วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แก้ปัญหาค่าเงิน หนังสือถึงคุณกรณ์ จากติกวณิชย์ (E-mail จากพท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี)


พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี

เรียนท่านที่ห่วงใยบ้านเมือง และสื่อมวลชนทุกท่าน

รมต.คลัง และผู้ว่าการ ออกมาให้ข่าวผ่านสื่อหลากหลาย เรื่องการแก้ปัญหาค่าเงินบาทที่ยากเกินแก้ไข

แต่ความเป็นจริง หาก เรามองกร๊าฟค่าเงินตามเอกสารแนบ  เราจะเห็นปรากฎการณ์ชัดเจน เรื่องค่าเงินกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  สอดคล้องกันมาก  ซึ่งสอดคล้องกับ ความเห็นของดร โกร่ง 

ถ้าไม่มีสติปัญญาเปรียบเทียบวิเคราะห์  ค่าเงินกับดอกเบี้ยนโยบาย ควรลาออกจากการเป็นผู้บริหาร หรือรมต.ทันที

ไม่อยากยุ่งหรอกเพราะคนละด้าน แต่ (รัฐบาล) ทำให้ชาติเสียหายมากมาย เเถมยังไม่รู้สึกรู้สา ว่าประชาชนเดือดร้อน เอกชนเดือดร้อน แต่ที่รวยคือ พวกธนาคาร  
 
(ช่างสอดคล้องกับ คำกล่าวอ้างของฝ่ายเสื้อแดงที่ว่ารัฐบาลนี้อุ้มชูธนาคารฯ)

แถม แก้ปัญหาล่าช้า เถไถไปเรื่อย

ไม่อยากบอกว่ารัฐบาล แก้ปัญหาไม่เป็น หรือแกล้งโง่กันแน่ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร

ขอให้สื่อมวลชน ช่วยเหลือประชาชนในยามที่ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งหลายสื่อก็พยายามสะท้อนความเสียหาย

ต้องขอบพระคุณยิ่ง

และ ขออภัยหากรบกวน

ไม่อยากยุ่งเกี่ยวแต่ จำเป็นต้องยุ่ง

ปรารถนาดี ต่อแผ่นดิน
กมลพรรณ

…………………………………..............................

     


๕๒   หมู่ ๑๗  บางนาตราด กม ๑๐  บางพลี สมุทรปราการ ๑๐๕๔๐
    
วันที่ ๑๑  ตุลาคม ๒๕๕๓

กราบเรียน  รมต คลัง ฯพณฯ คุณกรณ์ จาติกวณิชย์   และ คณะกรรมการนโยบายการเงิน
ผ่านสื่อมวลชนทุกท่าน

 
                      จากการติดตามข่าวเรื่องการดูแลค่าเงินบาท  และการประกาศ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ปรากฎให้เห็นว่ารัฐบาลแก้ปัญหาหลงทาง และ ทั้งยังเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจธนาคารซึ่งรวมธนาคารเอกชน ที่ส่วนต่างดอกเบี้ยยิ่งสูงขึ้น    เช่น
 
                    จากกราฟ ค่าเงินบาทและการประกาศดอกเบี้ยนโยบาย เห็นชัดเจนว่าหการประกาศดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ค่าเงินแข็งขึ้น ชัดเจน (ข้อมูลทั้งหมด ได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณสุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์ และจากสื่อมวลชนหลายสื่อ  )
 ส่งผลผลกระทบ  (http://t.co/BdaPlHE)
 - คนฝากเงินรับดอกเบี้ยฝากต่ำ คนกู้เงินจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้สูง
 - ผู้นำเข้ามีกำไรจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ไม่ได้ลดราคาน้ำมัน ปุ๋ยเคมีภัณฑ์ ตามข่าวปรากฎตามสื่อต่างๆ
- ผู้ส่งออกขาดทุนจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่า ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
- กระทบเกษตรกร หรือผู้ผลิตสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ เพื่อการส่งออก  

                

คณะกรรมการนโยบายการเงิน  ไม่ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๓ (หลักนิติธรรม) ในการประกาศนโยบาย การขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดย ไม่ได้รับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์ อย่างรอบคอบ   ตามพระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า“พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. ๒๕๔๖    มาตรา๘ (๓) กลับปรากฏว่ายิ่งส่งเสริมให้  ค่าเงินแข็งค่ามากขึ้น  และกระทบต่อ ภาคธุรกิจส่งออกอย่างกว้างขวาง ยังผลให้ภาคธุรกิจส่งออกสูญเสียรายได้จากการขายสินค้าส่งออก กว่าสามแสนล้านบาท จากการเปิดเผยของ นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ผลกระทบต่อ ผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า เสื้อผ้า อัญมณีและเครื่องประดับ เยื่อและกระดาษ อาหารสำเร็จรูป และเกษตรแปรรูป   
                  
                   ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงินเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ  และมีคุณประสาร ไตรรัตน์วรกุล มาจากธนาคารกสิกรไทย ส่วนเจ้าของธนาคารบางแห่ง  มี นามสกุลเดียวกับคนในพรรคปชป. ผลประโยชฯทับซ้อนหรือไม่  ?????                 
                 
