วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระต่ายสาว โดนไฟฟ้าช๊อต




กระต่ายสาว โดนไฟฟ้าช๊อต (0-3)

26 กันยายน ไทยพรีเมียร์ลีค ศึกหนักของบางกอกกล๊าส เอฟซี  คือต้องเผชิญกับทีมอันดับ ๓ ของตาราง อย่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผมต้องงดการเดินทางมาหลายอาทิตย์ Fan Club ของผมคงสงสัยว่าทำไมไม่มีเรื่องเที่ยวมาเล่าให้ฟังอีก เพราะติดบอลครับ

                เสาร์อาทิตย์นี้มีคนชวนไปอัมพวาก็ขอปฏิเสธ มีคนชวนไปทัวร์โรงแรมอีกครั้งที่อยุธยา ก็ขอสละสิทธิ์กันไป คงงอนผมไปหลายวันละครับ ทั้งสองกลุ่มนี้

                อาทิตย์นี้หมายมั่นปั้นมือมาก อย่างดีขอเสมอไว้ก่อน เพราะตั้งแต่แข่งมา BGFC ไม่เคยแพ้ในสนามเจ้าบ้านเลยสักครั้ง บรรยากาศยามเช้าของวันอาทิตย์ก็สดใสยิ่งนัก สดชื่น ไร้เมฆหมอก และโปรดปักตะไคร้ไว้ล่วงหน้าได้เลย วันนี้ผมอยู่บ้านคนเดียว ปลอดโปร่งยิ่งนัก คนอื่น ๆ เขาไปนอกบ้านกันหมด ว่ากันว่า แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง ถ้าแมวมาล่ะ ...เอ่อ..หลังคาเปิง

                อาทิตย์สบาย ๆ นั่งดูทีวี และท่องเวปไปเรื่อย ๆ ถึงเวลาเที่ยง อ้าว ท้องเริ่มร้อง... ยกโทรศัพท์ขึ้นมา วันนี้ทำไมเพื่อนตุ้ยมันเงียบจัง ว่าแล้วก็ชวนกันไปรับสารอาหารยามตะวันเที่ยง แดดร้อนเปรี้ยง ๆ พากันไปกินส้มตำร้านเดิม

                ตุ้ยบอกว่า กินส้มตำอีก เดี๋ยวก็เสมออีกหรอก เพราะคราวที่แล้ว เสมอกับ ชลบุรี ผมนึกใจในว่าเสมอได้ก็ดีนะสิ กลัวจะแพ้ จัดแจงอาหารการกิน ส้มตำ แน่นอนว่า ผมเป็นตัวแทนฝ่ายตำไทย ตุ้ยเป็นตัวแทนฝ่ายตำซั่ว ซึ่งไม่ได้หมายถึงตำมั่ว ๆ นะครับ เขาต่ำใส่ปลาร้าและขนมจีน หรือบางที่เรียก ข้าวปุ้น หรือ ขนมเส้น แล้วแต่ที่นะครับ ซัดกันให้เหงื่อตก มีฝรั่งนั่งกินสเต็กอยู่โต๊ะข้าง ๆ เข้ากันดีมากนะครับ เรากินส้มตำ คนต่างชาติเขาก็กินอาหารเมนูบ้านเขาไป ใช่นะซี เรามันพวกฝรั่งขี้นก

                พูดถึงฝรั่งขี้นก เดี๋ยวนี้แทบจะไม่เคยเห็นแล้วนะครับ หรือ ฝรั่งสีดา หรือ บักสีดา (ห้ามใส่ตัวสะกดใด ๆ เด็ดขาด) มันจะเปรี้ยว ๆ ฝาด ข้างในเม็ดสีออกแดง เป็นฝรั่งพันธุ์พื้นบ้านโดยแท้ ที่แถวบ้านผมเรียก ฝรั่งขี้นก ก็เพราะว่า นกมันกินแล้วไปถ่ายมูลไว้เรี่ยราด แล้วมันก็ขึ้นเอง จึงเรียกว่า ฝรั่งขี้นก

