วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปทัศนศึกษามหาวิทยาลัย….ในฮ่องกง ตอนที่ 1


ฮ่องกง….ใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นเมือง Shopping ใคร ๆ ไปแล้วต้องซื้อของกลับมาจนได้  แต่อีกมุมหนึ่งฮ่องกงมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ชนิดติด Ranking อันดับหนึ่งของเอเชีย และอันดับที่  34 ของโลก ตาม QS Ranking 2010  โชคดีของทีมงานที่ฉันทำอยู่มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยในฮ่องกง 2 แห่ง แต่การเดินทางไปครั้งนี้  พวกเราต้องจัดการเองทุกอย่าง  ตั้งแต่การติดต่อสถาบัน  การหาข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งที่พัก การเดินทางในฮ่องกง อาหารการกิน และที่ขาดไม่ได้คือแหล่ง shopping ทั้งหลาย  พวกเราต้องทำเองทั้งหมด เรียกว่า ได้เรียนรู้กันทุกเม็ด  ที่สำคัญเราได้รู้จักเพื่อนร่วมงานมากขึ้น

พวกเราไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย 2 แห่งคะ คือ The Chinese University of Hong Kong และ The University of Hong Kong  มหาวิทยาลัยนี้แหละที่ติดอันดับหนึ่งของเอเชีย  พวกเราเริ่มต้นการทำงานตอนเช้าของวันที่ 13 กันยายน ด้วยการอาศัยแผนที่รถไฟฟ้า (MTR: Mass Transit Railway) เป็นเครื่องนำทางพวกเราทั้งสิบเอ็ดคน สนุกละสิคะ รถใต้ดินในกรุงเทพยังไม่เคยนั่งเลย นั่งแต่รถสองแถว …ฮิ ..ฮิ… พวกเรานั่งรถไม่ผิด แต่ลงไม่ถูกนะ  แต่ไม่เป็นไร  พวกเราไปถึง The Chinese University of Hong Kong ตรงเวลานัดหมาย  ก็มีฝีมือเสียอย่าง

มหาวิทยาลันในฮ่องกงเปิดเทอมแรกเดือนกันยายนค่ะ  หลักสูตรอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยเป็นหลักสูตรสามปี  ซึ่งตอนนี้มหาวิทยาลัยกำลังปรับปรุงให้เป็นหลักสูตรสี่ปีเหมือนกับประเทศอื่น ๆ  เอาละมาถึงมหาวิทยาลันในฮ่องกงแล้ว ข้อมูลทางวิชาการฉันเอาใว้เขียนในรายงานส่งหัวหน้าแล้วกัน

 พวกเรานั่งรถไฟมาถึงสถานที่เรียกว่า University ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่อยู่ในเขต The Chinese University of Hong Kong   บรรยายกาศมีสีสันด้วยบรรดานักศึกษาหนุ่มสาวที่แต่งกายตามสบาย ช่วงเปิดเทอมใหม่อย่างนี้บรรยายกาศคึกคักจริง ๆ เพราะมีทั้งนักศึกษาใหม่ หน้าตาใส ๆ และพวกรุ่นพี่เดินแจกใบปลิวเพื่อเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสนุกสนาม  หลับตานึกถึงตอนเราเป็นนักศึกษาใหม่สิคะ….(แอบปิ๋งรุ่นพี่ตอนนี้แหละ)….

                                  

 นักศึกษาที่มาจากในเมือง เมื่อมาถึงสถานีในมหาวิทยาลัยจะต่อรถ Shatter bus ของมหาวิทยาลัย เพราะอาคารเรียนต่าง ๆจะตั้งอยู่บนภูเขา ถ้าเดินไปเรียนเอง  นอกจากจะไม่ทันเข้าเรียนแล้ว  ยังเหนี่อยจนไม่มีสมาธิจะเรียนหนังสืออีกด้วย กลุ่มของพวกเรามีรถมารับพร้อมกับมีเจ้าหน้าที่สาวสวยพาชมสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจของมหาวิทยาลัย  ต้องบอกว่ามหาวิทยาลัยเขาตั้งอยู่บนเขาจริง ๆ  ถ้าเดินคงเหนื่อยแย่เลย ขึ้นเขาขนาดไหนดีหนอ  คือไม่ใช่แบบมอชอ เพราะมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่เชิงดอย แต่นี่เราต้องนั่งรถขึ้นไปบนภูเขาจริง ๆ และมีอาคารเรียนของคณะ และวิทยาลัยต่าง ๆ ตั้งอยู่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้อย่างลงตัว ดูแล้วไม่เสียบรรยากาศ

