วันที่ ศุกร์ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปผูกเปลนอนฟังเสียงลูกมะพร้าวหล่น เพลินเสียงฝนกระทบหลังคา เก็บผักดายหญ้า ประสาบ้านเรา(บันทึกเรื่อยเปื่อย


ไปผูกเปลนอนฟังเสียงลูกมะพร้าวหล่น  เพลินเสียงฝนกระทบหลังคา  เก็บผักดายหญ้า  ประสาบ้านเรา(บันทึกเรื่อยเปื่อย)

.

.

.....รถตู้วิ่งมาจอดที่ตึกแถวซึ่งจัดทำเป็นที่จำหน่ายตั๋วรถโดยสารและรถตู้ริมถนนสุขุมวิทเวลาทุ่มสี่สิบ  ซึ่งเลยเวลาจากที่ระบุในตั๋วยี่สิบนาที  ผมได้ที่นั่งข้างคนขับ  ผู้โดยสารเต็มคันพอดี  รถตู้บึ่งสู่จุดหมายปลายทางหมอชิด 2  กรุงเทพมหานคร  ถนนจากภาคตะวันออกสู่กรุงเทพฯวันนี้รถค่อนข้างมาก  แต่การจราจรไม่ติดขัด  จนเข้าเขตกรุงเทพฯรถเริ่มเคลื่อนตัวช้าถึงช้ามากและบางคราถึงกับจอดนิ่งเป็นเวลานาน  กว่าจะหลุดเข้าไปถึงหมอชิดได้ก็เล่นเอาสี่ทุ่มกว่าไปแล้ว   เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะพรุ่งนี้เป็นวันแม่แห่งชาติซึ่งเป็นวันพฤหัสบดี  ผู้คนก็เลยถือโอกาสลางานวันศุกร์อีกหนึ่งวันแล้วหยุดต่อเสาร์อาทิตย์รวมเป็น  4  วัน  เพื่อเดินทางไปกราบแม่กัน  หลังจากต่อแถวเข้าคิวซื้อตั๋วอยู่นานก็ได้ตั๋วรถทัวร์ของ บ.เชิดชัยฯเที่ยวเวลาห้าทุ่มยี่สิบห้า  ราคา  353  บาท  ปลายทางอุตรดิตถ์  หลังซื้อตั๋วเสร็จรู้สึกหิวเพราะตั้งแต่เย็นยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เดินไปที่โซนอาหารก็ปิดไปแล้ว  หันหน้าเข้าเซเว่นผู้คนแน่นมากไม่มีที่หมุนตัว  เข้าไปแล้วต้องเดินหน้าอย่างเดียวห้ามกลับตัว  ได้ขนมปังมาชิ้นหนึ่งน้ำดื่มอีกขวด  แล้วลิ่วไปรอรถที่ช่องจอดรถหมายเลข  32  ตามที่ระบุในตั๋วเพราะใกล้เวลารถออกแล้ว  ปรากฏว่าที่รอรถผู้คนแน่นมาก  ฟังเหตุการได้ความว่ารถติดเข้ามารับผู้โดยสารไม่ได้การจราจรแย่มากๆ  รถเที่ยวสองทุ่มครึ่งยังเข้ามารับคนไม่ได้เลย  เป็นเหตุให้ผู้โดยสารมาอัดกันแน่นอยู่ชานชลา  ที่นั่งไม่ต้องพูดถึงแค่ที่ยืนยังต้องคอยหลบผู้คน  กว่ารถเที่ยวห้าทุ่มยี่สิบห้าจะเข้ามาได้ก็เล่นไปตีหนึ่ง  ผู้โดยสารขึ้นรถกันอย่างรวดเร็ว  แอร์เสริฟน้ำขนมและเปิดซีดี  แต่กว่าจะออกจากกรุงเทพได้ก็ตีสามดูโน๊ตอุดมบรรยายเรื่องส้วมประเทศต่างๆหลายประเทศ  พอพ้นจากกรุงเทพฯมาได้รถก็บึ่งอย่างเดียวโดยไม่หยุดให้ผู้โดยสารรับประทานอาหารแต่อย่างไร  ผู้คนบนรถเงียบมากอาจเป็นเพราะเมื่อยล้าจากตั้งแต่ที่รอรถแล้ว  รถพักให้ผู้คนยืดเส้นยืดสายและเข้าห้องน้ำแถวนครสวรรค์ราวสิบนาที  และถึง บ.ข.ส อุตรดิตถ์แปดโมงจะเก้าโมง  ผมอาศัยสองแถวจาก บ.ข.ส  ไปลงตลาดเพื่อรอต่อสองแถวอีกสายเข้าหมู่บ้าน ...

.

.

.

บรรยากาศหน้าจุดขายตั๋วสายเหนือ

.

.

 โซนอาหารปิดแล้ว  ไม่มีอะไรกิน

.

ผู้คนเบียดเสียดรอขึ้นรถ  ( ก็มันอยากกลับบ้านน่ะ )

.

.

.

.

.

.

.

.

.

...นั่งรอรถสองแถวที่จะเข้าหมู่บ้านอยู่สักพักถามโชว์เฟอร์ว่าอีกนานไหมถึงจะออก  โชว์เฟอร์บอกว่าอีกนาน  เลยเดินเข้าตลาดสดเพื่อดูข้าวของเผื่อจะได้อะไรติดมือบ้าง  ปรากฎว่าตลาดเทศบาลสามเริ่มวายมีแม่ค้าไม่มากนัก  และหันหน้าเข้าตลาดเทศบาลสองที่อยู่ตรงข้ามกันก็ยังไม่ค่อยมีแม่ค้า  ปกติตลาดเทศบาลสามจะเป็นตลาดดึกถึงเช้า  และตลาดเทศบาลสองจะขายสายๆถึงเย็น  แต่ผมไปก้ำกึ่งเลยได้อะไรไม่มากนัก...

