนของหลวงปู่เผือก

ซึ่งเรื่องของการพบครั้งนี้ถือเป็นเรื่องอมตะตลอดกาลของศิษย์สายสาลีโขและได้มีการบันทึกไว้ใน"หนังสืออภินิหารหลวงปู่เผือก ตอนแก้วฟ้าท่องสวรรค์" เรื่องราวในตอนนี้ค่อนข้างยาวครับ ขอเก็บไว้เล่าในตอนหน้าดีกว่า....สวัสดีครับ 

ขอขอบคุณ เอกสารอ้างอิง หนังสืออภินิหารหลวงปู่เผือก โดย ประจวบ สาเกตุ  คุณภาค ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทยกับภาพถ่าย เพื่อนต่อกับคำแนะนำ และกำลังใจจากคุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรีครับ

 

โดย ศิษย์กวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net