วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมบางประเทศถึงร่ำรวย และบางประเทศถึงยากจน


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนานานาชาติ ที่จัดขึ้นโดยองค์กรที่ใช้ชื่อว่า NORAD ( Norwegian Agency for Development Cooperation)  อ่านออกเสียงว่า "นูหราด"  มีประเด็นที่น่าสนใจที่คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งภาครัฐและเอกชนคะ 


หัวข้อการประชุมชื่อ Poverty Conference หรือคือการประชุมว่าด้วยการแก้ปัญหาความยากจน โดยเน้นความยากจนในกลุ่มประเทศอัฟริกา   มีบุคคลสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศของนอรเวย์ ( Ministry of International Development )  ตัวแทนภาครัฐจากประเทศกาน่า และ รวันดา  รวมถึงอาจารย์Paul Collier จากมหาวิทยาลัย Oxford ผู้โด่งดังจากการเขียนหนังสือ The Bottom Billion : Why the poorest countries are failing and what can be done about it?   เป็นผู้บรรยาย ( Key speakers)

การสัมนารอบนี้ ชี้ปัญหาของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาไปที่ "ความล้มเหลวของระบบจัดเก็บภาษี"   ตัวแทนจากประเทศกำลังพัฒนา  และประเทศพัฒนาแล้ว รวมทั้งสิ้นประมาณ 350 คน    ต่างลงความเห็นกันว่า  "ระบบภาษีมีความสัำมพันธ์อย่างเป็นนัยสำคัญกับการพัฒนาประเทศ "      การสัมนาใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง  ดิฉันขอสรุปปัญหา และแนวทางแก้ไขจากการสัมมนา ดังนี้คะ

ปัญหาระบบภาษีในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 

1. รัฐบาลและผู้บริหารประเทศ  ไม่เห็นความสำคัญของการจัดเก็บภาษี  จึงไม่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขเรื่องระบบการจัดเก็บภาษี หรือปรับฐานภาษีให้เหมาะสมตรงตามความเป็นจริง
2. กลุ่มผู้นำ หรือกลุ่มคนระดับบริหาร  ไม่ทำหน้าที่เป็น Taxpayer ที่ดี ทำให้คนในประเทศเอง ไม่กระตือรือร้นที่จะต้องจ่ายภาษี เพราะเห้นว่าแม้แต่ผู้นำยังไม่ทำ ทำไมเราต้องทำ ( เคสนี้แอบคล้ายๆ  ของบ้านเราเลย) 
3. ฐานการจัดเก็บภาษีไม่เหมาะสม  เช่น ภาษีที่จัดเก็บจากรายได้จากการขายทรัพยากรธรรมชาติ  ควรจะสูงกว่าที่ควรจะเ็ป็น ( อันนี้ให้นึกภาพว่าประเทศกลุ่มอัฟริกาเขามีเหมืองแร่เพชรพลอย และน้ำมัน แต่ดันไปเก็บภาษีจากนายทุนในอัตราที่ต่ำกว่าที่ควร) 
4. จำนวนภาษีที่ไม่สามารถจัดเก็บได้ มีเป็นจำนวนมาก  เช่น  กลุ่มคนที่ขายของข้างถนน  หรือกลุ่มคนทำงานเิสริฟในร้านอาหารที่มีรายได้ที่ถึงระดับต้องจ่ายภาษี แต่รัฐไม่สามารถตรวจสอบได้ 
5. Extensive / increasing tax exemption  มีการยกเว้นภาษีให้กับคนบางกลุ่มมากเกินความพอดี
ุ6. ประชาชนไม่เห็นความสำคัญของการเสียภาษี  เพราะไม่เห็นการนำเิิิงินภาษีไปพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ( โอ้โห  อันนี้คิดว่าเป็นแต่เฉพาะที่บ้านเรานะคะ  แถบอัฟริกา ก็เป็นเหมือนกัน) 
7. บางประเทศมีระบภาษีที่ดี แต่ขาดระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ  

แนวทางการแก้ไขปัญหา
1. ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับระบบการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพและมีโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
2. ภาครัฐควรคืนเงินภาษีที่เก็บมา สู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม  
3. ประชาชนควรได้รับความรู้ถึงความสำคัญของการเสียภาษี
4. Transparency หรือความโปร่งใสของระบบการจัดเก็บภาษีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการยกระดับประเทศให้พ้นจากปัญหาความยากจน

ประชุมวันนี้ ได้ประเด็นใหม่ขึ้นมาสองสามประเด็น
1. ดิฉันไม่เคยคิดถึงความสัมพันธ์ของระบบจัดเก็บภาษีที่ดีจะมีผลต่อการพัฒนาประเทศ   แต่วันนี้ผู้พูดทุกคน ( ประมาณ 15 ท่าน) เ้น้นย้ำตรงกันว่า  การจัดเก็บภาษีที่ดี โปร่งใส จะช่วยแก้ปัญหาความยากจน
2. ดิฉันเห็นด้วยอย่างแรง กับคำพูดของ John Christensen, Olav Lundstøl และอีกหลายๆ ท่าน ที่เน้นปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ไม่มีประสิทธิภาพเกิดจากการที่ภาครัฐไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง  คือ ไม่ได้เข้าไปมีส่วนในการวางรูปแบบให้สอดคล้องกับการบริหารประเทศ  
3. การจ่ายภาษี  ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในเจ้าของประเทศ  

ท้ายที่สุด  กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว  เขาเน้นย้ำมาว่า  แม้ว่าเรามีความปรารถนาที่จะช่วยดึงประเทศยากจน ให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสักเพียงใด  ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ  หากคนในประเทศไม่ริเริ่มที่จะช่วยเหลือตัวเองให้เต็มที่ก่อน เพราะไม่มีใครรู้ปัญหาได้ดีเท่ากับคนในประเทศ

ท่านสามารถดูเนื้อหาที่ผู้บรรยายสรุปไว้ในรูปแบบ PDF ได้ที่นี่คะ 

โดย Oslo

 

กลับไปที่ www.oknation.net