วันที่ ศุกร์ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อุปกิเลส 16 : 9.มายา-มารยา


          

คำนี้ เราต่างรู้จักกันดี ไม่เว้นว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย ครึ่งหญิงครึ่งชาย ครึ่งชายครึ่งหญิง คนดี คนไม่ดี ต่างมีอุปกิเลสที่ชื่อ 'มายา' หรือ 'มารยา' แอบแฝงอยู่ไม่มากก็น้อย

อาจจะมีเสียงแย้งมาว่า ไม่จริงหรอก ไม่ได้มีกันทุกคน ผู้หญิงน่ะมีมากกว่าผู้ชาย ดูในละครน้ำเน่าสิ ผ่านมากี่สิบปี ก็ยังมีตัวอิจฉาตบตีนางเอกอยู่เลย อืมม์ ก็ต้องกลับไปถามนะคะว่าใครเขียนบทให้ผู้หญิงร้ายอย่างนี้ แล้วใครล่ะกำกับผู้หญิงให้ออกมาดูน่าสมเพชเช่นนั้น ใครกันเล่าที่เป็นแบบอย่างให้เธอๆ ต้องแสดงบทอันน่าทุเรศทุรังอย่างนั้นออกมา ทั้งนางเอกและตัวอิจฉา ล้วนน่าสงสารเช่นเดียวกับคนทำ และคนดู เขาตบตีกันอยู่ได้ทุกวัน ก็น่าสงสารไม่แพ้กัน

ยิ่งคำว่า สิทธิมนุษยชน ที่นำเข้าจากตะวันตกกำลังมาแรง หญิง-ชาย มีความเท่าเทียมกันในการทำงานมากขึ้น ผลก็คือ เจ้าตัว 'มายา' นี้ก็ย้ายฝั่งไปสิงผู้ชายมากขึ้นตามไปด้วย (บางทีผู้ชายเองอาจจะไม่รู้ตัว เพราะฟอร์มเยอะ) แต่! คุณผู้ชายลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่า บางทีก็มีอิจฉา ริษยา ผู้หญิงที่เขาทำงานได้ดีกว่าตัวไม่น้อย ผลของการอิจฉา ริษายา ก็ทำให้ตัว 'มายา' ทำงานมากขึ้น เมตตากับลูกผู้หญิงที่ไม่มีผลประโยชน์ด้วยน้อยลง และเมตตากับผู้หญิงที่ตัวเองอยากจะได้อะไรจากเธอมากขึ้น

เขาจึงเรียกโลกนี้ว่า โลกมายา ไงคะ ไม่ว่าจะในจอ นอกจอ ในบ้าน นอกบ้าน ในมหาวิทยาลัย ในที่ทำงาน มนุษย์เราล้วนถูกมายาบดบังดวงตากันทั้งนั้น เด็กจึงล้นโลก อ้าว เป็นงั้นไป

คำจำกัดความของอุปกิเลสตัวนี้ ที่มีคนพยายามนิยามไว้มากมาย เช่น เสแสร้งแกล้งทำ ความเป็นคนลวงโลก ไม่จริงใจ ฯลฯ จึงยังคงเป็นเพียงมายาในระดับจิตวิทยาเท่านั้น ยังไม่ลึกเข้าไปถึงระดับหัวหน้าของมันคือ 'จิตสังขาร' หรือความคิดปรุงแต่งนี่เอง ที่เป็นตัวให้อาหาร มายา จนมันใหญ่ขึ้นๆ จนครอบใจเราไว้เหนียวแน่น

ทางลัดที่จะกะเทาะเปลือกมายานี้ออกมาดูตัวเอง ก็คือ 'สติ' ตัวเดียว

สติ จะทำให้เรามองดูตัวเราเองอย่างที่มันเป็นจริงๆ สังเกตง่ายๆ ก็คือ ถ้ามีสติ เราจะรู้ว่า เวลาพูด ใจเราพูดอีกอย่างหรือเปล่า เวลาเราชมเขา ใจเราชมเขาจริงๆ หรือไม่ เมื่อลองสังเกตไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นเองว่ามีเหมือนกันนะที่ไม่อยากชมหรอก แต่ก็ต้องชมตามมารยาท มีเหมือนกันนะ อยากไปมากเลย แต่ก็ต้องบอกว่าไม่อยากไป กลัวเสียฟอร์ม มีเหมือนกันนะ รักจริงๆ แต่ก็บอกว่า ไม่รัก และมีเหมือนกันนะ ที่เกลียดมาก แต่ก็แกล้งบอกว่าชอบให้ตายใจ

นี่คือความวิปริตทางจิตอีกอย่างหนึ่ง ถ้าตามมันไม่ทัน มันจะหลอกเราไปเรื่อยๆ จนตายไปกับมันก็มี แล้วเราก็ไม่ได้เรียนรู้ว่า มายา ไม่ใช่ของจริง มันเป็นเพียง สนิม หรือกาฝาก ที่มาเกาะติดอยู่ที่จิตเราเท่านั้นเอง

พระพุทธเจ้าท่านอุปมาอุปกิเลสเหล่านี้ไว้ดั่งผ้าที่เปื้อนสี ย้อมอย่างไร ผ้าก็สีหม่น ไม่ได้สีใหม่สักที และนี่คืออีกตัวหนึ่งที่ขวางกั้นไม่ให้เราดวงตาเห็นธรรมไปได้.

 ปักกลดกลางป่ากระดาษ/หมอนไม้

                                                         เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับ 952

                                                     

โดย หมอนไม้

 

กลับไปที่ www.oknation.net