วันที่ พุธ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จุดเทียน..ซ่อมฝาย..กลางสายฝน



..... ฝนตกต่อเนื่องกันมาหลายวัน น้ำในห้วยหลังวัดม่อนพระยาแช่
และพื้นที่อื่น ๆ ก็มีน้ำมากกว่าปกติ
วันนั้น 16 กันยายน 2553 ทนไม่ได้แล้ว เพราะนึกถึงฝายที่อาการไม่ค่อยดี
อยู่ 1 ตัว ทั้ง ๆ ที่ เมื่อก่อนนั้น ค่อนข้างแข็งแรงมาก
... 1 ทุ่มตรง เราออกเดินทางจากวัดม่อนพระยาแช่ เข้าป่า เรา 3 คน
(มีผม น้องแข ซึ่งชวนพี่สาวข้างบ้านมาด้วย)
พร้อม คุณ ๆ หมาวัด อีก 4 ตัว เข้าป่าทันที
... หลวงพ่อ พอรู้ว่าพวกเราจะเข้าป่า ท่านก็บอกว่า "เข้ากลางวันเถอะโยม มันมืดแล้ว" แต่กลางวัน เราต้องยุ่งกับงาน ถ้าเข้าทำฝาย เราก็จะทำกันยาวทั้งวัน ไม่ได้ทำงานส่วนตัวอีก ตกลง ขอเป็นเด็กดื้อ ซักวันนะครับหลวงพ่อ

.................
... เดินผ่านสำนักงาน โครงการ "เฮาฮักม่อนพระยาแช่" ผมหยิบเทียนพรรษา หน้าหลวงพ่อมหาลาภ ขนาดเล่มย่อม ๆ มา 1 เล่ม พร้อมไม้ขีด 1 กล่อง  เราเดินเข้าป่าทันที ท่ามกลางสายฝนพรำ ๆ (เคยเข้าป่ากลางคืน ตอนดับไฟป่า หน้าแล้ง แต่ตอนนี้ หน้าฝน ฝนกำลังตกพรำ ๆ ก็แปลกดี ไปอีกแบบ)



เราเดินไปพักใหญ่ จุดที่จะไปซ่อมฝาย ห่างจากวัดไป ประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อไปถึง ก็ดีใจที่ฝายยังอยู่ในสภาพเดิม คืออาการร่อแร่ แต่ไม่พังครับ



ทำไมต้องมาซ่อมกลางคืน



นี่คือฝาย ตัวที่เราเคยภาคภูมิใจ มาก ๆ เพราะขนาดยาวที่สุด ถึง 15 เมตร กว้างที่สุด (กว่า 1 เมตร) รับน้ำได้มากที่สุด สวยงามมาก แต่ในวันนั้น ฝายทำงานได้ประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ






มองมุมไหนก็สวยงาม น้ำเต็มฝายยาวไปท่วมพื้นที่มากมาย แต่แล้ว





เมื่อฝนตกต่อเนื่อง หลายวัน สภาพฝายก็เป็นอย่างที่เห็น





ทุกอย่างไม่เหลือ มีเพียงเศษไม้ และกองหิน เท่านั้น





นี่ก็อีกตัว ที่เป็นฝายพี่น้องกัน สร้างวันเดียวกัน โดยน้อง ๆ นักเรียน
โรงเรียนจิตต์อารีย์เหมือนกัน นี่คือภาพวันนั้น วันที่น้ำเต็มฝายมากว่า 1 เดือน





แต่ก็เหลือเพียงแค่ เศษไม้ เช่นกัน





นี่คือฝายที่เราห่วงมาก น้อง ๆ จากโรงเรียนลำปางกัลยาณี มาช่วยกันสร้างไว้ ทำงานได้ดีมาตลอด





พื้นที่รับน้ำ มีปริมาณมากและยาวกว่า 40 เมตร ทำให้พื้นที่โดยรอบ
 ชุ่มชื้น ขึ้นมา อย่างมากมาย






