วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่าได้แคร์ ก็แค่ยุโรป DAY 9 ฉันไม่ได้ “กลม”อยู่คนเดียว


DAY 9

ร่างกายตื่นเองตั้งแต่เช้าอีกแล้ว

ฉันโผล่หัวออกมาจากห้องนอนอย่างเงียบ ๆ แล้วรีบย่องไปเข้าฌานในห้องน้ำ

นี่เป็นจุดอ่อนในการเดินทางของฉันอย่างหนึ่ง ที่บางครั้ง “หน้าหนา” และบางครั้งก็มี “ยางอาย” มากผิดปกติ..โดยเฉพาะเรื่องการเข้าห้องน้ำห้องท่า ก็บ้านฝรั่งที่ฉันพบเจอ มักแยกห้องน้ำเป็น 2 ห้องคือห้องน้ำและห้องส้วม เป็นอันบ่งบอกให้รู้แล้วรู้แรดกันไปเลยว่าต้องการจะเพียงแค่อาบน้ำหรือ ขะ-อี้..กันแน่

ภาพบน : ประตูสีเขียว..ทางเข้าบ้านของยูริ

ฉันใช้เวลาที่พวกเขายังไม่ตื่น มานั่งเขียนไดอารี่ ที่ยังกวดตามชีวิตประจำวันไม่เคยทันสักที

ทำโน่นทำนี่จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งวัน ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะยูริมีแขกอีก4 คนจากเว็บไซด์เดียวกับเรา มาขอพักบ้านในช่วงเดียวกันกับการเดินทางของฉัน

ฉันควักข้าวสวยถ้วยที่ 2 ออกมา พร้อมทอดไข่เจียวหอมฉุย เป็นอาหารเช้า

ฉันป้อนให้ทุกคนชิมประหนึ่งว่าเป็นแม่ครัวใหญ่ แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า ฉันร่ำเรียนวิชาการทำอาหาร เฉพาะทางมาเท่านั้น มันคือ สาขาวิชา“ไข่”ศาสตร์

+++++++++++++++++++++++++++++++

ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตของตั๊กแตนปีกเขียว...โลกเบี้ยว ๆ ใบนี้ ชอบเหวี่ยงอะไรมาใส่ฉันอยู่เสมอ สิ่งที่เหวี่ยงมาให้ ถ้าเป็นเรื่องร้ายฉันมักเหวี่ยงทิ้งไปในทันที แต่โชคดีที่ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องดี และคราวนี้โลกก็เหวี่ยงกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยมาให้ศิลปินเดี่ยวอย่างฉันอีกครั้ง

โลกอาจอยากบอกฉันว่า ไม่ได้มีเพียงแต่ฉันเท่านั้น “ที่กลม” เพราะโลกก็กลมเช่นกัน

โลกเลยส่ง “น้องเมย์” เพื่อนรุ่นน้องของฉันเอง ที่บังเอิญมาขอพักบ้านยูริ อย่างไม่ได้นัดหมาย

น้องเมย์และเพื่อนคนไทย เดินทางมาถึงในขณะที่ฉันยังปากเป็นมันจากข้าวไข่เจียวรสโอชาจานนั้น

น้องเมย์และเพื่อน ๆ ทำงานเฉียด ๆ กับวงการบันเทิงและชอบตามล่าเที่ยวงาน music festival เป็นชีวิตจิตใจ พวกเขาเดินทางเพื่อไปดูคอนเสิร์ตและแวะเที่ยวบ้างตามทางที่ผ่าน เมื่อมาเจอฉันซึ่งอยู่วงการบันเทิงเริงใจ(ตัวเอง) เราจึงจูนกันได้ไม่ยากนัก 1 ในเพื่อนของน้องเมย์ เป็นดีเจชื่อดังจากค่ายแกรมมี่ พ่อหนุ่มหน่อเดียวในกลุ่มคนนี้ ดูมีอัธยาศัยดีโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง เพราะพ่อคุณเดินเข้ามาทักทายพูดคุยกับฉันอย่างเป็นกันเอง ประหนึ่งว่าเรารู้จักกันมาได้ 3 ปีกว่าแล้ว

