วันที่ พุธ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

THECNO - TECHNIC


มารู้จักนักรบเสื้อ Shop ช่างกลอาชีวะ คุณแน่แค่ไหน?


อยากจะเขียนอีกมุมนึงที่ทุกๆ ท่านที่ไม่เคยทราบ จะได้รับรู้ว่าเด็กช่างกลคิดกันยังไงในสังคมช่างกล ลูกๆ หลานๆ ของใครหลายคนอาจเรียนอยู่จะได้รู้ว่าเด็กคิดอะไร ในวัยช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต มาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ

มูลเหตุของคนหนึ่งคนที่จบ ม.3 แล้วไปเรียนต่อ ป.ว.ช. สายช่างอุตสาหกรรม

1.อยากไว้ผมยาว ทรงแสกกลางสุดเท่ห์
2.อยากใส่กางเกงขายาว ผ้าเวสปอยส์ซีดหรือ ผ้ายีนส์ลายสองซีดๆ ถ้าเจ๋งจริงใส่กางเกงยีนส์
จะดีมาก + รองเท้า Convert สีขาวหุ้มข้อ
3.อยากใส่เสื้อ Shop และหัวเข็มขัดทองเหลืองของสถาบัน
4.อยากใส่เสื้อบล็อกสกีนรูปพระวิษณุ ของสถาบันนั้นๆ ซึ่งทำเองในหมู่เพื่อนฝูง
5.สนใจงานด้านช่างอุตสาหกรรม เช่น ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และก่อสร้าง
6.เรียนต่อมัธยมปลายไม่ไหว เพราะหัวไม่ไป
7.อยากเรียนเพราะเด็กมัธยมปลายและเด็กพาณิชย์ ชอบหนุ่มช่างกล
8.ได้ขึ้นรถเมล์ฟรี เพราะกระเป๋ารถเมล์ไม่กล้าเก็บ ยกเว้นรถร่วมบริการกะมินิบัสเขียว และสามารถสั่งคนขับรถเมล์จอดรถที่ไหนก็ได้เพื่อลงไปตีคู่อริด้านล่างเมื่อเรียบร้อยโดดขึ้นรถและออกเดินทางต่อ
9.ได้ที่นั่งทุกครั้งเมื่อขึ้นรถเมล์ ผู้โดยสารเบาะหลังจะลุกให้นั่งโดยอัตโนมัติ เมื่อโดนมองหน้า
10.พกอาวุธได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต โดยเฉพาะแม่ค้าหน้าสถาบันจะเป็นคลังแสงให้

ขอถามต่อว่าทำไมน้องๆ ไม่เรียนสายพาณิชย์ ไม่เห็นต้องเรียนช่างกล อย่างเดียวเลย ขอตอบพี่ดังๆว่า เพราะตุ๊ดเยอะ ผมไม่ชอบเห็นแล้วอุบาศก์อยากกระโดดถีบนังตุ๊ดทั้งหลาย แต่สาวๆพาณิชย์มาชอบ โอเค...เลยครับพี่น้อง


ทรงผมยอดฮิตของเด็กช่างกล

ตอนเข้าเรียนใหม่ๆ ทุกคนที่พึ่งจบมัธยมต้นมา จะผมสั้นทรงนักเรียนพึ่งเริ่มยาว แต่อยากหล่อไปสั่งช่างให้ตัดรองทรง ผมชี้โด่ชี้เด่ แต่หล่อ เพื่อรอผมขึ้น รอเวลาให้ยาว ไว้ผมทรงหล่อที่สุดของช่างกล โดยเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทรงผมยอดฮิตสุดคือ “ผมแสกกลาง หลังไถทรงบ๊อบ และเปิดข้าง” การเปิดข้างคือ การเอากิ๊บหนีบผมด้านนอกเหนือใบหู บางส่วนไว้ แล้วเอาแบตเตอร์เลี่ยนไถผมด้านในที่ไม่ได้โดนหนีบ พอไถเสร็จก็เอากิ๊บออก ด้านนอกก็จะยาวปิดลงมาเหมือนเดิม แต่ผมด้านในเกรียน พอตัดเสร็จจะภูมิใจว่า เท่ห์มากๆ ทรงนี้

