วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การเมืองใหม่พ่ายยับ!!! บทเรียนที่พันธมิตรฯต้องพิจารณา


ในที่สุดผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขต วันที่ 29 สิงหาคม 2553 ก็ได้ประกาศผลออกมาแล้ว น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งกับการลงเลือกตั้งเป็นครั้งแรกของพรรคการเมืองใหม่ พรรคของประชาชนอันเป็นความหวังสุดท้ายในยุคนี้กลับต้องพ่ายแพ้ยับถึงขนาดที่ไม่สามารถได้ผู้รับเลือกเป็น สก. สข. แม้แต่คนเดียว ทั้งๆที่เป็นครั้งแรกและมีพวกเราพันธมิตรฯเอาใจช่วยกันอย่างเต็มที่ และแน่นอนว่าผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นที่เอาใจช่วยและลงคะแนนให้พรรคการเมืองใหม่ หลังผลการเลือกตั้งประกาศออกมา พรรคของเราก็ได้แถลงข่าวถึงสาเหตุของความพ่ายแพ้ในครั้งนี้(http://www.komchadluek.net/detail/20100830/71465/กมม.”อ้างคนกรุงใช้สิทธิน้อยเหตุให้แพ้ยับ.html) โดยได้ตั้งข้อสังเกตไว้ 3 ประการคือ

1 .ประชาชนใช้สิทธิน้อยเกินคาดน้อยกว่าครั้งที่แล้ว พลังเงียบไม่ออกมาใช้สิทธิ

2 .กมม.ลงครั้งแรกไม่มีผลงาน คะแนนที่ได้รับจึงเป็นคะแนนบริสุทธิ์

3 .พรรคเผชิญกับรูปแบบการหาเสียงแบบเก่าที่มีการใช้เงินและการสร้างวาทกรรมการเมืองแบบเก่า

แต่ก็มีความภูมิใจที่ได้พิสูจน์ว่าเราไม่ซื้อเสียง และได้ประกาศนโยบายหลายๆด้าน หลังจากนี้พรรคจะนำประสบการณ์ครั้งนี้พรรคจะนำบทเรียนเพื่อเฟ้นหาผู้สมัครลงรับเลือกตั้งทั่วไปหากมีการยุบสภา และเลือกผู้ว่าฯกทม.ในอีก 2 ปีข้างหน้า

การวิเคราะห์ของทางพรรคนั้นผมคิดว่าขาดประเด็นในเรื่องปัญหาของพันธมิตรฯในเวลานี้ที่เราควรเก็บเป็นบทเรียน ซึ่งเราจะอธิบายกันต่อไป จากข้อสังเกตทั้ง 3 ประการนั้น ข้อ 1 ผมขออธิบายตรงเรื่องพลังเงียบไม่ออกมาใช้สิทธิ ซึ่งเราน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าพลังเงียบเหล่านั้นถึงอย่างไรเขาก็คงไม่เลือกพรรคเราอยู่แล้ว เพราะว่าคนเป็นกลางที่ไม่เอาทั้งเหลืองทั้งแดงและเบื่อการเมืองมากยังมีอยู่มากในประเทศนี้ และพลังเงียบอีกส่วนหนึ่งที่ออกมาเลือกก็คือเลือกพรรคประชาธิปัตย์กับโนโหวต เพราะจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่เหลืองไม่แดง ดังนั้นย่อมเป็นที่ชื่นชอบของคนเป็นกลางอยู่แล้ว

ส่วนข้อ 2 และ 3 นั้นก็เป็นเรื่องจริง ข้อ 2 เป็นปัจจัยภายในที่ต่อไปเราต้องปรับปรุงตัวด้วยการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมให้มากขึ้นแม้ไม่ได้รับเลือกตั้ง ส่วนข้อ 3 เป็นปัจจัยภายนอกที่ยังเป็นปัญหาซึ่งเราไม่สามารถไปควบคุมได้ ความภูมิใจของเราที่มีนั้นก็ดีอยู่แล้วครับ เรื่องทุจริตเราไม่มีแน่นอนเพราะเราสู้กับการทุจริตมาตลอด เรื่องนโยบายเราก็เด่น เช่นเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นพรรคอื่นไม่มีเลย ตรงนี้ขอให้เรายืนหยัดในเรื่องนี้ต่อไปด้วย

คราวนี้เราจะอธิบายเรื่องประเด็นของพันธมิตรฯ ซึ่งผมก็เคยชี้ปัญหาเรื่องความแตกแยกภายในพันธมิตรฯไว้นานแล้ว ที่แบ่งแยกพันธมิตรฯและสาวก ปชป.(ประชาธิปัตย์) ตรงนี้ล่ะคือปัญหาที่พรรคการเมืองใหม่และพันธมิตรฯต้องคิดทบทวนกันแล้วจากบทเรียนความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ โดยมีปัจจัยหลักคือเรื่องจากปกนิตยสารเอเอสทีวีผู้จัดการสุดสัปดาห์ และวิทยากรพันธมิตรฯบางท่านที่โจมตีรัฐบาลเกินกว่าเหตุ ความคิดเห็นของผมจะสอดคล้องกับความคิดเห็นที่ 124 จากลิ้งก์ข่าวนี้ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000120688 มีใจความว่า

