วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระต่ายแก้วเจออะไรละคราวนี้


              

  กระต่ายแก้วเจออะไรละคราวนี้

 

จบกันไปสำหรับเกมส์ในวันเสาร์ ของ Bangkok Glass FC VS Bangkok United  ชื่อเขียนเหมือนกันเลยครับ แต่อ่านไม่เหมือนกัน สโมสรบางกอกกล๊าส พบกับ สโมสร แบงค๊อก ยูไนเต็ด  ทีมอันดับท้ายตาราง พยายามหนีการตกชั้นดิวิชั่น ๑ ในฤดูกาลนี้ จะมีหวังหรือไม่อย่างไร

วันเสาร์ที่ ๒ ตุลาคม หลังจากที่ไม่สมหวังกับรัฐบาลไทย ที่ออกสลากมา กินแล้วไม่แบ่ง หวยบนดินไม่มี ต้องมุดกันไปเล่นใต้ดินกันให้เกลื่อน แล้ววัฒนธรรมไทยก็กลายเป็นสังคมแห่งการหลอกลวงที่รับกันได้ คือรู้กันอยู่ว่า “หวย” ยังอยู่คู่เมืองไทยแน่นอน แต่ไม่สามารถจัดการกับมันได้ สิ่งผิดกฎหมายแต่เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของคนไทย ใครทำก็เหมือนถูกกฎหมาย เพราะตำรวจไม่มีเวลามาจับหรอก ลำพังคดีต่าง ๆ ก็ล้นเมืองแล้ว  จึงเป็นเรื่องแปลกมาก Thailand Only และแล้ว “หวย” ก็ส่งเสริมอาชีพและการฟอกเงินที่ผิดกฎหมายอีกมากมาย อ้าว...มาเกี่ยวอะไรกับเรื่องบอลที่จะกล่าวถึงวันนี้กันละครับ

เสาร์นี้มื้อเที่ยง ผมมีนัดกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่ร้านบ่อเงิน บอกชื่อไปเลย จะได้อานิสงค์บ้าง เผื่อครั้งหน้าอาจได้รับพิจารณาส่วนลด ตุ้ยก็โทรมาชวนไปกินส้มตำเหมือนเคย คราวนี้ไม่ไปแล้วครับ ตอบปฏิเสธไปตั้งแต่เนิ่น ๆ

เพื่อน ๆ ก็มาชุมนุมกัน มื้อเที่ยงจึงเริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศท่ามกลางกลิ่นไอของสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่เราก็คุยกันไปด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน ตุ้ยก็มาสมทบด้วย คุยกันจนฝนหยุด แล้วก็เช็คบิลไปครั้งหนึ่งแล้ว ฝนรอบ ๒ มาอีกครั้ง จนต้องย้ายโต๊ะ เพราะฝนสาด (ไม่มีใครด่านะครับ ฝน-สาด)  แล้วก็เหมือนเริ่มใหม่ กินกันต่อ จนถึง ๖ โมงเย็น เอาละสิครับ ได้เวลาที่บอลเริ่มแข่งแล้ว

ตุ้ยเอาตั๋วมาให้เมื่อตอนเที่ยง ผมก็ไม่ต้องรีบร้อน เพราะได้ “ปี้” เรียบร้อยแล้ว (หากท่านใดไม่เข้าใจกรุณาย้อนไปอ่านเอ็นทรี่ก่อนหน้านี้นะครับ) เมื่อเลิกลากันจึงได้เดินทางไปยังสนาม ฝนหยุดตกพอดี

แฟนบอลบางกอกกล๊าสมากันเยอะพอสมควร ไม่หวั่นแม่วันไหนน้ำจะมากหรือน้อย เอ้ย ฝนจกตกมาก หรือน้ำจะท่วมอย่างไรก็ตาม ผมมาสายประมาณ ๒๐ นาทีเห็นจะได้ จึงรีบรุดเข้าไป พร้อมกับกล้องตัวเก่ง แต่เนื่องจากไปช้านี่เองจึงไม่มีที่นั่ง เอาละ ขอนั่งตรงบันไดก็แล้วกัน


วันนี้แข่งกับแบงค๊อก ยูไนเต็ด มีแฟนคลับของทีมเยือนมาเชียร์อยู่ประปราย แต่ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนก็คือ กองเชียร์ของเจ้าภาพ ทางด้านหลังประตู ซึ่งเป็นอัฒจันทร์ใหญ่ เป็นฐานที่มั่นของกองเชียร์หลัก เรียกว่าโซน R1 มีการรวมตัวกันของกองเชียร์ชาวบางกอกกล๊าส กระต่ายแก้วอย่างแน่นหนา แม้จะไม่เต็มทั้งโซน แต่ตรงกลางถือได้ว่ามีการทำกิจกรรมการเชียร์ที่แตกต่างไปจากนัดอื่น ๆ มีความพร้อมเพรียงกันมากขึ้น มีเสียงร้องเพลงดังอย่างจริงจัง แม้จะมีบางคนอาจจะยืนกอดอกดูอยู่บ้าง นี่ผมมองจากด้านที่ไกลที่สุด คือ โซน L

