วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปหลวงพระบางแบบ Backpacker (ก่อนไปปาย)


ผมได้เดินทาง ไปหลวงพระบางแบบ Backpacker และเข้าไปในผืนแผ่นดินลาว ทางด่านหนองคาย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2552  การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทาง คนเดียว หลายๆวัน ในต่างประเทศ ครั้งแรก โดยก่อนหน้านั้นมีกำหนดการเดินทางไปอีกที่หนึ่งแต่มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลาและโลกที่เป็นไป ... ก็เลยเปลี่ยนจุดหมายเป็น หลวงพระบาง  ...

นั่งรถโดยสาร อุดร - เวียงจันทน์ ลงที่ คิวรถ เวียงจันทน์ แล้วผมก็เดินสำรวจเมือง ตามแบบฉบับของ backpacker ที่เคยเห็นในทีวี เดินมาเรื่อยๆจนถึง ประตูชัย

อ่านต่อฉบับหน้าครับ..

... ฉบับหน้ามาแล้วครับ

การเดินทางเข้าประเทศลาวเพื่อไปเที่ยวนั้น คนไทยใช้บัตรประจำตัวประชาชนและรูปถ่าย ทำเอกสาร border pass ได้ ที่ ตม.ของด่านนั้นๆ แต่จะอยู่ได้เฉพาะเมืองที่เป็นแนวชายแดนฝังตรงข้ามเท่านั้น ออกไป เขตหรือจังหวัดอื่นๆไม่ได้  ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 3 วัน ถ้ามีหนังสือเดินทางก็จะสามารถไปยังเขต หรือจังหวัดอื่นได้ ระยะเวลา ไม่เกิน 1 ดือน (ไม่ต้องขอวีซ่า)

ชั้นที่ 4 จะมีร้านขายของที่ระลึก โดย นักศึกษา ชาวลาว

ไกล้จะมืดแล้วจึงเดินเท้าต่อ  ไปยัง ริมโขง

(แม่ค้าคนนี้ตอนที่ผมเดินมา ผมได้ซื้อน้ำชาเขียว โออิชิ 1 ขวด 30 บาท ปกติ 20 บาท (โดนชาร์จหรือเปล่า)) จริงๆแล้วผมต้องแลกเงิน เป็นเงินกีบก่อน แต่เงินบาทไทยก็สามารถใช้ได้ผมจึงไม่ได้เตรียมในขณะนั้น หลังจากนั้นผมจึงได้ไปแลก (มีที่แลกเงินหลายที่ ในถนนสายประตูชัย ริมโขง) วันนั้น ผมแลกไป 4000 บาท ได้เงินมา 1ล้านกีบ กว่าๆ

เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอป้ายประชาสัมพันธ์ซีเกมส์ บริเวณแยกตลาดเช้า

เดินมาถึงริมโขงก็ได้เวลาอาหารเย็น  สั่งอาหาร และก็ หัวเสือ 1 แก้ว(หมายถึง เบียร์ลาว 1 ขวด)

(ที่พัก ราคา 80,000 กีบ ใช้วิธีเดินหา walk in ไม่ได้จอง)

ยามเช้า รีบลุกจากที่พัก แล้วเดินไปยัง คิวรถ เพื่อจะต่อรถไป หลวงพระบาง

จะมีร้านขายโอวัลติน รอบๆ บขส (คิวรถ ตลาดเช้า)

รถคันนี้ ไป วังเวียง ไม่มีรถไป หลวงพระบาง ต้องไปซื้อตั๋วอยู่ อีกที่หนึ่ง เป็นของเอก ชน ซึ่งผมไม่มีข้อมูล ก็เลย ตัดสินใจขึ้นรถคันนี้ โดยสอบถามจาก คนขับสามล้อบอกว่าสามารถไปต่อรถที่วังเวียงได้ (ครั้งต่อไปข้อมูลหลายๆอย่างต้องแน่นกว่านี้ ผมบอกกับตัวเอง)