"ขออนุญาตแนะนำด้วยความปราถนาดีและด้วยความนับถือว่า

ประการแรก คณะผู้บริหารพรรคกมม.อย่าได้ท้อถอยเป็นอันขาดเพราะแค่เล่นการเมืองท้องถิ่นที่ต้องใช้เงินและฐานเสียงชุมชนอย่างมากเช่นกทม.แล้วได้คะแนนเสียงเช่นนี้ถือว่าดีและน่าพอใจมากแล้วครับ
ประการที่สอง ต้องเร่งดำเนินกิจกรรมของพรรคและพันธมิตรฯให้มากขึ้นๆ อย่าได้หยุดหายไปนานอย่างเช่นระยะหลังๆทำให้ขาดการผูกพันต่อเนื่องกับผู้ศรัทธาในพรรคและชาวพธม.
ประการที่สาม น่าจะหยุดนโยบายหาเสียงโดยการโจมตีนายอภิสิทธิ์ที่กำลังมาแรงอย่างหยาบๆคายๆ และเอาเป็นเอาตายทั้งในเวทีหาเสียงและในเวปผจก.กับนสพ.ในเครือข่าย เพราะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนที่เป็นพันธมิตรส่วนใหญ่ไม่ชอบและทำให้คนที่ศรัทธาหดหายไปจำนวนไม่น้อย
ประการที่สี่ ต้องยอมรับความจริงและ แก้ปัญหาภายในพรรคกมม.ให้ลงตัวให้ได้ โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งในเรื่องการเป็นหัวหน้าและกรรมการบริหารของพรรคที่มีอยู่ จนทำให้คนดีๆในพรรคต้องมองหน้ากันไม่ติด แถมผู้นำบางคนที่ไฟแรงต้องแก้ปัญหาด้วยการค่อยๆลดบทบาทตนเอง และค่อยๆหายหน้าไปจากพรรค(เช่นคุณประพันธ์ คูณมี)อย่างน่าเสียดายฯลฯ

แพ้เพื่อชนะในวันข้างหน้านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเสียใจ แค่เราได้ช่วยกันทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมอย่างเต็มที่เช่นนี้แล้ว ควรจะภูมิใจในสิ่งพวกท่านทำให้มากๆครับ
เด็กนางเลิ้ง "

ความคิดเห็นของผมจะตรงกับประการที่สามว่าปัจจัยที่ทำให้เราพ่ายแพ้คือเสียแนวร่วมไปเป็นจำนวนมาก เพราะภายหลังเราได้มีการโจมตีรัฐบาลเกินกว่าเหตุจริงๆ เช่นหลังเหตุการณ์เสื้อแดงเผาเมืองก็ไปด่าว่ามาร์คอีโก้ทำให้ประเทศไทยพินาศให้ลาออกไปเลย ไปด่ารัฐบาลเรื่องคดียึดสนามบิน เป็นต้น โดยมักใช้ภาษาที่รุนแรง พอท้ายบทความก็จะมีการโพสความคิดเห็นด่ากันไปมาระหว่างพันธมิตรฯกับสาวก ปชป. อย่างรุนแรง เป็นอย่างนี้ทุกครั้งมานานเป็นปีๆแล้ว แน่นอนว่าการกระทำแบบนี้มันไม่ได้เป็นการสร้างมิตรเลย มีแต่ผลักให้เป็นศัตรูกับเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมนั้นเห็นด้วยกับพันธมิตรฯว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้ไม่ได้ในหลายเรื่อง เช่นเรื่องเอ็มโอยู 2543 ก็ชัดเจน แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการขยันด่ารัฐบาลชนิดเอาเป็นเอาตายเกินกว่าเหตุ สุดท้ายผลการเลือกตั้งครั้งนี้มันจึงชัดเจนที่สุดที่ว่ามีหลายคนหมั่นไส้และทนไม่ได้กับพฤติกรรมของพันธมิตรฯ บ้างก็ซัดว่าพันธมิตรฯเล่นการเมืองเก่าชัดๆ ทำให้เขากลับไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ไงล่ะครับ

ผมจึงคิดว่าพรรคการเมืองใหม่ควรพิจารณาจากจุดนี้ด้วย ต้องกลับไปร่วมพิจารณาประเด็นนี้กับทางเอเอสทีวี และวิทยากรหลายๆคนให้ทบทวนในจุดนี้ ให้มีเหตุมีผลมีข้อเท็จจริงมากกว่านี้ในการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์ ต้องฝากไปถึงพี่น้องพันธมิตรฯหลายคนด้วย เพราะทุกวันนี้ผมอยากถามเอเอสทีวี อยากถามพันธมิตรฯว่าใช้อารมณ์สร้างศัตรูกันพอหรือยัง วันนี้เราต่างได้รับผลกรรมที่เราทำไว้แล้วด้วยการพ่ายแพ้การเลือกตั้งยับเยิน ถ้าเรายังเป็นแบบนี้กันต่อไปเราคงไม่มีวันที่จะชนะการเลือกตั้งได้หรอกครับ เพราะการเลือกตั้งมันต้องทำให้เราเป็นที่รักของจำนวนมาก ไม่ใช่เอาแต่สร้างศัตรูไปวันๆ

เราต้องให้สาวก ปชป. หันมารักเราให้ได้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่ผลักไปเป็นศัตรู

ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ผมไม่ได้ห้ามพันธมิตรฯโจมตีรัฐบาล รัฐบาลห่วยก็ว่าไปเถอะ แต่ขอให้ใช้เหตุผลล้วนๆ ไม่ใช่อารมณ์ด่าจะได้ไหม???

ถ้าทำไม่ได้ เราก็คงต้องรอวันล่มสลายได้เลย และเราคงต้องเคว้งคว้างท่ามกลางการเมืองเก่ากันอีกครั้ง!!!

โดย HBP_Extreme

 

กลับไปที่ www.oknation.net