วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นี่หรือ ....สาเหตุที่พรรคการเมืองใหม่ พ้ายแพ้ในการเมืองสนามจริง


ผมก็พันธมิตรนะ

แต่ปัจจุบันก็รู้สึกไม่ค่อยชอบมาพากล

และรู้สึกไว้ใจในแนวทางการเคลื่อนใหว

 และกับตัวแกนนำบางคนลดลง

ด้วยเหตุผลหลายประการดังนี้ครับ


1.สนธิเคยประกาศกลางเวทีสมัยชุมนุมในทำเนียบ

ว่าไม่ว่าจะเป็นตายยังไง จะไม่ขอเล่นการเมือง

ขอเคลื่อนไหวภาคประชาชนเพียงอย่างเดียว

วันนั้นผมไปร่วมฟังแกพูดด้วยเลยจำได้ขึ้นใจ

ถ้าจำไม่ผิดแกถึงขั้นสาบานต่อหน้ามวลชนเลยทีเดียว

แต่สุดท้ายก็กลับคำ แล้วก็มาขอมติแนวร่วมบังหน้า

 อ้างว่าขอฟังจากมติเป็นส่วนใหญ่ 

สุดท้ายก็ตระบัดสัตย์ที่เคยพูดและสาบานเอาไว้ 

แล้วต่อไปเราจะสามารถเชื่อคำสาบานของสนธิได้อยู่ใหม

 หรือเป็นเพียงแค่การสาบานเพื่อปลุกเร้ามวลชนเพียงเท่านั้นหรือ

คำว่าสัจจะ มีความหมายแค่ใหนในมุมมองขอสนธิ

สำหรับตัวผมแล้ว คนที่จะเป็นผู้นำคน หรือมวลชนได้

ต้องถือคำพูดที่ได้ลั่นวาจาไปแล้วเป็นสัจจะให้ได้

 มิฉะนั้นจะสร้างความน่าเชื่อถือต่อผู้อื่นได้อย่างไร

หากว่าไม่ได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน

ก็ไม่ควรที่จะพูดมันออกมาครับ


2.ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าในสมัยที่ทักษิณเรื่องอำนาจ

