วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลำธาร ในทัศนของ...สุวิริโย


เอาเพลงเก่ามาเขย่าความคิด ลำธาร ในทัศนของ...สุวิริโย

"หมอผีครองเมือง" เรื่องจากตอนที่ผ่านมา(คลิกเพื่อไปยังเอนทรี "หมอผีครองเมือง"...)เป็นสิ่งบอกเล่าถึงสถานการที่เลวร้ายของสังคม สังคมแห่งการเอารัดเอาเปรียบ กดขี่ข่มเหง ฉ้อฉนทุจริตคอรัปชั่น คนเลวมีอำนาจในการปกครอง แม้กระทั่งกฎหมายก็ไม่ได้เป็นสิ่งปกป้องคนในระดับล่าง แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้กับคนมีอำนาจคนร่ำรวยที่ขาดคุณธรรม ภาวะสังคมที่เรียกว่าหมอผีครองเมืองนี้มีอยู่ทั่วโลก ไม่ได้จำเพาะว่าเป็นที่ใดที่หนึ่ง ที่ที่ผู้มีอำนาจปกครองขาดคุณธรรม คนด้อยโอกาสถูกกดขี่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

สังคม "หมอผีครองเมือง" เปรียบเหมือนโลกมืดที่รอการปลดปล่อยจากผู้ที่นำมาซึ่งแสงสว่าง ที่จะนำพาผู้คนมืดบอดมองไม่เห็นความจริงออกจากภาวะมืดบอดนั้น ภาพลวงตาที่ถูกส้รางขึ้นในสังคมเกิดจากผู้มีอำนาจปกครองเป็นคนมีมิจฉาทิฐิ มองอำนาจและเงินตราเป็นสิ่งสูงสุด เขาตกเป็นทาสของกิเลสของความโง่เขลาชนิดที่นำไปสู่การเบียดเบียนผู้อื่น คนที่อยู่ใต้อำนาจของคนไร้ศีลธรรมถูกตีค่าราคาโดยการอาศัยเป็นเครื่องมือสนองกิเลสของผู้มีอำนาจปกครอง หากผู้อยู่ใต้อำนาจคนใดทำตัวสนองกิเลสมากกว่าจะได้รับการตอบแทนด้วยผลประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน

ผู้มองเห็นความจริงของชีวิตผ่าน "ลำธาร" บทเพลงที่หยิบยกเรื่องราวของ "ปัจเจกชน" ที่ค้นพบความจริงความถูกต้องดีงาม เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาใน "เพลงลำธาร" ของ "คุณมาโนช พุฒตาล" เป็นการผูกโยงตัวบุคคลเข้ากับธรรมชาติ เวลาเราฟังบทเพลงแล้วจินตนาการตามไปจะพบว่าในมโนภาพคือคนคนหนึ่งที่อยู่เพียงผู้เดียวท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อมที่บริสุทธิ์ ไม่มีผู้ใดที่เป็นเจ้าของครอบครองลำธารแห่งนั้น

ลำธาร ที่มีน้ำไหลเย็น น้ำใสสะอาด พร้อมที่จะให้ทุกคนดื่มกิน ไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ลักษณะของบทเพลงนี้เป็นการใช้จินตนาการเชื่อมโยงธรรมชาติอันบริสุทธิ์(ธรรมชาติที่ไม่ถูกรบกวน)ไปสู่สัจธรรม

ภาวะของอารมณ์ไม่มีความลุ่มหลงในวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่มีชนชั้น ไม่มีผู้ใช้อำนาจ ไม่มีผู้อยู่ใต้อำนาจ การรวมเป็นหนึ่งกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ต้องใช้จินตนาการสูงพอสมควรสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะคนส่วนใหญ่มักเคยชินกับการอยู่ร่วมกัน นอกจากเวลาทำกิจส่วนตัวแล้วคนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้อยู่คนเดียว ยิ่งถ้าอยู่ในเมืองธรรมชาติที่แวดล้อมล้วนเป็นฝีมือของมนุษย์ทั้งสิ้น

การที่จะเข้าถึงเนื้อหาของเพลงลำธารหากเราไม่ได้ในสถาพแวดล้อมเดียวกับที่เนื่อเพลงบอกเล่า คงต้องสร้างมโนภาพขึ้นเองด้วยการละทิ้งเรื่องราวทั้งหมดที่มีอยู่จริงในชีวิตของเรา จึงจะสามารถมองเห็นในสิ่งที่ผู้ประพันธ์บทเพลงถ่ายทอดออกมา

