วันที่ พุธ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สื่อสัญจรตามรอยเสด็จ ร.5


วันนี้ Suta จะนำเสนอกิจกรรมดี ๆ ที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานมา  ให้เพื่อน ๆ ชาวบล็อกได้รับทราบเป็นเกร็ดความรู้ หลังมีโอกาศได้เยื่ยมชมโบราณสถานและโบราณวัตถุในยุครัชกาลที่ 5 ในโอกาสน้อมรำลึก" 100 ปี แห่งการสวรรคต  ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"  

 

 

เราเดินทางไปถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดตราด

 

     ครูสมโภชน์  วาสุกรี  นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  คอยให้ความรู้กับเรา

ล่าประวัติกันนิดหน่อย  :  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง มีความผูกพันธ์กับเมืองตราดมาก ทรงเสด็จเยือนเมืองตราดถึง 12 ครั้ง   เมื่อคราวที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองแผ่นดินตราด   เมื่อ 30 ธันวาคม 2447  เวลานั้นพระพุทธเจ้าหลวง  มิได้นิ่งนอนพระหฤทัย  กับทรงดำเนินวิเทโศบาย นำเมือง พระตะบอง เสียมราช และศรีโสภณ แลกเอาเมืองตราดกลับคืนมา   ตามหนังสือสัญญา เมื่อ 23 มีนาคม 2449   และวันที่ 6 กรกฎาคม 2450   ฝรั่งเศสก็ได้คืนเมืองตราดมาให้กับไทย   ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จประพาสยุโรป  ทรงมีพระราชโทรเลขกลับมาถึงชาวตราด ว่า

 .....การที่เจ้าทั้งหลายพลัดพรากจากเรานั้น เรามีความเสียดายเป็นอันมาก
แต่บัดนี้มีความยินดีนัก ที่เจ้าทั้งหลายได้กลับคืนมา ในพระราชอาณาจักรของเรา
ซึ่งเราจะเป็นธุระจัดการทะนุบำรุงให้เจ้าทั้งหลายได้รับความสุขสำราญต่อไป  
ภาย         หน้าเราจะได้มาเยือนเมืองตราด  เพื่อเยี่ยมราษฎรชาวตราด ซึ่งเป็นที่ชอบพอ และ           ได้เคยพบปะกันมาแต่ก่อน ๆ แล้วนั้นด้วย…..

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2450   พระองค์ท่านเสด็จกลับจากยุโรป  ได้เสด็จมาปลอบขวัญชาวเมืองตราด  ก่อนกลับคืนสู่พระนคร  ทรงขึ้นฝั่งที่บ้านท่าเรือจ้าง   และเสด็จตามถนนเข้าตลาดขวาง ไปท้ายตลาดใหญ่ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา พระวิมลเมธาจารย์อ่านคำถวายพระพรชัยมงคล  มีพระราชดำรัสตอบปลอบขวัญชาวเมืองตราด   แล้ว   พระราชทานพระแสงราชศัสตราวุธประจำเมือง  โดย พระยาวิเศษ สิงหนาท ผู้ว่าราชการเมืองตราด เป็นผู้รับจากพระหัตถ์และอัญเชิญขึ้นพาตไว้เหนือบันไดแก้ว 

นี่คือ พระแสงราชศัสตราประจำเมืองตราด  วางอยู่เหนือบันไดแก้ว....สวยงามมาก   เป็นครั้งแรกที่คณะสื่อมวลชนได้มีโอกาสเห็นพระแสงราชศัสตราประจำเมือง อย่างใกล้ชิด

เกร็ดความรู้   พระแสงราชศัสตราประจำเมือง มีความสำคัญ 2 ประการ คือ

1. เป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์  เป็นสิ่งสำคัญที่พระราชทานไว้เป็นที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ พระแสงราชศัสตราแสดงถึงพระราชอำนาจสูงสุดตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่พระราชทานแก่หัวเมือง ให้ผู้ว่าราชการเมือง ปฏิบัติราชการต่างพระเนตรพระกรรณ  เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จเหยียบเมือง เจ้าเมืองหรือผู้ว่าราชการเมือง  จะต้องถวายพระแสงราชศัสตรา คืนถวายพระราชอำนาจในการปกครองให้แด่พระองค์   