+++++++++++++++++++++++++++++++

อันย่า ผู้น่ารัก ชักชวนให้พวกเราทุกคนออกไปเที่ยวดูเมืองด้วยกัน แม้ว่าฉันจะไม่ชอบเรื่องกระโตงโยงระยางนัก แต่ก็พร้อมรับน้ำใจที่อันย่าหยิบยื่น พวกเราทั้ง 5 รวมทั้งอันย่า และ คาซ่า ผู้เป็นน้องสาว จึงขึ้นรถไฟฟ้ารางไปเริ่มต้นการเดินทางกันที่ Gerichtshof, New Court of Justice แต่ที่นี่ปิดเพราะเป็นวันอาทิตย์ ส่วนอีกแห่งเป็นพิพิธภัณฑ์ Kunst Museum ที่ต้องเสียค่าเข้าไม่คุ้มกับความสนใจ ฉันจึงถอยทัพออกมา แล้วปล่อยให้ 2 หน่อนักเดินทาง เข้าไปเพลิดเพลินในพิพิธภัณฑ์ ส่วนหน่อที่เหลือก็แตกออกไป โดยเราจะไปนัดรวมกันอีกครั้งที่ “กรองปราซ”ศูนย์กลางของเมือง ในตอนบ่ายแก่ ๆ

อันย่า พาพวกเราที่เหลือไปเดินในถนน klooster Straat ซึ่งเป็นที่ถูกใจฉันมากแห่งหนึ่ง

ที่นี่มีของมือสองสวย ๆ เรียงขายให้ลายตาเต็มไปหมด แต่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถซื้ออะไรกลับไปได้เพราะติดเรื่องความ “สูง” ของราคา และความ “ใหญ่”ของสินค้านั่นเอง..เป็นอันจบข่าว

ภาพบน : รกแบบติสท์ ๆ

ที่ริมแม่น้ำ Schelde เราเดินลัดเลาะแม่น้ำและท่าเรือที่เขาว่ากันว่าใหญ่มาก ที่นั่น..มีหนังกลางแปลงปิดวิก เห็นแล้วอยากไปเปิดแผงขายยาลม ยาดม ยาหม่องแถมด้วยข้าวโพดคั่วเสียจริง ๆ

ภาพบน : โรงหนังปิดวิก..มีทรายให้นอนเกลือกด้วย

ไม่ห่างไปจากกันนัก มีพิพิธภัณฑ์ National Maritime Museum “Steen” สวยงามจับใจ แต่ชื่นชมได้ไม่นาน“เวลา”ก็พลันมาฉุดรั้งให้ฉันเร่งเท้าเพื่อไปให้ถึงจุดนัดพบกับหน่อ ๆ ทั้งหลายที่กรองปราซ

ภาพบน : สตรี....ดอกไม้....งามได้ไม่แตกต่าง

ตรงบริเวณจุดนัดพบนั้น...น้องเมย์และเพื่อน ๆ ของเธอ หยิบขนมปังแผ่นมาแบ่งปันกันกิน แม้เธอจะหยิบยื่นมาให้แต่นิสัยคนไทยก็ยังเกรงใจอยู่วันยังค่ำ ศิลปินเดี่ยวอย่างฉัน..เริ่มเปิดคอนเสิร์ตบรรเลงเพลงร็อคในกระเพาะอาหารอย่างทันท่วงที “ความหิว”ทำให้ฉันต้องขอแยกวง เพื่อไปหาอะไรใส่ท้อง

ภาพบน : จุดนัดพบของเราในวันนี้

ฉันรู้สึกเป็นอิสระอีกครั้ง เมื่อได้กลับมาเดินลำพังเพียงคนเดียว

ทำไมฉันจึงเป็นเช่นนี้นะ..เมื่อมีเพื่อนมากมายอยู่รอบข้าง ฉันก็สนุกสนานและเข้ากันกับพวกเขาได้ดี แต่เมื่อได้อยู่กับตัวเองตามลำพัง ฉันกลับรู้สึกเหมาะเจาะกับความเป็นตัวเองเสียมากกว่า

“ตั๊กแตน เอ๋ย..เจ้าชอบโบยบินใช่ไหม”...ฉันตอบว่าใช่ และก็ใช่ ฉันชอบบิน

+++++++++++++++++++++++++++++++

ณ ลานกว้างของ Groenplaats มีการจัดงานคล้ายงานวัดในเมืองไทย

ที่นี่มีเกมส์ต่าง ๆ ให้เล่น มีการแสดงบนเวที และมีปืนยาวอัดลมขนาดใหญ่ เอาไว้ให้มนุษย์สูงใหญ่อย่างคนฝรั่งได้ลองยิงเล่น ฉันชอบยิงปืน แต่สาวเอเซียอย่างฉัน..แค่คว้าปืนขึ้นมาประทับบนบ่าก็เล่นแทบไหล่หลุดแล้ว..ส่วนเรื่องมือนิ่งตอนยิงเป้านั้นไม่ต้องพูดถึง..ความหนักของปืน เล่นเอามือฉันส่ายเป็นงูเชียวหล่ะ...แต่จนแล้วจนรอด..ก็มีคนมาขโมยยิงเป้าของฉันให้ไม่อายใคร..หรือหากจะเป็นฝีมือของฉันเอง ก็ถือว่าไม่เสียแรงที่เกิดเป็นลูกทหาร