                เสร็จจากการบรรจุอาหารลงท้องอย่างพอควร โดยการชำระหนี้ตามกฎหมายไปคนละร้อย แล้วก็ต่างคนต่างขับรถบึ่งไปที่สนาม ยังกับว่าจะขับแข่งกันไป เพราะจะไปซื้อตั๋ว ยังไม่บ่าย ๒ โมงเลย ตามกำหนดขาย แต่คนมาเข้าแถวยาวเหยียด เจอน้องเอก ซึ่งเป็น Staff บ่นว่าหิวข้าว ขอโทษนะน้อง พี่ไม่รู้ ไม่งั้นซื้อมาเผื่อแล้วแหละ ได้แต่กินเผื่อไปเมื่อกี้

                คนเข้าแถวรอซื้อตั๋ว ผมเลยช่วยเขาแจกแผ่นพับ กับคูปอง ทำตัวให้เป็นประโยชน์ แต่ตั๋วก็ต้องซื้อเหมือนกัน ทำเนียน ฝากคนอื่นเขาซื้อ (แต่ตัวเองมาช่วยขาย) คุณต้าซื้อตั๋วให้ผมและตุ้ย รู้จักกันตอนไปศรีสะเกษ รู้จักคนเยอะไว้ก็ดี ฝากเขาซื้อตั๋วได้ แต่ว่าเขาคงยอมซื้อให้แค่ครั้งเดียวนี่แหละ ฝากเป็นสิบกว่าใบ ส่วนเจ้าเอก กลัวมากที่สุดคือ “ฝากซื้อตั๋ว”

                ได้ตั๋วมาแล้วก็กลับบ้าน วันนี้ บาส น้องที่ทำงานจะมาดูด้วยเลยฝากซื้อตั๋ว ๓ ใบ จัดไปครับ ผมก็มานั่งเล่นที่บ้านอีกนิดหน่อย แล้วก็เตรียมตัวไปสนามตอนบ่ายสี่โมงกว่า ๆ ขับรถไปครับ คราวนี้ไม่ได้อาศัยแมงกะไซค์

                พอไปถึง วันนี้คนเยอะมาก แน่นสนามกันเลยทีเดียว เดินผ่านเต้นท์ เห็นมีเจ้าหน้าทีก็มากันเยอะเช่นเดียวกัน ไม่เคยมีครั้งไหนที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมากเท่าครั้งนี้ ผมก็รีบเข้าไปก่อน เพราะต้องไปจองที่ แรก ๆ ก็จองไว้เยอะ แต่เกรงใจ เพราะเจ้าบาสกับเพื่อนไม่มาสักที เลยขยับให้คนอื่นเขานั่ง  ฝั่งทีมเยือน บุรีรัมย์มาในชุดสีน้ำเงินเข้ม มากันเต็มอัฒจันทร์ มีกลองมาเป็นสิบ ๆ ลูก โอ้โห ตั้งแต่ดูบอลมาไม่เคยเจอทีมเยือนที่ไหน ขนทีมเชียร์มาได้เยอะขนาดนี้ ขนาดเมืองทองฯ ยังไม่ถึงครึ่งเลย นั่งรอเวลาไปเรื่อย เหลือเวลานิดหน่อย ใกล้จะแข่งแล้ว กองเชียร์บุรีรัมย์ก็โหมโรงด้วยกลองทั้งสิบกว่าลูกนั้น ดังสนั่นหวั่นไหว กองเชียร์ของเขาก็โบกไม้โบกมือ กันเป็นจะหวะ เขามีเพลงเชียร์ทำนองคนบ้านเดียวกัน ด้วยนะครับ น่ารักไปอีกแบบ