และยังมีความสัมพันธ์อันดีกับสนธินั้น

เคยมีการขอความช่วยเหลือจากทักษิณ

ช่วยเหลือเกี่ยวกับการให้ธนาคารกรุงไทย

ซึ่งเป็นธนาคารที่กำกับดูแลโดยรัฐนั้น

ชะลอการสั่งฟ้องคดีล้มละลายต่อ บ.ในเครือผู้จัดการ

ที่ไปติดหนี้ธนาคารกรุงไทยถึง 2000 กว่าล้าน

แต่เมื่อตอนหลังสองคนนี้มีปัญหาและโจมตีกัน

ฝ่ายทักษิณก็อกมาแฉบ้าง เล่นเอาสนธิไปไม่เป็นเลยที่เดียว

และผมเชื่อว่า สนธิคงไม่ได้ดีบริสุทธิ์อย่างที่แก้ตัวออกมา

ว่าตนไม่เคยติดใจหรือแค้นในเรื่องนี้แม้แต่น้อย

เล่นเอาผมงง   อะไรมันจะดีบริสุทธิ์ขนาดนั้นครับ

3.ผมเป็นพันธมิตรครับ ขอย้ำ

แต่ไม่เคยคิดว่าการยึดทำเนียบหรือปิดสนามบิน

ดีต่อชาติแต่อย่างใด

และไม่คิดจะแก้ตัวใดๆ หากมีใครมาว่าๆพันธมิตร

ปิดสนามบินแล้วทำให้ชาติเสียหาย 

มันเป็นเรื่องจริงตามที่ท่านเหล่านั้นพูดครับ

มันเป็นการทำให้ประเทศชาติเสียหาย  มากมายจริงๆ

ไม่ว่าจะทำด้วยเหตุผลหรืออุดมการณ์ใดๆก็ตาม

และผมเองก็รังเกียจ ที่จะมีฝ่ายใดๆก็ตาม

หยิบยกเอาเหตุผลนี้เข้ามาอ้าง  เพื่อที่ตน

จะสามารถก่อม๊อบป่วนเมืองหรือชุมนุมผิดกฏหมายได้

มันเหมือนเป็น  ตราบาป  ของพันธมิตรน่ะครับ

แม้ผมจะรู้ดีก็ตามว่า   ในสมัยรัฐบาลนักชิม

และรัฐบาลน้องเขยนั้น  ตั้งมาเพื่อเป็นมินี

ที่ตั้งมาเพื่อฟอกผิดนายใหญ่    ให้กลับมายิ่งใหญ่ก็ตาม


และหากเป็นสถานการณ์  ปัจจุบัน

ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับการก่อม๊อบประท้วงใดๆ

ที่ผิดกฏหมายหรือ ทำให้ประเทศชาติเสียหายอีกแล้ว

หากจะทำก็ขอให้ทำในกรอบของกฏหมายเถอะครับ

ไม่ใช่ พอรัฐบาล หรือใครก็ตาม

 ที่มีแนวทางแก้ปัญหาต่างกับแนวทางของพันธมิตร

ก็ด่าว่าเขาเป็นหมูเป็นหมา หยาบๆคายๆ ในเวปผู้จัดการ

หาว่าเขาเป็นสาวก  ประชาธิปัตย์  บ้าง ลิ่วล้อ  อภิสิทธิ์บ้าง

พอเถอะครับ วัฒนธรรมด่าทอทางการเมืองแบบนี้

ผมเข้าใจว่าถ้ามองกันให้ลึกแล้ว

คนที่มีวุฒิภาวะทางการเมืองโดยทั่วไป

มักจะมองที่แนวทาง และหลักการครับ

มิได้มองที่ตัวบุคคล หรือพรรคแต่ประการใด

4.ผมเชื่อว่าหลายครั้งที่นายสนธิโจมตีรัฐบาลอย่างรุนแรง

หรือพรรคร่วมโดยเฉพาะภูมิใจไทย

กับบิ๊กทหาร ที่สนธิได้ขนานนามกลุ่มนี้ว่า

" เป็นกลุ่มอำมาตย์ใหม่ "