เนื้อเพลงลำธาร

มองลงไป ในแม่น้ำ นานเนิ่นนานอยู่ในภวังค์

ลึกลงไป ใต้ลำน้ำ มีมนต์ขลัง มีพลัง


วิญญาณหลุดลอยร่อนลง ดิ่งลงดื่มด่ำลำน้ำ อยู่เพียงลำพังทั้งสองฟากฝั่ง

วิญญาณใฝ่ฝัน ต้องการฝังลึกมานานต้องการเข้าใจ ลึกลับซ่อนเร้นแอบอยู่ข้างใน

หากแต่ร่างกาย ไม่อาจเคลื่อนไหวดั่งใจหวัง นิ่งอยู่อย่างนั้นนั่งมองลำธาร


* ปลดปล่อยตนเองไปตามลำธาร..เปลี่ยว โดดเดี่ยวคนเดียวเหลียวมองดูรอบ..กาย

โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง โลกที่อ้างว้าง เส้นทางที่ไกล

ในความเงียบงัน พลันได้ยิน ได้รู้ได้เห็นเป็นเสียงดนตรี

ลีลาประสานทำนองคล้องจอง เกิดแก่เจ็บตายลวดลาย อิ่มหิวกระหายหัวเราะน้ำตา

จึงตัดสินใจ ส่งมอบกายให้กับแม่น้ำ ทอดกายลงน้ำไหลตามลำธาร

(ซ้ำ *)

** อยากบอกให้รู้ความดียังมี..อยู่ วางจิตรับรู้เข้าใจด้วยเหตุ..ผล

ดื่มดับกระหาย สายน้ำของทุกผู้คน หยุดความสับสนเลือกหนทางเดิน

สัจจธรรมจริงแท้มั่นคงดำรง..อยู่ ปัญญาความรู้เท่าทันความเศร้า..หมอง

ดื่มเถิดเพื่อนพ้อง สายน้ำของการแบ่งปัน ร่วมกันสร้างฝันบนฐานความจริง

โลกใหญ่ใบนี้ไม่มีใครครอบ..ครอง ไม่แบ่งเป็นสองเพ่งมองดูแม่..น้ำ


เกิดความเข้าใจ ร่างกายทำได้เพียงกักขัง รวมเป็นหนึ่งกับน้ำทั้งกายและใจ

(ซ้ำ *,**)

"คุณพ่อครับ ผมมาขอพรจากคุณพ่อครับ"

"พ่อให้พรลูกไม่ได้หรอก แต่ว่า"
"หากสิ่งที่ลูกทำมันถูกต้อง พระเจ้าก็จะอยู่เคียงข้างลูก"
"แต่หากมันผิด พรของพ่อก็ย่อมไม่มีประโยชน์อันใด"
........

ถอดความหมายของเพลงตามความเข้าใจของผู้เขียนในบางท่อนที่มีความหมายอันลึกซึ้ง

วิญญาณใฝ่ฝัน ต้องการฝังลึกมานานต้องการเข้าใจ ลึกลับซ่อนเร้นแอบอยู่ข้างใน

ความรู้สึกของผู้แสวงหาความจริงของชีวิต ตัวอย่างเช่น เราเกิดมาทำไม ? มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ? เป็นต้น ซึ่งเป็นการค้นหาตัวตนในระดับที่มีความละเอียดลึกซึ้ง คำว่า "วิญญาณ" ในเนื้อเพลง หมายถึง เครื่องมือในการใช้ค้นหาความจริง

ปลดปล่อยตนเองไปตามลำธาร..เปลี่ยว โดดเดี่ยวคนเดียวเหลียวมองดูรอบ..กาย

โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง โลกที่อ้างว้าง เส้นทางที่ไกล

การวางจิตจากสิ่งที่เคยผูกยึด เช่น ร่างกาย สิ่งของ บุคคลที่เกี่ยวข้อง "การคิดนอกกรอบความคิดที่คนทั่วไปคิด" สื่อออกมาในคำว่า "โดดเดี๋ยวคนเดียวเหลียวมองดูรอบ...กาย" ส่วนคำว่า "โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง โลกที่อ้างว้าง เส้นทางที่ไกล" หมายถึงความต้องการที่จะพบกับคนที่เห็นความจริงในแบบเดียวกัน

