วันที่ พุธ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้หญิงซุกผัว


ติดไว้นานมากๆ แล้ว
ว่าจะโพสงานเขียนใน ITYM WAR BOOK
เพิ่งค้นเจอต้นฉบับค่ะ โพสไว้เล่นๆ แล้วกันนะ เผื่อว่าใครจะแวะมา...
นอกจากชิ้นนี้แล้ว ยังมีอีก 2-3 เรื่อง จะทยอยลง เดี๋ยวจะะยาวไป
ทั้งหมดอยู่ในธีมว่าด้วยเรื่อง “สงคราม” ค่ะ
ในทัศนะของฉัน สงครามของลูกผู้หญิงนี่หละ สำคัญนัก...




“รสนา ซุกผัว” ฮาดีตอนอ่านเจอประโยคนี้ครั้งแรก ใน web ไหนสักแห่ง สงสัยว่าแกก็อายุก็ไม่น้อยแล้วจะไปซุกทำไม อย่างไร เอ๊..ยังไง อ่านไปอ่านมาก็แค่แกใช้ นส. นำหน้า ก็แค่ไม่จดทะเบียนตามกฏหมายเพื่อแปลงร่างเป็นนางตามจารีตของคนมี “ผัว”เท่านั้นเอง ฉันไม่ประหลาดใจอะไรกับแนวคิดของแกที่แต่งงานแต่ไม่จดทะเบียนสมรส เห็นชอบด้วยประการทั้งปวง สิทธิที่พึงทำได้ดูหัวใหม่ด้วยซ้ำ สำหรับคนอายุประมาณนั้น แนวมาก

 เมื่อไม่นานมานี้ผู้หญิงได้รับการปลดแอกสำคัญอย่างยิ่ง ผู้หญิงมีสิทธิที่จะเลือกใช้คำนำหน้าได้ตามอำเภอใจไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใดๆ ฉันมองว่ามันเป็นความก้าวหน้าด้านสิทธิสตรีอย่างหนึ่งในสังคมไทย “คำนำหน้า” ที่ดูเหมือนปกติธรรมดา มันยังไม่ส่งผลหรอกหากวันใดที่คุณยังเป็นผู้หญิงไม่หย่า แต่หย่าเมื่อไหร่ “นาง” ไม่ไ้ด้ไปไหนทั้งที่ “นาย” เขาไปเกิดใหม่ เสวยสุขกับนางสาวคนใหม่ ไม่รู้กี่คนแล้ว “นาง” ยังคงสถิตย์อยู่เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลของคุณ คำว่า“แม่ม่ายผัวทิ้ง” รุนแรงยิ่งกว่า “แม่ม่ายผัวตาย” หลายร้อยเท่า ในใจแม่ม่ายผัวทิ้งหลายคน คงภาวนาให้ผัว (มัน) ตายไปเลยดีกว่า

ก่อนหน้านี้ ผู้หญิงลูกติดที่อยู่คนเดียว ยังใช้คำนำหน้าว่า“นาง” ยังใช้สกุลของสามีเก่า ฉันว่ามันเหมือนถูกสังคมตีตราถึงความบกพร่องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ”ตัวไม่ดีหรือเปล่า ผัวเลยทิ้ง” อันนี้ก็น่าจะสวนกลับไปแบบไม่ลังเล “ชั้นเป็นคนทิ้งย่ะ ผู้ชายหาเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ดีจะเอาไว้ทำอะไรมิทราบ” ตอนนี้เลิกแล้ว ผู้หญิงสามารถกลับมาใช้สกุลเดิมได้ หลายคนคงรู้สึกถึงอิสระ เปรียบได้กับ “เริ่มชีวิตใหม่” กันเลยทีเดียว แต่ผู้หญิงหลายคนก็ยังคงยินดีและยืนยันที่อยากเปลี่ยนนามสกุลตามต้นตระกูลสามี อย่างภาคภูมิใจ “แหมก็เขาออกจะร่ำรวย ตระกูลเก่าแก่ ไฮโซขนาดนั้น ไม่เปลี่ยนก็โง่อ่ะดิค่ะ” ต่างจิตต่างใจกันไป 