บรรยากาศ ขณะรถกำลังเลื่อนออกจาก คิวรถ

ถนนแคบ ไม่มีเส้นจราจร          จะเป็นทางโค้งตลอดสาย(เส้นทางบนภูเขา

สะพาน แคบมากต้องข้ามทีละคัน จอดรอให้คันข้างหน้าผ่านมาก่อน

ไม่ใช่หญ้านะ แต่เป็นข้าว ปลูกข้าวบนภูเขา

ถึงวังเวียง (มีคนให้ฉายาว่า ปาย ของลาว)

ออกจากคิวรถ 08.00 ถึงวังเวียง 13.00

มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทาง มาที่วังเวียง ประมาณ 5 คน พวกเขาจะพักที่นี่ แต่ผม จุดหมายคือหลวงพระบาง

ต่อรถที่วังเวียง (รถคันนี้มาจากเวียงจันทน์) ต้องไปซื้อตั๋วและขึ้นที่ คิวรถแอร์ แต่ผม ไม่ได้ทำอย่างนั้น

เป็นเส้นทาง บนปาก เหวโดยตลอด วังเวียง - หลวงพระบาง

พักกินข้าว

หมอกตก

อือ

บางทีก็ดูน่ากลัว

ชีวิต ริมถนนหน้าบ้าน (หลังบ้านเป็นเหว)

ชีวิต ริมถนนหน้าบ้าน (หลังบ้านเป็นเหว

หลังบ้านเป็นเหว

ถึงแล้ว คิวรถหลวงพระบาง 10(+ -5)  ชั่วโมง จากเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง ถึงตอนนี้ก็ค่ำแล้ว จากนั้นก็ต่อรถเข้าเมือง รวมๆกันจ่ายประมาณ คนละ 40 บาท ผู้โดยสารจะถูกนำมารวมกันบนรถสามล้อเครื่อง เพื่อเข้าไปยัง Down town และหาที่พั

นั่งสามล้อประมาณ 10 นาที ก็ถึงย่านชุมชน เดินหาที่พักและสำรวจบริเวณ  โดยใช้เสาโทรศัพท์เป็นศูนย์กลาง(กลัวหลง)

ที่พัก จำไม่ได้ว่าเท่าไร  ประมาณ 400 บาท เป็นเกสต์เฮาส์ ในเครือของ มาย ลาว โฮม  มีน้ำอุ่น ไม่มีทีวี ไม่มีแอร์  ไม่เก็บเสียง 

มีแชมพู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ขายให้ลูกค้าที่มาพัก

เดินชมเมือง

บรรยากาศ แต่ละซอย

บรรยากาศ

หิว แล้ว สั่ง หัวเสือ กับลาบเป็ด

ตื่นนอนเกือบเที่ยง เพราะเหนื่อยมากๆ  กำหนดการต่อไปคือ ขึ้น พระธาตุพูสี

ตรงกันข้ามกับทางขึ้นพระธาตุก็จะเป็น พิพิธภัณแห่งชาติ หลวงพระบาง

ขึ้นมาถึงก็เหนื่อยพอสมควร และก็อากาศสดชื่นมากๆ

เดินเหนื่อย เช่าจักรยานดีกว่า วันละ 120 บาท

เปลี่ยนที่พักใหม่ คืนละ 800 มีแอร์ ทีวี น้ำอุ่น เก็บเสียง

อาหารเย็น

ไปเที่ยว ดิสโก้เธค

ไปหลวงพระบางครั้งนี้ วางแผนว่าจะไปสัมผัสบรรยากาศยามเช้า ที่ชาวเมืองใส่บาตรพระ  ที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับวิถีชีวิต ตอนเช้ามืดของชาวหลวงพระบาง แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะตื่นสาย  การไปหลวงพระบางครั้งนี้ก็ได้ประสบการณ์ และรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้และ เป็นการเริ่มต้น ทองลองใช้ชีวิตในต่างแดน ครั้งแรก

 ครั้งต่อไปจะเป็น Backpacker to Hongkong  ..เร็วๆนี้

โดย อนาคตของชาติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net