วันที่ ศุกร์ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

76 โครงการมาบตาพุดจบที่ศาล เริ่มต้นใหม่ ที่ประชาชน


76 โครงการมาบตาพุดจบที่ศาล เริ่มต้นใหม่ ที่ประชาชน

 หลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และหน่วยงานราชการอีก 8 หน่วยงาน เพื่อขอเพิกถอนการอนุญาตให้ดำเนินการ 76 โครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และพื้นใกล้เคียง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ที่บัญญัติ ให้มีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยภาคเอกชน และสถานบันการศึกษา เพื่อพิจารณาโครงการอุตสาหกรรมที่อยู่ในกรอบของธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่ได้ดำเนินการจัดทำการประเมินผลคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ และการประเมินผลด้านคุณภาพสุขภาพ หรือ เอชไอเอ ซึ่งก็ต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์จากประชาชนที่รอบโครงการเสียก่อนด้วย

 แต่ในเบื้องต้นยังคงมีโครงการที่ติดอยู่ใน 11 โครงการธุรกิจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง ตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ อยู่ 2 โครงการ หรือที่พูดง่ายให้เข้าใจ คือ จาก 76 โครงการที่เคยถูกฟ้องให้ระงับมีเพียง 2 โครงการเท่านั้นที่ศาลขอให้ทาง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นำกลับไปพิจารณา ส่วนอีก 74 โครงการรออีก  15 วัน ซึ่งหากไม่ใครอุทธรณ์คำพิพากษา ก็สามารถดำเนินการต่อได้ หรือหากมีใครอุทธรณ์จริง ศาลอาจจะมีคำสั่งในบางส่วนของโครงการดำเนินการไปก่อนได้เช่นกัน

 เรื่องของสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมที่ผ่านมาเหมือนกับน้ำกับน้ำมัน ไม่มีทางที่จะอยู่ร่วม หรือรวมกัน ได้แต่ด้วยเจตนาของรัฐธรรม มาตรา 67 วรรค 2 ต้องการให้อุตสาหกรรมเป็นส่วนหนึ่งของของชุมนุมอย่างมีคุณภาพ ไม่เป็นศัตรูของชุมชน ดังนั้นการชี้ขาดของศาลปกครองครั้งนี้จึงเป็นการลองยาว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ใช้ได้จริงหรือไม่ และกอปรกับสถานการณ์ทางการเมือง และเศรษฐกิจช่วง 2-3 ปีที่ผ่าน จึงทำให้คดีดังกล่าวจึงถูกจับตาจากหลายฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  ดังนั้นถ้าพูดถึงรูปของคดีแล้วยังดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้ามาในระดับหนึ่ง แต่ในเรื่องของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ วันนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่โดยเห็นอย่างชัดเจนตลาดหุ้น ซึ่งหุ้นหลายตัวที่ของบริษัทที่มีโครงการติดอยู่ใน 76 โครงการถูกระงับพุ่งขึ้นขยับตัวเกือบทุกตัว ซึ่งนักวิเคราะห์หลักทรัพย์พูดเป็นเสียงเดียวตรงกันว่า เป็นเพราะความชัดเจนของคำพิพากษาทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้น

 ฟากของบริษัทเจ้าของโครงการต่างๆ วันนี้ก็ตามมองเห็นอนาคตแล้วจะต้องทำอะไรต่อ ส่วนของภาครัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแล ก็เตรียมขยับ โดยในวันจันทร์นี้จะได้เรียกบริษัทเจ้าของ 76 โครงการเข้าหารือร่วมกัน ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ ด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนนายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  เห็นว่ากรณีดังกล่าวจะสามารสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ได้และช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมีเงินลงทุนเข้ามาในไทยมากขึ้น  

 

 แต่สำหรับในฟากของภาคประชาชนที่เป็นผู้ฟ้องร้องคดี แม้ในวันที่อ่านคำพิพากษาจะดูเหมือนจะผิดหวังอย่างมากก็ตาม แต่ก็เตรียมที่จะหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอุทธรณ์เรื่องนี้ต่อหรือไม่ แต่อย่างน้อยในเบื้องต้น ภาคประชาชนก็ได้เรียนรู้ถึงความชัดเจนในแง่ของกฎหมาย ว่ามีกรอบคิดตอนนี้อย่างไร

 แต่ที่แน่ๆ ล่าสุด นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เตรียมที่จะเข้าหารือกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯ ที่เคยถูกแต่งตั้งเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ว่าคิดอย่างไรต่อคำพิพากษา

 ปิดคำให้สัมภาษณ์ของนายสุทธิ บอกว่า ประมาณ 2 สัปดาห์ จะเร่งดำเนินการสำนวนดูข้อกฎหมายร่วมกับสภาทนายความและสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนในการเขียนคำอุทธรณ์เพื่อยื่นอุทธรณ์คดี และจะเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลทางสิ่งปวดล้อมต่อสาธารณะ

  อย่างไรก็ตาม จะให้เวลารัฐบาลเพียง 2 เดือน คือ เดือนกันยายน-ตุลาคม หลังจากนั้นจะมีการเคลื่อนไหวชุมนุมแสดงพลังปิดล้อมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา และในแต่ละภูมิภาค หากไม่ยอมยกเลิกประกาศ 11 ประเภทโครงการรุนแรง พร้อมที่จะฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนประกาศ 11 ประเภทโครงการรุนแรง และให้มีการจัดทำใหม่

 

 

 

โดย เดชาริน

 

กลับไปที่ www.oknation.net