เครื่องแบบชุดหล่อของเด็กช่างกล

ตอนเข้าปี 1 ทุกคนจะแต่งตัวเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตขาวเรียบร้อยเหมือนเด็กมัธยมต้น โดยเสื้อไม่มีปักอะไรทั้งสิ้น ส่วนกางเกงผ้ามัน เป็นผ้าโทเลสีกรมท่า รองเท้าหนังผูกเชือกเรียบร้อย แต่พอเทอมสองของปีหนึ่งรัศมีของช่างกลจะต้องเปล่งประกาย เสื้อผ้าหน้าผมจะต้องเข้ากัน เริ่มต้นที่ไปเดินสวนจตุจักรเพื่อตามหาเสื้อเชิ้ตที่เด็กช่างจะเรียกกันว่า “เสื้อกระสอบ” ผ้าจะเนื้อหยาบๆ สีออกขาวขุ่นๆ โดยเมื่อได้เสื้อมาแล้ว ก็ถึงเวลามองหากางเกง โดยกางเกงจะไม่มีการซื้อจะต้องสั่งตัดเท่านั้น จะมีผ้าสองแบบที่นิยมคือ 1.ผ้าเวสปอย 2.ผ้ายีนส์ลายสอง โดยทรงกางเกงจะนิยมขาตรงบานนิดๆ ขากางเกงจะกว้าง 12 นิ้ว ถึงจะสวย โดยบางคนจะสั่งช่างเจาะกระเป๋าซ้อนตามขากางเกงเพื่อเก็บของ (อาวุธ) หรือถ้าเป็นกางเกงยืนส์จะเป็นแนวขาเดฟ หรือขาลีบ จะหล่อมาก ที่สำคัญถ้าใส่กับรองเท้า Convert All Start สีขาวหรือ สีดำ จะหล่อสุดๆ สาวรักสาวหลง

เสื้อ Shop คืออะไรเห็นพูดกันนักหนา?

คือเสื้อที่เอาไว้ใส่เวลาเข้าในระหว่างการฝึกปฎิบัติงาน หรือเรียกว่า Shop ตัวเสื้อจะมีกระเป๋าใส่อุปกรณ์ได้เยอะ โดยเสื้อ Shop จะมีอยู่ 2 แบบ คือ 1.แบบชายเสื้อปล่อยปิดก้น มีโลโก้ของแต่ละสถาบันปักที่อกด้านขวาของเสื้อ 2.แบบเอวจั๊มป์ ชายเสื้อถึงแนวเข็มขัด มีโลโก้ของแต่ละสถาบันปักที่อกด้านขวาของเสื้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่แต่ละสถาบันจะตัดออกมาจำหน่าย แต่ที่นิยมของชาวช่างกลคือ แบบที่ 2 แบบเอวจั๊มป์ เพราะเวลายกตัวเอี้ยวตัว หัวเข็มขัดทองเหลืองของสถาบัน จะโชว์ออกมาจะเทห์มากๆ ครับพี่น้อง ถ้าสถาบันไหนเป็นเอวปล่อยจะนิยมเอาไป แก้กันเป็นเอาจั๊มป์ โดยถ้าจะให้เสื้อ Shop ตัวนี้มีความน่าเกรงขามมากขึ้น จะต้องสกีนรูปองค์พระวิษณุ ด้านหลังของเสื้อ Shop พร้อมชื่อสถาบันซึ่งจะนั่งเขียนบล็อกสกีนกันเอง โดยปกติเด็กช่างจะนิยมนำเอาเสื้อ Shop มาใส่ทับเสื้อเชิ๊ตนักศึกษาสีขาวโดยเอาปกเสื้อเชิ้ตมาทับปกเสื้อ Shop อีกที จะหล่อมาก