ในโซน L นั้น ที่ผมได้รู้จักผู้นำเชียร์คือ พี่กอล์ฟ และอีกหลาย ๆ ท่านที่ได้ช่วยกันเชียร์ ช่วยกันตีกลอง ให้จังหวะ ยังคงเหนียวแน่น ร้องเล่นเต้นเชียร์อย่างไม่หยุด โดยมีการพัฒนาขึ้นพอสมควร ส่วนในโซน S นั้น วันนี้ผมไม่ได้เดินไปเยี่ยมชม แต่มีเสียงดังไม่เบาเลยทีเดียว

เรื่องกองเชียร์นี้ ในความคิดเห็นของผมมีหัวใจสำคัญอยู่สองสิ่งคือ ผู้นำเชียร์ และ คนให้จังหวะหรือคนตีกลอง ทั้งสองส่วนนี้ต้องรู้กัน และซักซ้อมกันมาบ้าง เนื่องจากเป็นผู้นำและควบคุมกองเชียร์ หรือผู้ชมที่นั่งอยู่ทั้งหมด จึงต้องมีความสอดคล้องกัน การที่ผู้นำเชียร์จะนำร้องเพลงอะไรนั้น กลองต้องให้จังหวะให้ทัน ถ้ามีกลองหลายใบก็ต้องพร้อมเพรียงกัน ดังนั้นคนเชียร์ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ ก็สามารถให้ความร่วมมือในการปรบมือ หรือร้อง หรือแสดงท่าทางง่าย ๆ ตามไปได้อยู่แล้ว แต่ผู้นำเชียร์และมือกล้อง เป็นตัวยืนที่สำคัญ ที่ทางสโมสรอาจจะต้องมีกองทุนส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนคนส่วนนี้ เนื่องจากถ้าขาดคนกลุ่มนี้ กองเชียร์ก็จะกร่อยไปเลย ทางด้านกองเชียร์หลัก กลองถือว่ามีน้อยไป ควรเพิ่มอีก แต่ที่สำคัญจะหาคนตีกลองได้หรือไม่ หากไม่มีการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือมอบสิทธิพิเศษสำหรับคนกลุ่มนี้ตามสมควร

ส่วนใหญ่แฟนบอลจะทราบดีอยู่แล้วว่าจะซื้อตั๋วเข้าไปดูในโซนไหน ถ้าเป็นกองเชียร์หลัก ก็ต้องไปโซน R1 กองเชียร์ย่อยโซน L หรือโซน S ก็แล้วแต่ ส่วนผู้ชมก็มีที่นั่งให้ชมกันตามส่วนอื่น ๆ ถ้าหลงเข้าไปอยู่ในกองเชียร์ก็ต้องจำใจเชียร์กันหน่อยนะครับ ให้ความร่วมมือกันไป

ฝนที่ตกลงมาในช่วงบ่ายและเย็น ทำให้พื้นสนามบางส่วนมีน้ำอยู่นิดหน่อย แต่เกมส์การเล่นวันนี้ สโมสรแบงค๊อก ยูไนเต็ด ต้องเล่นแบบหัวชนฝา เพื่อหนีการตกชั้นจากดิวิชั่น ๑ เจ้าภาพจึงประมาทไม่ได้ ในครึ่งแรกนั้น มีลูกหวาดเสียวจากทีมเยือนอยู่หลายครั้ง แต่ก็ปลอดภัย เสมอกันอย่างไม่มีประตู

ครึ่งหลังมีการปรับเปลี่ยนเกมส์การเล่น โดยการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ทำให้ทีมบางกอกกล๊าสยิงประตูได้ติดกันถึง ๔ ประตู ก่อนจะหมดเวลา เก็บ ๓ แต้มไว้ให้แฟนบอลได้ชื่นใจกันถ้วนหน้า โดยปกติผมจะไม่เขียนถึงกรรมการ แต่ไม่แน่ใจว่า กรรมการนั้น มีการคัดเลือกมาอย่างไร มีการประเมินการตัดสินในแต่ละแมต แล้วนำไปปรับปรุงหรือไม่ เพราะบางครั้ง กรรมการดูออกจะเกร็ง ๆ และหลายครั้งที่ผู้ชมไม่ประทับใจกรรมการเลย หรือการตัดสินแม้ว่าผมจะไม่เข้าข้างฝ่ายใด เหมือนจะขัดสายตาผู้ชมอยู่ไม่น้อย ตามที่เคยได้ชมมาแต่ละสนาม

หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า บอลไทยนั้นมีการพัฒนามาถึงไหนแล้ว การแสดงมารยาทไม่ดีของผู้เล่นหรือผู้ชมนั้นมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง ผมขอยกเอาผลการตัดสินล่าสุดจากการตัดสินลงโทษตามเวปของ ไทยพรีเมียร์ลีก ดังต่อไปนี้ครับ

การประชุมผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอล "สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก และ ดิวิชั่น 1" วันที่ 20 กันยายน 2553 ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลฯ โดยวันนี้มี "สมศักดิ์ อ่อนสมา"​ ประธานอนุกรรมควบคุมการแข่งขัน เป็นประธานในที่ประชุมแทน ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ที่นำทีมวิจัยและพัฒนาไปศึกษางาน บุนเดสลีกา (เยอรมัน) และ พรีเมียร์ดัตส์ (เนเธอร์แลนด์) ระหว่างวันที่ 19-28 ก.ย.53

โดยคณะกรรมการพิจารณามารยาทฯ​ มีมติลงโทษปรับสโมสรและผู้เล่นในการแข่งขันฟุตบอล "สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก และ ดิวิชั่น 1" ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีดังต่อไปนี้

ลงโทษปรับสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด จากกรณีจุดพลุในระหว่างการแข่งขัน 15,000 บาท และ กรณีแฟนบอลปาขวดน้ำลงมาในสนาม 5,000 บาท

ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 2 ของสโมสรราชประชา-นนทบุรี "สุริยา กุพะลัง" พักการแข่งขัน 1 นัด ปรับ 10,000 บาท (ไม่รวมโทษทางเทคนิค) จากกรณีที่ปาขวดน้ำไปที่โต๊ะผู้ตัดสินหลังจากที่ไม่พอใจในเหตุการณ์ที่ทีมเสียลูกที่จุดโทษ และ โยนขวดน้ำใส่ศรีษะสื่อมวลชน หลังที่ถูกใบแดงออกจากสนาม

ลงโทษ "ชัยณรงค์ กิจศรีวิเชียร" ผู้ช่วยผู้จัดการทีม สุวรรณภูมิ ศุลกากร จากกรณีต่อว่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำหยาบคาย ให้พักทำหน้าที่ 2 นัด ปรับ 20,000 บาท

สำหรับเหตุการณ์หลังเกมการแข่งขัน "สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก" คู่ ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี พบ แบงค็อก ยูไนเต็ด ทางคณะพิจารณาฯจะรอพิจารณาเทปการแข่งขันอีกครั้ง จากกรณีที่มีกองเชียร์ศรีสะเกษปาขวดน้ำใส่ผู้ตัดสินหลังจบเกมการแข่งขัน

ซึ่งในแต่ละการแข่งขันก็จะมีการประชุมเพื่อตัดสินเหตุการณ์ต่าง ๆ หากผู้ชมเป็นผู้กระทำ สโมสรก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งค่าปรับ และการปฏิบัติตามบทลงโทษต่าง ๆ ดังนั้น ผมถึงมองว่า สโมสรมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการต่าง ๆ ในสนามแข่งขัน ให้สมบูรณ์เพรียบพร้อม และเรียบร้อย

หลังจากหมดเวลาการแข่งขัน ผมก็ไปถ่ายรูปนักฟุตบอลตามปกติ ต่อไปพยายามจะนำเสนอรายละเอียดผู้เล่นให้มากครับ ถ่ายรูปได้พอสมควร ก็เดินทางกลับบ้าน ฝนตกปรอย ๆ ลงมาอีกครั้ง

เมื่อถึงบ้าน พระเจ้าไม่ได้ช่วย เพราะต้นไม้หน้าบ้านผมล้มทั้งต้นเลย ถ้าพระเจ้าช่วย มันคงไม่ล้มหรอก เนื่องจากลมฝนแรงตอนช่วงเย็น ผมเลยต้องทำหน้าที่เป็นคนตัดกิ่งใบในค่ำคืนนั้นท่ามกลางสายฝน เช้าวันอาทิตย์ก็ขนขึ้นรถเอาไปทิ้ง หมดภารกิจสำหรับวันหยุด

นัดต่อไป อาทิตย์หน้าเขาจะไปแข่งกันที่สิงค์โปร์ ผมคงไม่มีปัญญาตามไปเชียร์หรอกครับ เอาใจช่วย แต่เหลืออีกเพียง ๓ นัดสำหรับฤดูกาลนี้ ยังมีแรงเชียร์เสมอครับ


 


























โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net