วันที่ พุธ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โจ๋อุบลฯรวมตัวเสนอโรงเรียนห้ามใช้มือถือไปได้สวย ขยายผลมือปราบไร้สายสู่สพท.


   

โจ๋อุบลฯรวมตัวเสนอโรงเรียนห้ามใช้มือถือไปได้สวย ขยายผลมือปราบไร้สายสู่สพท.

            19 สิงหาคม 2553 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี  เขต 3 : เครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา  จัดเวทีเชื่อมประสานความร่วมมือเพื่อขยายผลพื้นที่เท่าทันสื่อ มือปราบไร้สาย ที่ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 อำเภอพิบูลมังสาหาร  โดยเชิญ 5 โรงเรียนในพื้นที่ สพท.เขต3 เข้าร่วมพูดคุย ส่วน อบจ. และ สพท. ติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้แต่ขอรายงานการประชุมเพราะมีความสนใจเช่นกัน

            นายคิด  แก้วคำชาติ  ผู้ประสานงานเครือข่ายภูมิปัญญา  ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ในเวทีว่า  หลังจากที่โครงการโทรป่วนพฤติกรรมเปลี่ยน  โครงการที่เข้าไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ของนักเรียนโรงเรียนหนองบัวฮีวิทยาคม อำเภอพิบูลมังสาหาร ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี  นักเรียนในโรงเรียนไม่ใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างเรียน ซึ่งเป็นนโยบายที่เกิดจากนักเรียนเอง ทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น  ในปีนี้ถึงแม้ตัวโครงการดังกล่าวจะจบไปแล้ว  แต่ไม่อยากให้กิจกรรมดีๆแบบนี้ต้องจบลงไปด้วย  จึงอยากขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นๆที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือของวัยเรียน  โดยทางเครือข่ายพร้อมที่จะเข้าไปช่วยจัดกิจกรรมให้  หากทางโรงเรียนสนใจ

            สำหรับโรงเรียนทั้ง 5 แห่งที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้มีปัญหาที่คล้ายคลึงกัน เช่น เด็กนักเรียนชอบเปิดเพลงเสียงดังรบกวนการเรียนการสอนของห้องอื่น  เด็กนักเรียนบางคนชอบแอบมุดลงไปคุยโทรศัพท์ใต้โต๊ะในเวลาเรียน  เด็กบางคนไม่ยอมมาโรงเรียนเพราะพ่อแม่ไม่ซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ให้  หรือในบางโรงเรียนมีการเก็บเงินค่าดูคลิปวีดีโอโป๊ 3 เรื่อง 5 บาท เป็นต้น  ทำให้บางโรงเรียนต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดโดยการยึดโทรศัพท์มือถือของนักเรียน  แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร  เรื่องนี้ทางเครือข่ายภูมิปัญญาได้แนะนำว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง  เพราะเด็กในวัยนี้จะเกิดการต่อต้านทันที  ถ้าหากมีการบังคับ  จึงควรใช้วิธีที่ให้พวกเขามีส่วนร่วมและค่อยเป็นค่อยไป

     

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่หลายโรงเรียนมีความกังวลในการร่วมโครงการ  คือกลัวว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเด็ก  แล้วถ้าพวกเขาเกิดลุกขึ้นมาประท้วงก็จะเป็นปัญหาได้  ในเรืองนี้  นายคิด  ได้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องปกติถ้ามีการจำกัดสิทธิก็จะเกิดการทวงสิทธิเกิดขึ้น  ซึ่งในช่วงแรกของโครงการก็มีเหตุการณ์ทำนองนี้เช่นกัน  ซึ่งจริงๆแล้วหากทางโรงเรียนออกเป็นกฎข้อบังคับภายในโรงเรียน  ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องกฎหมายละเมิดสิทธิ  แต่อยากให้ตัดความกังวลเรื่องนี้ออกไปได้เลย  เพราะกระบวนการได้มาซึ่งกฎข้อบังคับของโครงการนี้ไม่ได้เกิดจากครูหรือทางโรงเรียน  แต่ทุกอย่างจะต้องเกิดจากเด็กเองที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์และพวกเขาจะเข้าใจเอง  และตั้งเป็นกฎข้อบังคับของตัวเองโดยที่เราไม่ต้องไปใช้มาตรการบังคับเลย  

            อย่างไรก็ตามตัวแทนของแต่ละโรงเรียนที่มาร่วมประชุมในวันนี้  จะได้นำข้อมูลของกิจกรรมมือปราบไร้สายนี้  กลับไปนำเสนอกับทางผู้บริหารโรงเรียน  แต่พวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าแต่ละแห่งจะมีการดำเนินงานต่อ  เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากโทรศัพท์มือถือของนักเรียน  ที่พยายามแก้ไขกันมาแบบไร้ทิศทางมาโดยตลอด

โดย คิดแก้ว

 

กลับไปที่ www.oknation.net