“พ่อ”ของชาวช่างกลคือใคร

คือองค์พระวิษณุกรรมที่เป็นผู้สร้างโลกมนุษย์ ชาวช่างจึงนำพระวิษณุ มาเป็นสัญลักษณ์ โดยชาวช่างจะเรียกแบบให้การเคารพว่า “พ่อ” ซึ่งเรื่องของพ่อนี่ถือเป็นสิ่งศักดิ์ศรีที่เคารพนับถือของแต่ละสถาบันเลยทีเดียวที่เห็นเป็นตำนานน่าจะเป็น สองสถาบันที่รบกันตั้งแต่รุ่นพ่อมาถึงรุ่นหลาน คือ “ช่างกลปทุมวัน” และ “อุเทนถวาย” มูลเหตุของเรื่องบาดหมางเกิดจากการที่ องค์พระวิษณุ ปกติแล้วท่านจะมี 4 พระกร (แขน) โดย 4 พระกร จะถือ
ตรี,คทา,จักร และ สังข์ เมื่ออุเทนถวายซึ่งเปิดการสอนเป็นช่างก่อสร้างมีการสร้างรูปพ่อเป็นรูปเคารพขึ้น ปรากฏว่ารูปพ่อของอุเทนถวายมีพระกรถือ ลูกดิ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของช่างก่อสร้าง โดยช่างกลปทุมวันถือว่า องค์พ่อของอุเทนถวายเป็นของปลอม จึงไม่ให้การเคารพนับถือ นี่จึงเป็นที่มาของศึกในตำนานของสอง
สถาบัน พออุเทนถวายมีการสร้างพ่อถูกลูกดิ่งสถาบันอื่นก็สร้างรูปพ่อถืออาวุธต่างๆ มากมาย เช่น ถือไม้ฉาก ถือฟันเฟือง เป็นต้น

อาวุธประจำกายของเด็กช่างกล

1.ปืนปากกา ซึ่งต้องสั่งทำ ใส่กระสุนได้ทีละนัด
2.อีดาบ เป็นเหล็กแบนๆ กว้าง 2 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร บางคนทำมาจากแหนบรถ
จะทำให้เหมือนดาบ โดยเจียร์ด้านนึงบางๆ ซึ่งจะคมมาก แล้วห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ การพกพาจะสอดในกางเกงแนบไปตามขากางเกงโดยสอดไว้ในช่องที่สั่งช่างเจาะกระเป๋าซ่อนไว้ เวลาเดินจะขากระเพรงๆข้างนึง เวลาใช้งานคู่อริจะกลัวกันเพราะฟันทีเห็นกระดูกเลย
3.ปืนหรือช่างกลจะเรียกว่า “ตัว” ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เอาไว้เอาซ่อนให้มิดชิด เผื่อตำรวจเรียกค้น ปกติจะซ่อนกันตามพุ่มไม้ หรือร้านแม่ค้า
4.เข็มขัดพร้อมหัวเข็มขัดเอาออกจากเอวม้วนรอไว้ โดยเอาไว้ใช้เหวี้ยงฟาดคู่อริจากระยะไกล เช่น ต่อสู้บนรถเมล์
5.รองเท้าหนังหัวเหล็กเอาไว้เตะหรือกระโดดถีบจากบนรถเมล์


ผลพลอยได้จากผู้แพ้เมื่อมีการตีกันและคู่อริยอมแพ้

ต้องยึดเครื่องหมายสถาบันของผู้แพ้ เอาไว้เป็นที่ระลึก เด็กช่างจะนิยมเรียกกันว่า “ตบ” เช่น การตบหัวเข็มขัด, การตบเสื้อ Shop, การตบเข็มกลัดโลโก้ของสถาบัน นอกจากนี้ทุกสถาบันมีการส่งนักศึกษาไปเรียน
รด. (นักศึกษาวิชาทหาร) ด้วย จึงทำให้ต้องไปเจอคู่อริต่างสถาบันในชุด รด. จึงลามไปถึงการ ตบอาร์ม (ป้ายโลโก้ปักเป็นรูปโลโก้สถาบันติดแขนชุดทหาร) ซึ่งช่างกลทุกคนจะรู้ดี จะพยายามหลีกเลี่ยงการเดินคนเดียวเพื่อป้องกันการโดนตบในรูปแบบต่างๆ หรือใส่ชุดนอก (ชุดอยู่บ้าน)ไปเลย