                สักพัก บาสและเพื่อนก็มาถึง ได้นั่งเบียด ๆ กันหน่อย เพราะวันนี้มีคนชมถึง ๙,๒๐๐ มากที่สุดเท่าที่มีการแข่งขันมา เริ่มแข่งกันไป กองเชียร์บุรีรัมย์ช่างขยันขันแข็ง ร้องเต้นได้ไม่หยุด และมีพลังมากกว่าทีมเจ้าภาพเสียอีก ที่เป็นเช่นนั้น เพราะกองเชียร์มีจำนวนมาก แม้เจ้าภาพมีคนมาก แต่กองเชียร์มีเพียงบางกลุ่ม และมี ๓ ด้าน คือมีทุกอัฒจันทร์ แต่มีไม่มากพอ การที่กองเชียร์เชียร์ได้อย่างเป็นระบบ นั่นหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี เราไม่สามารถบอกได้ว่า ใครสนับสนุนอะไรกับกองเชียร์บ้าง แต่ภาพออกมาแล้วปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแรงเชียร์มีผลต่อการแข่งขัน รวมถึงขวัญและกำลังใจ บรรยากาศของคนชมในสนาม วันนี้ ทำให้กองเชียร์เจ้าภาพได้บทเรียนอย่างหนึ่ง ที่ต้องกลับไปทบทวนวิธีการดำเนินการ บริหารจัดการกองเชียร์ให้มีความสมบูรณ์และมีความพร้อมเพรียงมากกว่านี้ เจอกองเชียร์บุรีรัมย์เข้าไปแล้วเจ้าภาพก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน กองเชียร์ที่ถือว่ามีชื่ออีกทีมหนึ่งคือ กองเชียร์ของเมืองทองฯ ซึ่งการเชียร์ของเขานั้น เป็นระเบียบ และเต็มอัฒจันทร์ตลอดแนว พร้อมเพรียง เสียงดัง และมีพลังอย่างมากมาย

                ครึ่งแรก บุรีรัมย์นำไป ๓ ประตูต่อ ๐ บางกอกกล๊าสต้องพยายามอย่างหนักที่จะทำประตูในครึ่งหลัง กองเชียร์ของเจ้าภาพก็พยายามทำเต็มที่แล้ว แต่ถูกเสียงของฝ่ายตรงข้ามกลบหมด ไม่เป็นไร หลังจากพักแล้วก็มาเริ่มครึ่งหลังกันใหม่

                ครึ่งหลัง บางกอกกล๊าสเปลี่ยนแผนบุกหนัก เกือบทำประตูได้ถึง ๔ ครั้ง แต่ยิงออก ยิงเฉียด และยิงข้ามคานไปหมด พี่ผู้หญิงคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าผม หันมาฟ้องผมว่า เห็นผู้รักษาประตูเอาพวงมาลัยไปวางไว้ตรงนั้น พร้อมทั้งชี้ไปที่ประตู

                “มันเล่นของหรือเปล่า ยิงยังไงก็ไม่เข้า” ผมก็ได้แต่ยิ้ม ๆ

                “ไม่รู้สิครับ แล้วเราจะแก้ยังไงครับ ให้ใครถอนขนจั๊กกะแร้ไปวางทับได้ไหมละครับ จะได้แก้เคล็ด” ผมก็พูดมั่วไปงั้นแหละ แต่ป้าแกเอาจริงเอาจังมาก ป้าครับ ถ้าเกิดว่าเขาเล่นของกันจริง ๆ ผมว่า ทีมเราควรจะขอตรวจบัตรประจำตัวกันนะครับ ใครที่อายุเกินกำหนดแล้วห้ามเข้าเด็ดขาด ก็ดูสิครับ ถ้าผู้ชมเป็นสาวอายุเกินกำหนด นักฟุตบอลก็ยิงข้ามคานกันไปหมด วันหลังต้องเขียนป้าย .. “ห้ามหญิงโสดอายุเกิน ๔๐ เข้าชมการแข่งขัน”   เขียนกันให้สนุกสนานกันไป จริง ๆ แล้วไม่มีหรอกครับ และบอลจะแพ้จะชนะไม่เกี่ยวกับที่กล่าวมาข้างต้น

                หรือว่าจะโทษเรื่องการกินส้มตำกับเพื่อนตุ้ยนี่กินกันมา ๓ นัด นัดแรกกินที่ศรีสะเกษ ชนะ ๒-๑ นัดต่อมากินที่คลอง ๓ เสมอ ๐-๐ นัดล่าสุดกินที่เดิม แพ้ ๓-๐ เจริญลงนะแก..นัดต่อไปไม่ชวนไปกินละ

