วันที่ ศุกร์ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อุปกิเลส 16 : 13.มานะ ความถือตัว ทะนงตน


                  

อุปกิเลสตัวนี้ เป็นอีกตัวหนึ่งที่เป็นมารระดับแนวหน้าที่ขวางกั้นไม่ให้เราเข้าสู่กระแสแห่งความพ้นทุกข์

ดูง่ายๆ จากคนที่มีชื่อเสียงในสังคม หรือคนที่ปรากฏผ่านสื่อบ่อยๆ ที่เคยมีภาพดี เป็นคนดี แต่พอทำเรื่องไม่ดี แล้วโดนด่าหน่อยเดียวก็รู้สึกว่าตัวตนถูกโบยตีซะแล้ว ทนไม่ได้ ต้องหาทางสร้างภาพดีๆ ของตัวเองกลับมา

ไม่ก็ไปแก้แค้นผู้ที่เคยทำให้ตัวเองสูญเสียตัวตนไป เพราะไม่รู้ว่า ตัวตน ก็ไม่มีอยู่จริง มันเป็นเพียงการสร้างภาพของ จิตสังขาร แค่นั้น ถ้ามีสติปัญญารู้ทัน ก็จะรู้ว่า เอาอีกแล้ว เราถูกเจ้า ความคิดปรุงแต่ง หลอกเอาอีกแล้ว เมื่อรู้ทันก็จะไม่ต้องทุกข์ และไม่ต้องไปแก้แค้นใครให้เสียเวลา เพื่อเอาตัวตนกลับคืนมา ให้ตัวตนเขาไปน่ะดีแล้ว เราจะได้โปร่ง โล่งเบา ไม่ต้องสร้างภาพว่าเป็นคนดีของใครอีกต่อไป เป็นคนไม่ดีบ้างก็ได้ จะได้ไม่ต้องมีใครคาดหวังกับเรา

มองดูคนมีชื่อเสียงแล้ว ก็หันกลับมามองดูตัวเองบ้าง แม้ว่าเราจะไม่มีชื่อเสียง บางทีค่อนข้างจะมีแต่ชื่อเสียด้วยซ้ำ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ดูมันไป ทั้งชื่อเสียง และชื่อเสียก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ คือทำให้ทุกข์พอกัน ถ้าไปยึดติดมันเข้า

เพราะในที่สุด มานะ หรือ ความถือตัว ทะนงตน ก็เป็นเพียงอีกชื่อหนึ่งของอัตตา ที่ท่านพุทธทาส เรียกว่า ตัวกู (ยกกำลังสอง) นั่นเอง

แล้ว ตัวกู มันก็เป็นเพียงภาพสะท้อน เป็นเปลือก หรือเป็นเสื้อผ้าของความคิดปรุงแต่ง ที่มันห่อหุ้มเรามาตั้งแต่ก่อนเกิดด้วยซ้ำ พอเกิดมาปุ๊บ มันก็ทำหน้าที่ต่อ เราก็มีชื่อ นามสกุล มีที่อยู่อาศัย มีพ่อ มีแม่ มีพี่มีน้อง ยิ่งโตขึ้น ทำงานทำการ ตำแหน่งสูงส่ง มีอะไรสะสมมากเข้า ความทะนงตนก็ยิ่งมากเป็นเงาตามตัว ไปไหนมาไหน แทนที่จะไปอย่างเบาสบาย ก็พกเจ้าตัวนี้ไปด้วย พกไปไม่พกเปล่า บางทีมันยังเผลอไปทำร้ายคนอื่นเข้าโดยไม่รู้ตัวอีก พอทำร้ายคนอื่น ในที่สุดมันก็จะย้อนกลับมาทำร้ายเราเองอีกนั่นแหละ ไม่ดีเลย

ถ้ารู้สึกทุกข์ เพราะความถือตัวแล้ว และอยากจะกะเทาะมันออกไปจากใจล่ะก็ ง่ายนิดเดียว

ลองสังเกตดูว่า เวลาที่ใครมาว่าเรา หรือใครไม่สนใจเรา จิตของเราร้อนรุ่มไหม คันปากอยากจะว่าตอบกลับไปไหม ถ้ามีอาการดังกล่าว ก็ต้องใช้ยาที่มีอยู่ในตัวเราคือ ลมหายใจค่ะ เล่นลมสัก 7 ลมหายใจเข้า-ออก หรือมากกว่านั้น จนรู้สึกว่าลมหายใจละเอียดขึ้น แล้วเราจะมีสติ ปัญญา เห็นอาการของปากที่กำลังขยับพูด แทนที่จะไปใส่ใจกับเนื้อหาที่พูด แล้วเราจะรู้เลยว่า ตอนนี้คนที่ด่าเรา เขาไม่ได้พูด แต่เขากำลังเป็นทาสของอุปกิเลสอยู่

หน้าที่ของเราคือ แผ่เมตตาให้กับเขา และแผ่เมตตาให้กับตัวเองด้วย เพราะไม่รู้ว่า อุปกิเลสเหล่านี้ มันจะโคจรมาหาเราเมื่อไหร่ เพราะมันถนัดที่เข้าไปสิงคนนั้นที คนนี้ทีอยู่แล้ว และอย่าคิดว่ามันจะไม่มาสิงเรา เพราะตัวข้าพเจ้าก็มีเพียบค่ะ ก็เลยหายุทธวิธีต่างๆ นานาไว้ใช้ เวลาเจอปัญหาเฉพาะหน้า จะได้งัดออกมาใช้ได้ทันนั่นเอง.

                                                                  ปักกลดกลางป่ากระดาษ/หมอนไม้

                                                

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 956ประจำวันที่ 24 กันยายน 2553

              

โดย หมอนไม้

 

กลับไปที่ www.oknation.net