เนื่องจากเขามีความแค้นอย่างยิ่งยวดต่อกลุ่มสีน้ำเงินกับสีเขียวเหล่านี้

เนื่องจากนายสนธิมีความเชื่ออย่างฝังใจว่า

กลุ่มคนเหล่านี้แหละ ที่ก่อคดีลอบสังหารเขา

แต่เขากลับโชคดีเขารอดตายปาฏิหารย์

แต่จนเดี๋ยวนี้ก็ยังหาหลักฐานใดๆ

มาชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มใหนที่ลอบสังหารเขา

เนื่องจากเขาได้ใช้วาจาสร้างสัตรูไว้มิใช่น้อย

ในเมื่อเขามีความแค้นฝังลึกขนาดนี้

ผมจึงเชื่อว่า หากนายก รัฐบาล ภูมิใจไทย หรือทหาร

ทำผิดพลาดหรือไม่ถูกใจเมื่อไหร่

นายสนธิก็คงจะไม่รีรอ  ที่จะโจมตีอย่างรุนแรง

โดยผ่านสืออย่างเวปผู้จัดการและเอเอสทีวี

ซึ่งมักจะโจมตีกล่าวหาเกินกว่าที่ควรเป็นตามอย่างที่เคยทำมาตลอด

ถึงกับผลักมิตรให้เป็นศัตรู ยื่นคำขาดต่อมวลชนของตนเอง

ว่าถ้าเลือกพันธมิตร ก็อย่าเลือกประชาธิปัตย์

เอาขนาดนั้นเลยทีเดียว

เล่นเอามวลชนเสื่อมศรัทธาไปมิใช่น้อย

สุดท้าย พันธมิตร ก็ทำให้มิตรกลายเป็นศัตรูได้จริงๆ

โดยคำพูด และวิธีการของ พันธมิตรเอง

5.เชื่อว่ามวลชนจำนวนมากทีเดียว

ที่มิได้มองนายอภิสิทธิ์ที่หน้าตา 

อย่างที่บางฝ่ายโจมตีกันอยู่

แต่เขามองในด้านในปฏิภาน ใหวพริบ

ข้อมูล ความรู้ความสามารถ ความอดทน

และวุฒิภาวะที่สูงกว่าเกินอายุ

รวมถึงความมีภาวะผู้นำ

 และกล้าตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์

ถ้าอยากเห็นภาพ   ก็ลองมองผู้นำทางการเมือง

ของแต่ละฝ่่าย   ดูสิครับ

ว่ามีใครจะมีวุฒิภาวะ  และภาวะผู้นำ

ที่สามารถตัดสินใจ  โดยไม่ใช้อารมณ์

ในสถานการณ์ที่เลวร้าย  ในวิกฤติที่สุด

ของการเมืองไทยในขณะนี้  

 ได้เท่านายอภิสิทธิ์บ้าง

ไม่ว่าจะเป็น สนธิเหรอ ทักษิณเหรอ สมัครเหรอ

สมชายเหรอ จำลองเหรอ

จตุพรเหรอ วีระสม ความคิดเหรอ เฉลิมเหรอ เยาวภาเหรอ ณัฐวุฒิเหรอ

หรือจะเป็น บิ๊กจิ๋วเหรอ บรรหารเหรอ หรือจะเป็นพร้อมพงษ์

หรือมีใครใหมให้เราพิจารณา

ถึงความสามารถที่จะเป็นนายก

ที่สามารถพาชาติและประชาชน

ฝ่าช่วงวิกฤตินี้ที่สุดในครั้งนี้

โดยให้เกิดความเสียหายต่อชาติ 

และเสียเลือดเนื้อน้อยที่สุดได้

เอาคนที่เหมาะสม   ที่สามารถทำได้จริงๆนะครับ

ท่านๆช่วยพิจารณาดูเถิดครับ

ว่าในขณะนี้   จะมีใครที่เหมาะสมบ้างใหม

และผมเชื่อโดยแท้ ว่านายอภิสิทธิ์มิได้ดีพร้อม

และเป็นนักการเมือง  ที่ยังอิงระบบพรรคอยู่

ซึ่งเป็นการเมืองแบบเก่าอยู่

ในบางครั้งก็ต้องยอม เพื่อรักษาเพื่อน

 หรือเสียงในขั้วรัฐบาล

ยอมเพื่อช่วยเหลือผู้มีพระคุณ

หรือเพื่อนร่วมพรรค

แต่ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบัน

 ผมก็เพิ่งเคยเห็นจากนายกคนนี้แหละ

ที่กล้าเปลี่ยนวัฒนธรรมการเมืองบางอย่าง

เราได้เห็นการ ปรับ ครม. หากไม่โปร่งใส

แม้จะเป็น  พรรคเดียวกัน  หรือพรรคร่วม 

เช่นกรณีนายวิทยา แก้วภารดัย

หรือกรณีคนของภูมิใจไทย

ซึ่งเป็นตัวแปรหลักก็ตาม

ได้เห็นความกล้าที่จะชะลอโครงการต่าง ๆ

 ที่ยังเห็นว่า  ไม่ชัดเจน   หรือไม่โปร่งใส

กล้าแม้จะค้าน   กับคนที่ทำให้ตัวเองเป็นายก

อย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ในกรณีแต่งตั้ง ผบตร.

กล้าแม้กระทั่ง ให้มีการดำเนินคดีกับพันธมิตร

ที่มีส่วนช่วยกดดัน

ให้มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล  มาเป็นประชาธิปัตย์

อดทน ต่อการกดดัน แม้จะถูกรุมทำร้าย

 หรือวางแผนลอบสังหารจากกลุ่มเสื้อแดง 

ในสถานะการที่น่าจะมีคนตายมากมาย

ทั้งที่มีคนเชียร์และคนด่าตัวเขา

หยาบๆคายๆกว่าค่อนประเทศ

เพื่อให้ฆ่าให้ยิงเสื้อแดง ซะ

เพราะพวกนี้มันทำผิดกฏหมาย

แต่ผมก็เห็นนายกคนนี้แหละ

ที่พยายามอดทนด้วยวิธิการต่างๆนาๆ

เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดโดยไม่ทำตามแรงกดดัน

เปิดโอกาสคนทำผิดกฏหมาย

ได้มีพื้นที่ดีเบตต่อหน้าสื่อ

แม้จะรู้ว่า

อีกฝ่ายจะมาโกหกพกลมใส่ร้ายต่อหน่าคนดู  ก็ตาม

และยังมีการพยายามส่งคนไปเจรจานอกรอบ

เพื่อให้ยุติม๊อบโดยไม่เสียเลือดเนื้อ

ผมไม่คิดว่าจะเห็นสิ่งเหล่านี้

จากนักการเมืองไทยในเวลานี้   ก็กลับได้เห็น

อยากให้แกนนำพันธมิตร

ควรมองความจริงและยอมรับตัวเองครับ

ควรเปิดใจและยอมรับฟังจากรอบด้าน

แม้ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้าม  ก็ตาม

แล้วหันมามองหรือพิจารณา   ว่าเป็นอย่างที่เขาพูดใหม

หากสิ่งใดไม่ดีก็เลิกเถอะครับ 

อย่าทำให้มวลชนถอยห่างออกไปเรื่อยๆอีกเลย

หากเคยด่าเสื้อแดง ว่าใช้สื่อ

เพื่อ    พรรคการเมืองฝ่ายตน

สื่อในเครือผู้จัดการก็ควรจะหยุดทำแบบเดียวกันด้วย

และขอให้มองการเมือง  อย่างความเป็นจริงเถิดครับ

สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์   ก็ใช้ไปตามเท่าที่มี

ตอนนี้แค่เพื่อไทย หรือทักษิณ

ไม่ได้กลับมาเรืองอำนาจโกงกินสมบัติชาติอีก

ก็ถือว่าบุญของประเทศไทยแล้วล่ะครับ


โดย ข้าราชบริพาร

 

กลับไปที่ www.oknation.net