...สองข้างทางที่สองแถวผ่านดูสดชื่นมาก  คงเป็นเพราะเป็นหน้าฝนทั้งแมกไม้  ข้าว  อ้อย  และอื่นๆ  ล้วนเขียวขจีสบายตาสบายใจ  พอรถแล่นผ่านสะพานข้ามแม่น้ำน่าน  มองเห็นแม่น้ำน่านขึ้นสูงเต็มฝั่งสีออกเข้มข้นกำลังไหลเอื่อยๆ...

...ถึงบ้านพอวางกระเป๋าน้ำท่ายังไม่อาบ  เดินลงบ้านดูพืชผักสวนครัวรอบๆบ้าน  แม้พื้นที่จะน้อยแต่จากการที่เราปลูกแบบไร้ระเบียบ  เลยทำให้พื้นที่เล็กๆเต็มไปด้วยพืชผักของกิน   ตรงใหนว่างหรืออาจไม่ค่อยว่างก็ปลูกมันลงไปโดยไม่ยึดถือทฤษฎีหรือวิชาการใด(จริงๆแล้วไม่รู้มากกว่า)   ข้าวโพดปนอยู่กับกล้วย  กระชายอยู่ใต้ต้นมะม่วง  มะละกอเบียดต้นขนุน  มะพร้าวชะอมมะนาวกระเพราโหระพาข่าตะไคร้ปนกันไปหมด  บางอย่างก็ปลูกแค่ครั้งเดียวอาศัยเม็ดแก่ร่วงแล้วงอกใหม่เวลาฝนมา  เรารู้ดีว่าตรงใหนอะไรเคยงอก  ถ้ากลางๆหน้าฝนแล้วยังไม่เห็นงอกก็อาจเป็นไปได้ว่าเม็ดที่ร่วงอาจถูกนกหนูกินหมด  หรือไม่ก็เม็ดอาจลีบ  เราก็หาไปปลูกใหม่  แต่ส่วนใหญ่จะงอก  งอกจนต้องถอนออกบ้างเพื่อไม่ให้มันแออัดเกินไป...

..กลับขึ้นบ้านพอกินข้าวอาบน้ำเสร็จขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปสำรวจไร่ต่อ  ไปเห็นภูเขาเห็นป่าเห็นท้องนาสองข้างทางแล้วรู้สึกสดชื่นหายใจหายคอเต็มปากเต็มปอด  ลมพัดใบอ้อยเอนระเนน  ทางลูกรังสีแดงๆส้มๆทอดเข้าไปสู่ไร่  เหมือนทางไปสู่แดนสุขาวดี...

...เช้าอีกวันหลังใส่บาตรพระ  ซึ่งที่บ้านพระจะมาบิณฑบาตทุกเช้าถ้าไม่ตรงวันพระหรือท่านไม่ติดกิจนิมนต์ใด  พอเสร็จไปเดินตลาดนัดเช้าปากสิงห์  ผ่านภูเขาเห็นหมอกยังอ้อยอิ่งปกคลุมทั้งท้องนาและยอดเขา  ตลาดนัดผู้คนเยอะมากทั้งคนซื้อคนขาย  เห็นพ่อค้าแม่ค้านำของที่เป็นของพื้นบ้านมาวางขายหลายอย่าง  ทั้งผักทั้งเห็ด  เดินดูเพลินทีเดียว  สายหน่อยไปส่งลูกชายเรียนเพิ่มเล็กๆน้อยๆ  ขณะรอลูกก็ไปดูสถานีรถไฟ  ไปดูพิพิธภัณฑ์ดาบน้ำพี้ไหว้พ่อพระยาพิชัยไปเรื่อย...

...บ่ายๆกะว่าจะขึ้นไปหาหน่อไม้บนเขาแต่เห็นฟ้าครึ้มๆเมฆฝนลอยต่ำทำท่าจะตก  ก็เลยดายหญ้าและซ่อมเรือนกล้วยไม้ไปที่โย้จนเสร็จ  บ่ายก็เก็บผักและปอกมะพร้าวพร้อมช่วยเมียตำน้ำพริกทำกับข้าว  พอตกกลางคืนฝนตกกระหน่ำเหมือนฟ้ารั่ว  เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีตอนกลางคืนนี่มันสุดยอดไพเราะเลยหาโอกาสฟังไม่ได้ง่ายๆ  ในความรู้สึกที่สัมผัสรู้สึกว่าเสียงเม็ดฝนหล่นกระทบหลังคามุงสังกะสีไพเราะกว่ากระทบหลังคามุงกระเบื้อง...

...สามสี่วันที่อยู่บ้าน  ใส่บาตรพระ  เก็บผัก  ดายหญ้า    ปอกมะพร้าว  ทำกับข้าว  เข้าไร่ชมภูเขาแมกไม้สองข้างทาง  ยืนบนสะพานดูแม่น้ำน่านใหล  รู้สึกอิ่มเอมในรสชาดชนบทท้องนาป่าเขา....
...บางทีการกินอยู่ง่ายๆด้วยผักหญ้าที่เราปลูกเอง  ใช้ชีวิตช้าๆไม่เร่งรีบ  แขวนเปลนอนใต้ถุนบ้านฟังเสียงลูกมะพร้าวหล่น  ฟังเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสี  ชีวิตเล็กๆก็เป็นสุข...

 

.

.

โดย บิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net