                   สัดส่วนความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินกู้ต่างกัน ๕-๖%  โดยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน มิได้ควบคุมอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ธนาคาร(เอกชน)กำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยสูง และมีผลประกอบการของธนาคารเอกชนที่กำไรจากการบริหารและส่วนต่างของดอกเบี้ย มากมาย เช่น
                
                  ๑  แบงก์กสิกรไทยเผยผลการดำเนินงานไตรมาส ๒ กำไรพุ่ง ๔.๗ พันล้านบาท ฟันส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่มจาก ๓.๖๖ % เป็น ๓.๗๘%
                
                  ๒  ธปท.เผยไตรมาส๒ แบงก์กำไร ๓.๔  หมื่นล้าน  ธปท.เผยผลประกอบการของธาคารทั้งระบบช่วงไตรมาส๒ของปี๕๓ฟันกำไร ๓.๔ หมื่นล้านเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ๖,๙๐๐ ลบ.โตตามเศรษฐกิจของประเทศส่วนหนี้เสียลดคงเหลือ ๔.๔% ทั้งรายได้จากดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียม 
                
                  การประกาศนโยบายดังกล่าว ยังทำให้ ต่างชาติ ขนเงินเข้าประเทศทั้งจาก การซื้อขายหุ้นการเก็งค่าเงินบาท  การเก็งกำไรดอกเบี้ย ลงทุน ในตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศเข้าสู่ไทยมากขึ้นภายในสองเดือนเกือบหนึ่งแสนล้าน (๒๑,๐๙๗๒ + ๒๗,๓๔๔+๔๔,๔๓๘  = ๙๒,๘๗๙   ล้านบาท ) ซึ่งมากกว่าที่เข้าสู่ตลาดหุ้น   แสดงให้เห็นว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่วนหนึ่ง เพราะเงินไหลเข้ามานั้นมาเก็งกำไรดอกเบี้ย  จากตราสารหนี้ และอื่นๆ สอดรับกับ ข้อคิดเห็นของ  ดร .วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรัฐมนตรีคลัง ที่เขียนบทความในประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ว่า ค่าเงินบาทแข็งเร็วเกินไป โดยกล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นย่อมมีผลกระทบ ต่อการส่งออก การส่งออกย่อมกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ สาเหตุสำคัญที่เงินบาทแข็งเร็วมากผิดปกติ ส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญก็เพราะ ธปท.ประกาศขึ้นดอกเบี้ย แถมยังประกาศล่วงหน้าว่าจะขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงปลายปี

                  ขณะเดียวกันเจ้าของเงินดอลลาร์คือสหรัฐอเมริกาประกาศตรึงดอกเบี้ยไว้ ( 0-0.๒๕ %) ไม่ขึ้นดอกเบี้ย จึงเป็นเหตุให้ผลต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินบาท กับเงินดอลลาร์ถ่างมากขึ้น ผลตอบแทนต่อเงินบาทสูงขึ้นเมื่อเทียบกับผลตอบแทนต่อการถือเงินดอลลาร์ ฝรั่งจึงขนเงินดอลลาร์มาแตกเป็นเงินบาท แล้วนำมาลงทุนในตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้นบ้าง ฝรั่งเลยได้กำไร ๓ ต่อ คือ ฝากธนาคารไว้ก็ได้กำไรกว่าอยู่ที่อเมริกา เข้ามาซื้อหุ้น  พอหุ้นขึ้นก็ขายได้กำไร พร้อม ๆ กันค่าเงินบาทก็แข็งขึ้น ยิ่งเข้ามาเงินก็ยิ่งแข็ง ตกลงกำไร ๓ เด้ง ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก ตลาดเงินตราต่างประเทศก็เล็ก ตลาดพันธบัตรก็เล็ก ตลาดหุ้นก็เล็ก เทียบกับอเมริกา  ฝรั่งนำเงินเข้ามาซื้อ ราคาหุ้นก็ขึ้น ค่าเงินบาทก็แข็งขึ้น เวลาขึ้นเขาก็ขายได้กำไร ได้กำไรไปแล้วก็ไม่ต้องเอาออก ฝากธนาคารในเมืองไทยก็ได้ดอกเบี้ยมากกว่าเมืองนอก
                
                  ดังนั้นการที่กนง. ไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ผู้ที่มีส่วนได้เสีย  ตามตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๕๗  ๕๘   ๗๔ และพระราชกฤษฎีกานี้ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. ๒๕๔๖  มาตรา ๘ (๓)  ในการประกาศขึ้นดอกเบี้ยระหว่างธนาคารแ ละไม่ควบคุม อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ รวมถึงการแก้ปัญหาไม่ตรงประเด็นของรัฐบาลในการที่จะป้องกันอัตราเงินเฟ้อ   (เพราะส่วนหนึ่งไม่ควบคุมราคาสินค้า )  และ จึงเกิดความเสียหายตามมามากมาย   