แต่เมื่อ ฝนตกต่อเนื่องกันหลายวัน ปริมาณน้ำที่ลงมาจากดอย มากมายท่วมฝาย และไหลบ่าไปรอบฝาย ฝายพังไป ครึ่งตัว เศษหินมากองกันอยูาด้านหลังฝาย
แต่ฝายยังทำงานอยู่ อย่างทรหด





สภาพฝายที่ร่อแร่เต็มที่ กับปริมาณน้ำที่ไหลล้น อยู่ตลอดเวลา





ฝายอีกครึ่ง (ครึ่งหลัง) ไปกองกระจัดกระจายอยู่ด้านหลังฝาย





ผมไปหาไม้ไผ่ เลือกเฉพาะตอไม้ที่แข็ง ๆ แต่พอเจอ ก็ตัดยาก เพราะ มีหน่อไม่ที่เพิ่งขึ้นใหม่ ๆ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ของตอไม้นั้น เลยต้องช่วยกันดึงให้ห่างไว้ก่อน ไม่งั้น หน่อไม้ จะเสียหายได้ เพราะขณะนี้ ป่าปิดแล้ว ห้ามชาวบ้านเข้าหาของป่า ทำให้หน่อไม้และป่า ถูกรบกวนน้อยลง จึงมีหน่อไม้มากขึ้น (ปกติ จะไม่มีให้เห็นอย่างนี้ เพราะถูกตัดตั้งแต่โผล่จากดิน)





เมื่อได้ไม้ไผ่มาแล้ว ผมตอกค้ำให้แน่น พร้อมทั้งใช้ลวดมัดอยู่หลายรอบต้องให้แข็งแรงมาก ๆ เพราะเรารู้แล้วว่า น้ำจะแรงมาก





น้องแข ก็เก็บหิน ไปกองด้านหลังฝาย เพื่อเสริมหลังฝาย ให้แน่น





พี่สาวที่มาด้วย ก็ใช้ไฟฉายส่องให้พวกเราทำงาน
 เพราะแสงสว่างจากเทียนพรรษา ไม่สว่างพอ






ประมาณ 2 ชั่วโมง งานก็เรียบร้อย ฝายแข็งแรงมาก
ไว้ใจได้..เพราะมีเสา ไม้ไผ่ สด ๆ ปักค้ำยัน อยู่เกือบ 10 ต้น






เรากลับออกมาจากป่าประมาณ 3 ทุ่ม ด้วยความรู้สึกที่สบายใจมาก ๆ เพราะเราช่วย (ชีวิต) ฝายไว้ได้ 1 ตัว

สาเหตุที่ฝายพัง เพราะน้ำมาแรงมาก

ห้วยนี้เป็นห้วยใหญ่ ความกว้าง 4-12 เมตร


บางช่วงก็มากกว่านั้น ความยาวหลายกิโลเมตร
 
จนถึงสันปันน้ำ มีพื้นที่รับน้ำที่กว้างใหญ่มาก
 

แต่ก็เป็นบทเรียน เป็นความรู้ เป็นครู ที่สอนเราได้อย่างดี

เราได้บทเรียนที่ดีมาก

 ตลอดการทำโครงการ กว่า 1 ปี

ที่พวกเราเข้าป่ากันตลอด หลายครั้ง บางวัน บางคืน ใช้ชีวิต อยู่ในป่า มากกว่าอยู่บ้านเสียอีก

แล้วคนที่ทำงานมากกว่าพวกเรา

ท่านทำงานมากว่า 60 ปี ทั้งกลางวัน กลางคืน 

ที่ที่ไม่มีคนไป..ท่านก็ไป

ที่ที่คนทิ้งกันแล้ว..ไม่พัฒนากันแล้ว..

ท่านก็ไปพัฒนา

ท่าน...ทำให้พวกเรา ทั้งแผ่นดิน

โดยไม่เคย...ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย

พวกเราเพิ่งทำกันได้เพียงแค่ 1 ปีกว่า ๆ เอง

เราไม่ได้เหนื่อย เราไม่ได้ท้อ

 แต่ทำไม "พ่อ" ทำได้ขนาดนั้น 


โดย ดอยสูง

 

กลับไปที่ www.oknation.net