ลีลาประสานทำนองคล้องจอง เกิดแก่เจ็บตายลวดลาย อิ่มหิวกระหายหัวเราะน้ำตา

การทบทวนถึงความจริงของช่วงชีวิต ทุกสิ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงที่ได้พบเจอ บางช่วงบางตอนเป็นเรียบเรียงถ้อยคำเพื่อที่จะสื่อในภาพรวมของมโนภาพในตัวผู้แต่งเพลง เพื่อความสอดประสานในสิ่งที่ผู้แต่งคิดให้เข้ากับเนื่อเพลงและดนตรีที่ประกอบ

อยากบอกให้รู้ความดียังมี..อยู่ วางจิตรับรู้เข้าใจด้วยเหตุ..ผล

ดื่มดับกระหาย สายน้ำของทุกผู้คน หยุดความสับสนเลือกหนทางเดิน

สัจจธรรมจริงแท้มั่นคงดำรง..อยู่ ปัญญาความรู้เท่าทันความเศร้า..หมอง

ดื่มเถิดเพื่อนพ้อง สายน้ำของการแบ่งปัน ร่วมกันสร้างฝันบนฐานความจริง

โลกใหญ่ใบนี้ไม่มีใครครอบ..ครอง ไม่แบ่งเป็นสองเพ่งมองดูแม่..น้ำ

เนื้อเพลงท่อนนี้เป็นส่วนสำคัญที่ผู้แต่งต้องการสื่อไปยังผู้ฟังโดยตรง โดยใช้แม่น้ำเป็นสื่อในการบอกให้รู้ว่า เหตุผล สัจธรรม สติปัญญา คือสิ่งที่จะนำผู้คนไปสู่ความรอดพ้นจากกิเลสความเห็นแก่ตัว เป็นการลดตัวตนให้เล็กลงให้อยู่ในระดับที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ธรรมชาติที่ไม่ได้เป็นของผู้ใดอย่างแท้จริง ไม่มีใครเป็นเจ้าของที่ถาวร เป็นเพียงแต่การมาอาศัยชั่วคราว "โลกใหญ่ใบนี้ไม่มีใครครอบ..ครอง" เป็นถ้อยคำที่สื่อออกมาตรงๆตามเนื้อความ

เกิดความเข้าใจ ร่างกายทำได้เพียงกักขัง รวมเป็นหนึ่งกับน้ำทั้งกายและใจ

หมายถึงการค้นพบสัจธรรมของชีวิต การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

"คุณพ่อครับ ผมมาขอพรจากคุณพ่อครับ"

การหวังพึ่งสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่จริง

"พ่อให้พรลูกไม่ได้หรอก แต่ว่า"
"หากสิ่งที่ลูกทำมันถูกต้อง พระเจ้าก็จะอยู่เคียงข้างลูก"
"แต่หากมันผิด พรของพ่อก็ย่อมไม่มีประโยชน์อันใด"

การชี้ให้เห็นความจริง การผูกโยงพระเจ้าไปสู่สัจธรรม การกระทำของตนเองคืออำนาจที่แท้จริงที่สามารถให้ผลที่ตนต้องการ

ความขลาดกลัวเพราะความเขลานำไปสู่การกระทำที่ไม่ถูกต้อง การตกเป็นทาสของกิเลสนำไปสู่ความเป็นทาสของสถานภาพทางสังคม ผู้คนมากมายที่ทำในสิ่งไม่ถูกต้องเพราะไม่เข้าใจในธรรมชาติของชีวิตที่มาอาศัยอยู่บนโลกใบนี้แค่เพียงชั่วคราว ภาพมายาต่างๆถูกสร้างขึ้นให้บิดเบี้ยวและผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการในการครอบครองของบุคคล นำไปสู่ภาวะของ "หมอผีครองเมือง"

การรวมเป็นหนึ่งกับลำธารคือการค้นพบสัจธรรมของชีวิต สิ่งที่จะปลดปล่อยผู้คนออกจากความเห็นแก่ตัวออกจากการเป็นทาสของความไม่ถูกต้องชอบธรรม

"ลำธาร" และ "หมอผีครองเมือง" เป็นบทเพลงที่สื่อให้เห็นความจริงของสังคมทั้ง 2 ด้าน คือด้านมืดและด้านส่วาง ทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นปรากฎการณ์ที่หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนไปในสังคมมนุษย์ ตราบเท่าที่ยังมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อยู่บนโลกใบนี้

โดย สุวิริโย

 

กลับไปที่ www.oknation.net