การแบ่งกลุ่มเพื่อเดินทางกลับบ้าน

ช่างกลจะนิยมเดินทางกลับบ้านด้วยรถเมล์ โดยเมื่อแรกเข้าจะไม่รู้ใครเป็นใคร เรียนอยู่ปีไหนสาขาอะไร แต่เห็นหน้าคนนี้อ๋อเรียนที่เดียวกัน โดยกลับเส้นทางเดียวกันประจำ เมื่อเกิดเรื่องจะออกรบด้วยกันและสนิทกันนั่นเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า G ซึ่งย่อมาจาก แก๊ง หลายๆ คนอาจจะเห็นเขียนตามเบาะหลังรถเมล์ หรือ พ่นตามกำแพงว่า G 72ก , G 6 ก็แปลว่า แก๊งรถเมล์สาย 72ก ,
แก๊งรถเมล์สาย 6 เป็นต้น


จะรู้ได้ยังไงว่าคนนี้เป็นช่างกลเมื่อใส่ชุดไปรเวท

จริงๆ ถ้าคนเรียนช่างด้วยกันจะมองออก โดยมองจากลักษณะการเดินและเสื้อผ้าหน้าผม แต่เราในฐานะประชาชนธรรมดาอาจจะแยกแยะไม่ออกระหว่างเด็กราม กับเด็กช่างกล
ก็แนะวีธีดูง่าย ส่วนมากเด็กช่างจะชอบใส่เสื้อลายสก๊อตแขนยาวโดยพับแขนเสื้อมาถึงข้อศอก ส่วนกางเกงยีนส์จะเป็นทรงเดฟ หรือทรงขาลีบ เอาชายเสื้อออกนอกกางเกง โดยเสื้อ Shop จะม้วนเป็นโรลและเสียบไว้ที่กระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ และเอาชายเสื้อมาปิดไม่ให้เห็นเสื้อ Shop


เด็กช่างกลการเดินห้างทำยังไงให้เดินได้อย่างปลอดภัย

ส่วนมากเด็กช่างจะใส่ชุดนอก (ชุดไปรเวท) เวลาไปไหนมาไหน แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องใส่เสื้อขาวกางเกงขายาวสีกรมท่าไป จะทำยังไง

สถานที่ๆจะเดินทางไป MBK หรือมาบุญครอง ทุกคนน่าจะทราบ MBK เป็นพื้นที่ยึดครองของอุเทนถวาย การที่ท่านจะเข้าไปใช้สถานที่ของเค้า ต้องให้เกียรติเจ้าถิ่น โดยเสื้อขาวจะต้องเอาเสื้อออกนอกกางเกงห้ามโชว์หัวเข็มขัดของสถาบัน หรือถอดหัวเข็มขัดเอาไปเก็บไว้ เหลือแต่สายหนัง นอกจากนี้ห้ามเดินโยกกวนประสาท ท่านจะปลอดภัยในการเดินเที่ยว แต่ถ้าท่านละเมิดกฎจะมี
คนเดินมาเตือน โดยถ้าไม่เชื่อท่านก็จะโดนเล่น (โดนกระทีบ) ตรงนั้นเลยครับ


เด็กเทคนิคกับเด็กเทคโน ต่างกันยังไง

เด็กเทคนิคคือการเรียกเด็กที่เรียนระดับ ปวช. ส่วนเด็กเทคโนจะเรียกเด็กที่เรียน
ระดับ ปวส. ถ้าสถาบันไหนเปิดการเรียนการสอนถึงระดับ ปวส. ก็จะใช้คำว่า
เทคโนโลยีอยู่ในชื่อของสถาบันนั้นๆ

