วันที่ จันทร์ กันยายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากความโลภใน Wall Street สู่อำนาจและความแค้น ในหงส์เหนือมังกร


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีงานเข้าตลอด แต่บังเอิญว่าเป็นงานบันเทิง ซึ่งเป็นงานบันเทิงสองงานที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันเท่าไร แต่พอมานั่งคิดดูสองงานนี้ก็เกี่ยวข้องกันเหมือนกันในบางมุมของความคิด..ก็เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง

งานแรกเป็นงานที่ผมได้รับเชิญไปดูภาพยนต์เรื่อง Wall Street II ที่โรงภาพยนต์ Enigma สยามพารากอน ซึ่งเป็นรอบ Preview โรงภาพยนต์ Enigma น่าจะเป็นโรงภาพยนต์ที่มีค่าตั๋วแพงที่สุดในขณะนี้ เพราะที่นั่งละ 1500 บาท เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกันที่เข้าดู ที่สำคัญมีผู้อุปการคุณเรื่องตั๋วให้ เพราะถ้าซื้อตั๋วเอง โรงภาพยนต์โรงนี้คงกินเงินผมได้ยาก คงต้องปล่อยให้บรรดา Hiso เขาเข้าไปดูจะดีกว่า

งานที่สองก็ติดติดกัน ได้รับอุปการคุณบัตรฟรีอีกเหมือนกันแต่คราวนี้เป็นละครเวทีเรื่องหงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคคัล ที่ รัชดาลัย เธียเตอร์ ซึ่งที่จริงก็เฉยๆ กับละครเรื่องนี้เพราะดูแล้วน่าจะออกแนวดราม่า ซึ่งก็ไม่ค่อยชอบดูเท่าไร ชอบแนวสนุกสนานมากกว่าเลยตั้งใจจะไปดู Production ของเขาเป็นหลัก เพราะฉะนั้นถ้าซื้อตั๋วเองก็คงไม่...เก็บเงินไว้ไปดูเรื่องอื่นแบบฮาๆดีกว่า

สรุปก็คือไปทั้งสองงานเพราะความตั้งใจดีของผู้มีอุปการคุณครับ ที่อุตส่าห์นำสิ่งดีๆ ฟรีๆ มาให้ผมชอบทั้งสองงานในแง่ของเนื้อหาที่ผู้สร้างต้องการนำเสนอ

.

Wall Street II Money Never Sleeps

Wall Street II Money Never Sleeps ใช้ชื่อไทยว่า...เงินอำหิต... นำแสดงโดย ไมเคิล ดักลาส และ ไซอา ลาบัฟ แถมด้วย ซูซาน ซาแรนดอน กำกับโดย โอลิเวอร์สโตน เรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Wall Street ที่โด่งดังจนทำให้ ดักลาส ประสบความสำเร็จไปเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ภาพยนต์ภาคต่อเรื่องนี้ยังคง Concept เดิมก็คือชี้ให้เห็นถึงอำนาจของเงินและความละโมบโลภมากของมนุษย์ ที่ไม่คำนึงถึงจริยธรรม ผมหมายถึงจริยธรรมนะครับ ไม่ใช่กฏหมาย ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์กำลังหาช่องว่างใดๆ ของกฏหมาย หรือโอกาสที่จะสนองกิเลสของตัวเอง โดยมองว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ผิดและละเลยต่อคุณธรรมโดยมองไม่เห็นจริยธรรมอยู่ในสายตา โดยที่ภาพยนต์เรื่องนี้พยายามสื่อถึงผู้ชมตลอดเวลาตรงๆว่า Greed is Good ดูเรื่องนี้แล้วสงสารแมลงเม่าในตลาดหุ้นขึ้นมาจับใจ..แต่ภาพยนต์ก็จบลงด้วยการบอกกับผู้ชมว่ามันยังมีอีกหลายสิ่งอย่างที่สำคัญมากกว่าเงินตราอันเป็นสุดยอดปรารถนาทุกคน

.

หงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคคัล

หงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคคัล  นำแสดงโดย แพ็ท สุธาสินี พุทธินันทน์ เจ้าแม่ละครเวที ร่วมกับแบงค์ วงแคลช และโตโน่ เดอะสตาร์ ที่เป็นที่สามของเดอะสตาร์ แต่กลับดังกว่าอันดับที่หนึ่งและสอง ภายใต้การกำกับของถกลเกียรติ์ วีรวรรณ จากละครโทรทัศน์ที่โด่งดังเมื่อสิบปีก่อน ถูกเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอใหม่แบบตื่นตาตระการใจ เนื้อหายังคงเข้มข้น ด้วยฝีมือการแสดงที่สุดเฉียบทำให้ผมสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ เนื้อเรื่องนำเสนอในมุมมองของการขึ้นสู่อำนาจ และบุญคุณความแค้น ชี้ให้เห็นถึงการที่คนเราจะเป็นใหญ่ได้นั้นมันจำเป็นที่จะต้องเหยียบย่ำคนอื่นขึ้นไป และอีกมุมนึงของละครก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะยั่งยืนจริงหรือ และความขัดแย้งระหว่างความแค้นและการให้อภัย ที่สำคัญยังมีมุมเล็กๆที่ผมชอบมากคือเรื่องของสถาบันครอบครัวที่โตโน่ซึ่งรับบทเป็นตี๋เล็กได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้งกินใจ ละครเวทีเรื่องนี้จบด้วยเรื่องราวของความแค้นที่...ถามคนดูว่า...จะเลือกแค้นต่อไปหรือจะพอ???

ผมได้ดูทั้งสองเรื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน มันรู้สึกเชื่อมโยงที่ว่าความละโมบโลภมาก บุญคุณความแค้นกับการลงระเริงในอำนาจ มันเป็นเรื่องที่มีอยู่ในสังคมทุกวันนี้ มันไม่ต้องดูในหนังหรือในละครแต่มันอยู่รอบตัวเราและใกล้ตัวเราอย่างที่คาดไม่ถึง มันใกล้จนเรามองข้ามหรือมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ และบางเรื่องมันอาจรุนแรงกว่าในหนังหรือละครอีกหลายเท่านัก คิดถึงตรงนี้แล้วทั้งสองเรื่องที่ผมดูมันรู้สึกว่าธรรมดามากๆเลย

ทั้ง Wall Street II Money Never Sleeps และ หงส์เหนือมังกร เดอะ มิวสิคคัล ต่างก็แอบบอกกับผู้ชมอยู่ลึกๆ ว่าที่สุดแล้วทั้งหมดที่ผ่านมามันยังมีทางออกถ้าเรารู้จักที่จะให้ความรัก และ ให้อภัย และนั่นก็คือสิ่งที่สังคมไทยกำลังต้องการอย่างมากในขณะนี้นั่นเอง 

โดย อาจารย์เศก

 

กลับไปที่ www.oknation.net