วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Consumer Insight ทำอะไรได้อีกเยอะ...ตอน Smooth E


 Consumer Insightทำอะไรได้อีกเยอะ

..ตอน Smooth E

ปัจจุบัน Consumer Insight ได้กลายเป็นหัวใจหลักในการทำตลาดไปเสียแล้ว แต่ที่นี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่า นักการตลาดคนไหน จะหยิบเอา Consumer Insight มาเล่น มาใช้ ได้อย่างมีสีสันน่าสนใจมากกว่ากัน ซึ่งหากทำได้ นั่นหมายความว่า นอกจากสิ่งที่นำเสนอออกไปจะโดนใจแล้ว มันยังสามารถบิวท์อารมณ์ให้ผู้บริโภครู้สึกตื่นเต้น รู้สึกประทับใจกับแบรนด์สินค้านั้นได้ง่ายๆ ด้วย

"จุรีพร ไทยดำรงค์" ประธานบริษัท เจ๊ ยูไนเต็ด จำกัด ครีเอทีฟ เอเยนซี ซึ่งรับผิดชอบการสร้างซีรี่ส์หนังโฆษณา 7 เรื่อง ของผลิตภัณฑ์ Smooth E ของบบริษัท สยามเฮลท์กรุ๊ป งานโฆษณาที่กลายเป็น Talk of The Town เพียงชั่วเวลาข้ามคืน หลังออกอากาศเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา แหม...ก็ใครจะไปคิดว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ จะมีคนกล้าทุ่มเม็ดเงินโฆษณา ซื้อเวลาช่วงไพร์มไทม์ของละครหลังข่าวได้ทีเดียว 7 เบรค แถมยังเลือกลงในทีวีช่องที่ได้รับความนิยม เรตติ้งสูงอีกต่างหาก

สรุปว่า นั่นคือแผนของ Smooth E ที่ถูกวางไว้เสร็จสรรพ ตามคำแนะนำของ ประธานบริษัท เจ๊ ยูไนเต็ด เลยว่างั้น...

ผู้บริหาร Smooth E "สุรัจนา สวัสดิ์ศฤงฆาร" บอกไว้ในงานแถลงข่าวว่า บริษัทเตรียมงบไว้อลังการงานสร้างถึง 150-200 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มบำรุงผิวเพื่อความชุ่มชื่น หรือที่เรียกกันว่า มอยส์เจอร์ไรเซอร์ แบ่งเป็น "ไวท์ เบบี้เฟซ เซรั่ม" ผลิตภัณฑ์เวชสำอางกลุ่มทาฝ้า 80-100 ล้านบาท และยังมีอีก 50-80 ล้านบาท สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ประมาณกรกฎาคม โดยมีเป้าหมายว่า ปีนี้ต้องเพิ่มยอดขายให้ได้ 30-40% เป็นอย่างต่ำ

ความน่าสนใจของซีรี่ส์หนังโฆษณา 7 ตอน ของ Smooth E เบบี้เฟซ สครับ คือ การพรีเซ็นต์เรื่องราวแบบต่อเนื่องจากหนังโฆษณาชุดที่แล้วของเบบี้ เฟซ โฟม โดยการดึงเอา พี่อ้อยเจ้าเก่า มาเป็นตัวดำเนินเรื่อง ด้วยการเอาแกนหลักของไอเดียที่ว่า "โฟม สครับ เข้าใจปัญหาวัยรุ่น" ทีนี้ก็มาแยกแยะว่าปัญหาของวัยรุ่นตอนต้น ตอนปลาย ปัญหาที่จับต้องได้ ปัญหาที่จับต้องไม่ได้ ปัญหาที่ถูกหยิบขึ้นมาพูด จึงได้แก่ ประโยชน์ของโฟม สครับ กับพฤติกรรมของวัยรุ่น ที่บ้าแบรนด์ บ้านักร้อง หรือไม่ถูกกับผู้ปกครอง หนังเลยออกมาทั้งหมด 7 เรื่องอย่างที่เห็น ได้แกสิวซ้ำซาก โฟม บ้าวัตถุ หน้าไม่มัน ใช้ทุกวัน "X" และ พ่อไม่เข้าใจ

"เป้าหมายของเราคืออยากวางแบรนด์ วางโพซิชั่นนิ่งของแบรนด์ Smooth E ให้เป็นขวัญใจวัยรุ่น"

เรื่องของเรื่อง มันคือการนำเอา Consumer Insight เครื่องทางการตลาด ทะลุทะลวง รู้เข้าไปถึงความต้องการที่แท้จริงของวัยรุ่น และกลุ่มเป้าหมายทั้งหลาย แล้วเอามาสร้างเป็นหนังโฆษณา จับแบบละเอียดหยิบ 7 กลุ่ม 7 ประเภทของผู้บริโภค แล้วสื่อออกมาให้โดน ด้วยวิธีการง่ายๆ แล้วมิกซ์เข้ากับการวางแผนโฆษณา ที่ฟันโช๊ะตรงกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มแมส กลุ่มวัยรุ่น อายุ 14-25 ปี ไปจนถึงคนทำงาน 20-45 ปี ที่แน่นอน ซึ่งคนกลุ่มนี้แน่นอนต้องใช้เวลาอยู่กับทีวีในช่วงไพร์มไทม์ เขาก็เลยเลือกช่วงเวลาดี ละครหลังข่าว ซึ่งตอนนั้น แรมพิศวาส ช่อง 3 แรงมั๊กๆ กำลังใกล้จบซะด้วย ผลก็คือคนยิ่งดูเยอะแบบระเบิดระเบ้อ ยิงไป ตูม! เดียว พูดกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง แบบนี้เขาเรียกว่า ทำการตลาดแบบถูกที่ ถูกเวลาจริงๆ

ผลต่อจากนั้นน่ะเหรอ...ตั้งแต่หนังโฆษณาชุดนี้ออกอากาศ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ Smooth E เบบี้เฟซ สครับ ขายหมดเกลี้ยง เซเว่น อีเลฟเว้นท์ เรียกว่าผลิตไม่ทันขายเสียแล้ว ฮ่า ฮ่า...แรงไม่แพ้ จตุคามเหมือนกัน (อู้ยยย!!)

ส่วนอนาคตการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือน กรกฎาคม Smooth E จะต้องการให้สร้างเรื่องราวต่อเนื่องจาก "พี่อ้อย" คนเดิมอีกหรือเปล่า อันนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินว่า ผู้บริโภคยังตอบรับกับซีรี่ส์เรื่องต่อเรื่องนี้อีกหรือเปล่า หากประเมินว่าตอบรับ ก็มีสิทธิว่าจะได้ดูโฆษณาภาคต่อไปของ Smooth E แต่ที่แน่ๆ ยอดขายเติบโตขั้นต่ำ 40% ที่ผู้บริหาร Smooth E ตั้งไว้ภายในปีนี้ มีสิทธิทะลุเป้าแน่นอน

 


โดย fai

 

กลับไปที่ www.oknation.net