ผมแนะนำให้รู้จักสังคมและการดำเนินชีวิตของช่างกลกันไปแล้ว ทีนี้ผมมีช่างกลอยู่แห่งหนึ่งที่อยู่ในตำนานเช่นกัน ต้องออกตัวว่าไม่ใช่ศิษย์หรือเรียนที่นี่
นะครับ เอาไว้เป็นกรณีศึกษาที่สามารถบอกได้ว่า ถึงแม้คนภายนอกจะมองว่า ไม่ได้เรื่อง หาดีไม่ได้ หรืออะไรต่างๆ นานา ก็ตามแต่พวกเค้าก็มีอะไรที่ไม่ต่างอะไรกับสถาบันอื่นๆ เช่นกัน คือ รักเพื่อน รักครู พูดจาตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้ง มาต่อกันเลยนะครับ


หลายคนคงจะเคยนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาเหมือนผมแล้วเห็นบ้านริมน้ำอยู่หลังหนึ่งแถววัดดาวดึงษ์ จรัลสนิทวงศ์ ซึ่งใหญ่และมีอาณาบริเวณกว้างขวาง ทำให้วาบความคิดของผมเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของการเขียนบทความนี้ครับ บ้านที่ว่านี้ในอดีตคือ “โรงเรียนอินทรอาชีวศึกษา” หรืออีกสมญานามว่า “ก่อสร้างเทวดา” ที่โด่งดังนั่นเอง
ช่างกลไหนๆ ได้ยินชื่อจะหนาวๆร้อนๆ ขึ้นชื่ออินทรโหดมาก โดยอินทรอาชีวศึกษาได้ถูกปิดตัวลงพร้อมกับช่างกลหลายแห่งในปี 2539 เนื่องจากมีชื่อติดบัญชีดำ ของกระทรวงศึกษาธิการ เท่าที่ผมจำได้ก็มี โรงเรียนกนกเทคโนโลยี ,โรงเรียนเทคโนโลยีประชาชื่น
และ โรงเรียนเทคนิคบูรณพนธ์ ด้วย ที่โดนสั่งปิดไปพร้อมกัน ถึงแม้สถาบันจะปิดไปแล้วทุกวันนี้ศิษย์เก่าของอินทรยังรวมตัวกันเหนียวแน่นไม่เว้นแม้แต่อาจารย์เก่าๆ
ของที่นี่ ที่เหนียวแน่นกับลูกศิษย์เหมือนกัน ลองดูภาพแต่ละ ท่านจะรู้ว่าช่างกลก็ไม่ต่างกับสถาบันอื่นๆ เช่นกัน

ถ้าใครใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาจะเห็นภาพนี้เป็นประจำ

ด้านหน้าโรงเรียนติดแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อครั้งยังเปิดการเรียนการสอน

เสื้อ Shop บล็อกสกีนรูปพ่อ

หัวเข็มขัดทองเหลืองสุดเท่ห์

สภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนเมื่อครั้งเปิดทำการ

สภาพในปัจจุบันที่รกร้างหญ้าขึ้นเต็ม เป็นใครต้องเศร้าทุกคนถ้าเคยเรียน

สภาพห้องเรียนในปัจจุบัน

หลังโรงเรียนโดนปิดองค์พ่อโดนย้ายไปกำแพงเพชร จนปี 2549 อาจารย์และศิษย์เก่าได้ประชุมกันย้ายกลับมากรุงเทพ


อาจารย์ยิ่งศักดิ์ ในฐานะอาจารย์เก่าก็มาร่วมงานด้วยวันย้ายองค์พระวิษณุ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูลและเนื้อหาที่เป็นจริง

โดย INDE

 

กลับไปที่ www.oknation.net