สถานที่แรกที่เราไปคือ The Pavilion of Harmony เป็นสถานที่สวยงามมาก ๆ  เหมือนเป็นจุดชมวิวของมหาวิทยาลัยก็ว่าได้ จากจุดนี้เราจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามมุมหนึ่งของฮ่องกง  ใครมาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนี้   จุดนี้ขาดไม่ได้  เพราะสวยงามจริง ๆ

หลังจากนั้นพวกเราแวะไปดูหอพักนักศึกษาของ New Asian College โอโฮ….พระเจ้าช่วย รูปที่ถ่ายมานี่ถ่ายจาก Robby ของหอพัก แฮม….อย่างกับโรงแรมนะ  ฉันสอบถามจากเจ้าหน้าที่ว่า “ มีวิธีการคัดเลือกนักศึกษาเข้าพักในหอพักยังไง  เพราะดูแล้วหอพักไม่น่าเพียงพอสำหรับจำนวนนักศึกษา”    วิธีการคัดเลือกนักศึกษาเข้าพักในหอพักของเขาคือ จัดทำเป็นระบบคะแนน  มีตัวชี้วัดให้คะแนนอย่างชัดเจน  กลุ่มนักศึกษาที่ได้คะแนนสูงคือ  นักศึกษาที่มีบ้านอยู่ไกล  นักศึกษาที่ทำกิจกรรม และนักศึกษาที่มีประวัติการอยู่หอพักดี  กลุ่มพวกนี้จะได้คะแนนสูงคะ

 

คราวนี้นั่งรถลงมาข้างล่างหน่อยนะคะ  เป็นบริเวณ Student Mall ซึ่งจะมีอาคารที่ติดตราสัญญาลักษณ์ของมหาวิทยาลัยใว้ และหน้าอาคารจะเป็นลานโล่งกว้างและขนานด้วยอาคารสำคัญอีกหลายหลัง  เช่น พิพิธภัณฑ์  ที่ลานโล่งหน้าตราสัญญาลักษณ์มหาวิทยาลัยนี้ใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งงานรับปริญญาด้วยค่ะ

 

ส่วนอาคารที่อยู่ตรงข้ามอาคารที่มีตราสัญญาลักษณ์ คือหอสมุด ซึ่งอยู่ห่างกันแบบเดินแล้วเหนื่อยค่ะ ที่หน้าหอสมุดมีซุ้มประตู ชื่อว่า The Gate and Beacon  ซึ่งนักศึกษาเขามีความเชื่อบางอย่าง   ลองนึกถึงตอนเราเป็นนักศึกษาดูบ้าง นึกออกไหมคะ…. สมัยพที่ฉันเป็นลูกช้าง รียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  รุ่นพี่จะบอกว่า ตอนรับน้องขึ้นดอย ถ้าน้องใหม่เดินไม่ถึงพระธาตุดอยสุเทพหรอกก็ เรียนไม่จบสี่ปีคะ    ที่นี่ก็เหมือนกัน เขามีความเชี่อว่า ถ้าเข้าหอสมุดแล้วเดินรอด   The Gate and Beacon เข้าไป  เรียนไม่จบภายในเวลาที่กำหนดค่ะ ……ไม่เชื่ออย่าลบหลู่คะ  โปรดใช้วิจารณญาณเอาเองค่ะ   แต่ฉันนะเดินขึ้นดอยสุเทพสิบสี่กิโลเมตรมาแล้ว  ไม่ได้กลัวเรียนไม่จบนะคะ  แบบว่ามัน…ท้ายทายค่ะ

เอาละค่ะ….ตอนที่หนึ่ง จบแค่นี้ก่อนค่ะ เขียนยาวไปอาจจะเบื่อได้ ….ตอนทีสองกำลังจะตามมาค่ะ

โดย ปูนาเจตนาดี

 

กลับไปที่ www.oknation.net