 ดังนั้นข้าพเจ้า จึงใคร่ขอให้ โปรดพิจารณาดังต่อไปนี้

๑ ประกาศ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ลง ๑%  ทันที

๒ ขอให้ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา  ๕๗ , ๕๘ ,๗๔ และ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. ๒๕๔๖  มาตรา ๘ (๓) คือ ตั้งคณะกรรมการ จากบุคคลภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ที่ประสบความสำเร็จ ด้านการบริหาร เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เอกชน ธุรกิจ เกษตรกร ธนาคาร  อุตสาหกรรม ผู้ส่งออก ผู้ทีได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบายของกนง.จัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีและผล เสียให้ครบถ้วนทุกด้าน ในการแก้ไขค่าเงินบาทโดยเร็วที่สุด
    
           โดยกรรมการคนกลางไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่แบงค์ชาติ มีตัวแทนจากภาคเอกชน ประชาชน รัฐ นักวิชาการ ที่มีประวัติผลงานเพื่อประชาชน

๓ เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และ ลดส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินกู้และฝากไม่เกิน  ๒%

๓ เก็บภาษีจากการเก็งกำไรค่าเงินบาท  และการซื้อขายหุ้น  รายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้ หรือพันธบัตรเงินกู้ ให้มากขึ้น  

…..
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์
.

อ้างอิงส่วนหนึ่ง
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20100719/343672/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87-4.7-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html

……………………………….
เพิ่มเติมจาก Blogger

โจษจันกันมาก น้ำจะท่วมโลกในปี 2012 (2555) แต่แท้ที่จริง เงินท่วมโลกตั้งแต่ปี 2000 แล้ว

เงินท่วมโลก ..แต่โลกยากจนลง: http://t.co/wZ1GUNj

เงินท่วมโลกดูได้จากดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

Fed Fund rate 0 - 0.25%

EU rate 1.00%

แต่ประเทศไทยโดย รมต. กรณ์ 2-3 เดือนมานี้ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% 2 ครั้ง

ดอกเบี้ยประเทศไทย เรียกกันหลายแบบ ดอกเบี้ยนโยบาย ดอกเบี้ยชี้นำ ดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล

ดอกเบี้ยนโยบาย ล่าสุดของประเทศไทย อยู่ที่ 1.75% ส่งผลให้เงินไหลเข้าประเทศไทยมากขึ้น บาทก็ยิ่งแข็งขึ้น (ดอกเบี้ยที่แท้จริงอ่อนตัว)

ดอกเบี้ยประเทศไทย ผิดปกติ สูงผิดจริง..

ประเทศไทยมีเรื่องผิดปกติมา 35 ปีแล้ว ..35 ปีแห่งการพ่ายแพ้ทางการเงิน: http://bit.ly/c0frSn

จำได้ไหม? ระหว่างปี 2537-2540 ค่าเงินบาทไทยแข็งผิดจริง ทำให้ต่างชาติขายบาท ซื้อดอลลาร์ เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าเงินไหลออกจากประเทศ

เงินไหลออก จนทนไม่ไหว ต้อง "ลอยค่าเงินบาท" 

เดือน กค. 2540 ทุนสำรองไทยเหลือ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ http://twitpic.com/2rcc8q -

และทุกวันนี้

ณ.สินเดือนกันยายน 2553 ทุนสำรองสุทธิไทยอยู่ที่ 176,723.55 ล้านเหรียญสหรัฐ http://twitpic.com/2rcc8q -

เงินท่วมประเทศ ท่วมโลกไม่ใช่ยากที่จะรู้ต้นเหตุ

ต้นเหตุเงินทุนท่วมประเทศ บาทแข็งค่า  http://t.co/BdaPlHE

รู้ต้นเหตุก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ที่ผ่านมาแก้แต่ปลายเหตุของปัญหา

นอกจากปัญหาไม่ยุติแล้ว ..ยังบานปลายมากขึ้น

ข้อมูลสัมพันธ์

1) ตลาดหุ้นกับการเกิดวิกฤติประเทศ http://t.co/VpomPCq

2) ความล้มเหลวแก้ปัญหาเงินท่วมประเทศ http://t.co/nVqVKHS

3) กลไกการแข็งค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ยติดลบ และเงินเฟ้อต่ำ http://t.co/23nVXWw

.
……………………………….
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
indexthai@yahoo.com
http://twitter.com/indexthai
"จากโลกาภิวัฒน์ สู่ท้องไร่ท้องนา" ทีวี13 สยามไท ทุกวันอังคาร 14.00-15.00 น.

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net