                หรือว่าจะโทษไอ้น้องบาส ตั้งแต่เชียร์บอลมาด้วยกันไม่เคยชนะเลย นัดก่อนโน้น เสมอในบ้าน นัดต่อมาไปเชียร์ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์รังสิต (แข่งกับเพื่อนตำรวจ) ก็แพ้ ๓-๒ นัดนี้หนักเข้าไปอีก คราวต่อไป โปรดอย่ามาเชียร์ด้วยกันนะบาส ให้ผมนั่งเชียร์ปนกับชาวบ้านเขาแหละดี แต่ป้าที่บอกว่าเล่นของก็ไม่ไหวนะครับ คราวหน้าป้าเอาเศษผ้าถุงมาด้วยเลย รบกวนเตรียมพร้อม ทำเป็นสายรุ้ง ยิงลงมาจากอัฒจันทร์ ยิงใส่นักเตะทีมตรงข้าม ทำเนียนดีนะครับป้า

                บอลแพ้ไปแล้วเรียบร้อย แต่กองเชียร์เราก็ยังคงเชียร์กันต่อ ฝ่ายทีมเยือนนั้น มีเพลงร้องตลอด ฉลองชัยไปเรื่อย ๆ เห็นคนเดินผ่านสนามพร้อมนักเตะ อ้าว นั่นท่านเนวินหรือครับ ป๊าดได้พบเจอตัวจริงเสียงจริง เลยได้ปรบมือ “เนวิน ชะชะช่า” ไปหลายรอบ ท่านก็หันมายิ้มและโบกมือให้  แล้วผมก็เดินไปถ่ายรูปนักเตะเหมือนเคย แปลกใจจริง มาทีไรก็ถ่าย แล้วจะถ่ายไปทำไมนักหนา นั่นนะสิครับ แต่ก็ได้มาเยอะเหมือนกัน แล้วก็เดินไปที่รถ กลับบ้าน

                เอ๊ะ เพื่อนตุ้ยมันไปไหน เออ ตอนที่พักครึ่ง ก็โทรมาโวยวาย แหม..ก็ทำตัวเป็นพลเมืองดีเหมือนเคย หาเสียงลงสมัคร อบต. กันไป มีคนโทรมาฝากซื้อตั๋วกันเยอะแยะมากมาย ใจดีไปซื้อให้เขาด้วยนะ แต่คราวนี้ หนักกว่าครั้งก่อน ผ่านครึ่งแรกไปแล้วเขายังไม่มารับตั๋วเลย แย่แล้ว..หลายตังค์นะครับท่าน คิดได้ดังนั้น ตุ้ยเลยตะโกนขายตั๋วกันครึ่งหลัง อืม..โชคดีมีคนช่วยซื้อด้วย ครั้งหน้ารับหน้าที่พลเมืองดีแบบนี้อีกไหมละครับ

                มาถึงรถแล้วก็บึ่งออกไปเลย เพราะโชคดีมากได้จอดรถด้านหน้าสุด ขับออกไปนิดหน่อย ฝนก็เทลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว หรือว่าเมื่อเช้าไม่มีใครปักตะไคร้ มันคงเสื่อมแล้วแหละ สงสารกองเชียร์ของทีมบุรีรัมย์จังเลยครับ ฝนตกหนักอย่างนี้คงเปียกกันหมด สงสารเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำนวยความสะดวกกลางสายฝน ดีที่เขาใส่ชุดกันฝนทัน แต่ต้องขออภัยนะครับ สำหรับผู้สัญจรบนถนนสายรังสิตนครนายก คงต้องตรวจสอบตารางการแข่งขันด้วยครับว่าวันไหนมีแข่ง จะได้หลบหลีกกันได้ทัน

                บอลแพ้ คงจะเป็นโจท์ให้แก้ไขกันต่อไปสำหรับทีม แต่เรื่องกองเชียร์ที่ก็แพ้เช่นเดียวกันนั้น คงเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องปรับปรุงกันอย่างหนัก เพราะทีมฟุตบอลมีไม่กี่คนและมีคนจัดการอยู่แล้ว แต่ทีมกองเชียร์เป็นคนหมู่มาก จะจัดการอย่างไรนั้น ผู้ใหญ่จะมองเห็นและช่วยอะไรได้บ้าง เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสกันเลยทีเดียว อย่างน้อยก็เริ่มใหม่ในฤดูกาลหน้า

                บอลแพ้ไม่เป็นไร กลับบ้าน ซดยาดอง จบข่าว

ปล. ขอโฆษณาหนังสือหน่อยครับ (คลิกที่ภาพ)



































โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net