2.  พระแสงราชศัสตราประจำเมือง เป็นอาวุธสำหรับแทงน้ำในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาประจำปีในหัวเมือง

จุดนี้เคยเป็นพลับพลาที่ประทับ ขณะที่เสด็จเยือนเมืองตราด

  

 ภาพธงช้างสยาม

ยังมีข้อมูล-ภาพ ของพระแสงราชศัสตราประจำเมืองจันทบุรี  ที่อยากจะนำเสนออีก

เราแวะไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดจันทบุรี กันก่อน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองจันทบุรี ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2419  หลังจากนั้นพระองค์ก็เสด็จประพาสอีกหลายครั้ง  พระองค์ทรงโปรดทัศนียภาพของน้ำตกพลิ้วเป็นอย่างมาก




เมื่อครั้งที่สยามประเทศมีข้อพิพาทกับฝรั่งเศส ทำให้จันทบุรีต้องตกเป็นเมืองประกันของฝรั่งเศสชั่วคราว ตั้งแต่ พ.ศ.2436 - 2447 รวมระยะเวลา 11 ปี จากนั้นจึงถอนกำลังไปยึดเมืองตราด และประจันตคีรีเขตต์ (เกาะกง) อีก 3 ปี   ไทยต้องนำเงินพระราชทรัพย์ถุงแดง จ่ายเป็นค่าปรับ 2 ล้านฟรังค์  และยอมเสียดินแดน 62,500 ตารางกิโลเมตร   เพื่อแลกกับอิสรภาพของเมืองจันทบุรี  จนนำมาซึ่งความผาสุกของประชาราฎร

 วันที่ 15 พฤศจิกายน  พ.ศ.2450  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้พระราชทานพระแสงราชศัสตราประจำมณฑลจันทบุรี ทรงพระราชดำรัส ว่า 

.....  บัดนี้เมืองจันทบุรี  ได้เป็นเมืองใหญ่ในมณฑลฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งรัฐบาลของเราได้คิดจะบำรุงให้เจริญดียิ่งขึ้น  เราขอเตือนเจ้าทั้งหลายให้ตั้งหน้าทำมาหากิน และประพฤติตนให้สมควรแก่ความชอบธรรม  ซึ่งควรประพฤติและขอให้มีความไว้วางใจในตัวเรา  ว่าจะเป็นผู้ชื่นชมยินดีในเวลาที่เจ้ามีความสุขสมบูรณ์มั่งคั่ง   และจะเป็นผู้เดือดร้อนกระวนกระวายในเวลาที่เจ้าทั้งหลายต้องภัยได้ทุกข์ โดยอันใช่เหตุ ในเวลานี้เราขอแสดงความไว้วางใจว่า  ข้าราชการทั้งหลายคงจะได้ทำหน้าที่  เพื่อจะทะนุบำรุงให้เจ้าทั้งหลาย  มีความสุขสมดังความปรารถนาของเรา...

 

 

 

 



เกร็ดความรู้   พระแสงราชศัสตรา  ทำด้วยเหล็กสีขาวอย่างดี   ปลายแหลม   คมด้านเดียว  มีน้ำหนักเบา ด้ามพระแสงทำด้วยไม้เนื้อแข็งหุ้มทองลงยา  โคนเป็นลายกนกตาอ้อย  ปลายด้ามเป็นรูปจุฑามณีบัวคว่ำ 3 ชั้น  ประดับด้วยพลอด   ต้นฝักพระแสงทำด้วยทองคำเป็นรูปรักร้อยประดับพลอย  มีกาบกนกหุ้ม  ต้นฝักทำด้วยทองคำเป็นลายก้านขด  ช่อดอกแกมใบประดับพลอย  ตัวฝักพระแสงทำด้วยทองคำดุน  ฝักทั้งสองข้างมีลวดลายต่าง ๆ สวยงามมาก       นับเป็นของสำคัญประจำมณฑลจันทบุรี  ซึ่งจะนำออกมาให้ชมเฉพาะในงานพระราชพิธีเท่านั้น



 พระแสงราชศัสตรา พาดเหนือบันไดแก้ว

                                                                    ผิดถูกประการใดขออภัยไว้นะที่นี่ด้วย

โดย suta

 

กลับไปที่ www.oknation.net