ภาพบน : อยากใส่ชุดแบบนี้ แล้วยิงบ้างอ่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++

ท่ามกลางเสียงอึกทึกของรถราและผู้คนที่ขวักไขว่อยู่บนท้องถนนในเมืองแอนท์เวิร์ป

1 ในหลายหมื่นพันห้องพักของอพาร์ทเม้นท์นั้น กำลังมีมนุษย์ที่เรียกเชื้อสายเผ่าพันธุ์ตัวเองว่า “คนไทย” รวมตัวกันอยู่ 5 ชีวิต พวกเราทุกคนรวมการเฉพาะกิจเพื่อ “ทำอาหารไทย” เลี้ยงเจ้าของบ้านผู้ใจดี

พริกแกงเขียวหวานที่ฉันพกมาจากบ้าน ได้ออกมาเผยโฉมและทำหน้าที่เผยแพร่ความเป็นไทยในวันนี้ โดยเมนูที่เราลงมือทำได้แก่ แกงเขียวหวานผัก ไข่เจียวหอมใหญ่ ไข่เจียวมะเขือเทศ ผัดผักรวมน้ำมันหอย ผัดผักรวมพริกแกง และ ข้าวสวยร้อน ๆ

อันย่า เชื้อเชิญคนไทยที่พักอาศัยอยู่ในแอนท์เวิร์ปมาร่วมวงด้วยอีกคน ดูเหมือนว่าพี่คนนี้จะเป็นฮีโร่มาช่วยกู้หน้าให้พวกเราได้มาก เขาเอาเครื่องปรุงต่าง ๆ มาเสริมทัพและแก้รสชาดที่เราทั้ง 5 ทำกันตามมีตามเกิด

ภาพบน : คนไทยช่วยกันคนละไม้ละมือ..แต่ไม่มีใครทำเป็นสักคน

ภาพบน : ดีกว่าเอาปากอมลิ้นหน่อยนึง...

ภาพบน : เปล่าค่ะ...อันนี้เปล่าทำ...แหะ แหะ

สิ่งที่ฉันภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือฉันได้แสดงฝีมือการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ให้กับทุกคนได้กิน ไม่เสียแรงที่เกิดเป็นลูกหลานชาวนา ความทรงจำที่เคยเห็นแม่ใช้ไม้ขัดหม้อเอาไว้ดงข้าวและบางคราวก็เอามาใช้ตีก้นฉันนั้น มันทำให้ฉันได้ใช้วิชาเก่า ๆ ในยามที่เราขาดหม้อหุงข้าวไฟฟ้าในประเทศเบลเยี่ยมนี่เอง

เสียงเพลงสไตล์ Techno dance กระหึ่มดังอยู่ในห้องโถงเพื่อเรียกร้องความคึกคัก แต่หัวใจของฉันกำลังร้องเพลงชาติไทย “ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย....”

ฉันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก กับการที่ได้เห็นคนไทยหลาย ๆ คนมารวมอยู่ด้วยกันในบ้านเมืองที่ต่างเชื้อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ถึงเราคนไทยจะมาจากต่างที่ต่างถิ่น...แต่เมื่อได้รวมกัน...ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ๆ คนไทยมองหน้าก็รู้ใจ แถมรอยยิ้มใส่เข้าอีกนิดหน่อย ยิ่งอร่อยเหาะ

ค่ำคืนนี้...ดูเหมือนว่าทุก ๆ คน จะมีความสุขในวิถีของตนเอง บางคนก็จับคู่นั่งคุย บางคนก็กินดื่มและแดนซ์ ส่วนฉันได้เพื่อนใหม่เป็นคนไทยที่อยู่ที่นั่น ไม่รู้ว่าฉันเหมือนกะเทยมากไปหรือเปล่า แต่ที่รู้คือฉันมักเข้ากันได้ดีกับมนุษย์ลักเพศโดยเฉพาะ “เกย์” เพื่อนใหม่คนไทยของฉัน

ภาพบน : คนหล่อ ๆ แต่ไม่เป็นเกย์ยังมีหลงเหลืออยู่บ้างไหมนะ

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ฉันท์ใด บ้านยูริก็เงียบสงบลงได้ฉันท์นั้น

พวกคนรุ่นใหม่วัยคะนองคึก ปิดโปรแกรมสนุกสนานด้วยการออกไปดื่มกินและท่องราตรีกันต่อ

ส่วนฉัน คนรุ่นใหม่แต่วัยดึก ไม่นิยมความอึกทึกของแสงสีเสียงในยามค่ำคืนมากจนเกินไป จึงขอตัวนอนพักเอาแรงเพื่อแสงและสีเสียงของธรรมชาติในวันพรุ่ง...ราตรีสวัสดิ์....


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

โดย tanthainium

 

กลับไปที่ www.oknation.net