เรื่องนี้สำคัญไม่ใช่น้อย การจะจดไม่จด คุยกันตั้งแต่เริ่มต้นให้เข้าใจกระจ่างชัดไปเลยน่าจะดีกว่า ชีิวิตคู่จะได้ง่ายขึ้น แม้มันจะไม่ง่ายเท่าไหร่ก็เหอะ

หลายๆ ๆๆๆวันก่อน ฉันจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ ฉันบังเอิญกดรีโมทไปเจอ การสัมภาษณ์ของสาวสวยระดับนางสาวไทย พิธีกรถามเธอว่าถ้าไปประกวดแล้วไม่ได้อะไรกลับมา วางแผนชีวิตไว้ว่าไงบ้าง เป็นคำถามปกติที่ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็คงจะเจอเมื่อเขากำลังก้าวไปสู่อะไรใหม่ ๆ หรือกำลังเป็นคนดัง มีชื่อเสียง “ก็คงทำงานในตำแหน่งสักพัก แล้วก็แต่งงานมีลูกค่ะ” ถ้อยคำบ่งบอกทัศนคติ ฉันไม่แน่ใจเพราะมีตำแหน่งงามๆ อะไรเนี่ยการันตีความงามนอกงามในหรือเปล่า เธอถึงคัดสรรคำตอบที่สะกิดใจฉัน

ทำให้ฉันหวนคิดถึงวงจรมาตรฐานชีวิตของลูกผู้หญิง  เด็กทารก--> เด็กเล็ก --> เด็กโต  -->วัยรุ่น สวยงาม+ฉลาด -->วัยทำงาน มีความสามารถ  มีความรัก --> แต่งงาน มีลูก  --> เป็นแม่+เมีย --> ดูแลครอบครัว สามี-ลูก  -->รางวัลคุณแม่ดีเด่นแห่งชาติ โล่ห์ประกาศเกียจติคุณ --> คุณแม่ตัวอย่างที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง (^-^)

ชีวิตผู้หญิงมันน่าจะแค่นั้นเหรอ????

เป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ผู้หญิงจะถูกสังคมคาดหวังการเป็นแม่ และเมียที่ดี รักครอบครัว ดูแลลูกดูแลบ้าน เมื่อแต่งงานแล้วสิ่งเหล่านี้คงเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตลูกผู้หญิง เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน  (ถึงขั้นแจกโล่ห์) ถึงกระนั้นผู้หญิงอีกหลายๆ คนที่ชีวิตมิได้มาตรฐานเช่นนั้นหละ พวกเธอจะเป็นอย่างไร

 แค่สงสัย..... มีผู้หญิงมากมายที่ชีวิตพวกเธอไม่ได้งดงาม ราบรื่น เส้นทางตลบอบอวลไปด้วยกลิ่บกุหลาบขนาดนั้น  การมีชีวิตบางครั้งก็เหมือนกับทำสงคราม  มันขึ้นอยู่กับว่ากำลังทำสงครามกับอะไร แต่ละคนรูปแบบคงแตกต่างกันไป  เคยนั่งคิดมั้ยคุณผู้หญิงทั้งหลายตั้งแต่โตมา ช่วงชีวิตไหนคุณทำสงครามสาหัสสุดๆ

สำหรับฉัน คิดว่าชีวิตผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งก็ตอนแต่งงานนี่หละคุณว่างั้นมั้ย...ดังนั้นผู้ชายที่เลือกมาเดินข้างกัน จึงสำคัญมากมาย



มีคนชอบพูดว่า “การแต่งงานก็เหมือนกับการซื้อหวย”  ถ้าคุณโชคดี ก็เหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่ แต่ถ้าไม่ถูกล่ะ หวยซื้อใหม่ได้ ครั้งแล้วครั้งเล่า สิบห้าวันซื้อได้ที เสี่ยงโชคได้ทุกเมื่อเชื่อวัน แถมตอนนี้บ้านเรามีทั้งหวยใต้ดิน บนดิน หวยเถื่อน หวยหุ้น ได้เสี่ยงดวงกันทุกวัน เวริค์กว่าเยอะ

ถ้าการเลือกผู้ชายมาแต่งงานทำใด้ถี่เหมือนซื้อหวยก็คงจะดี พอไม่ถูกก็ฉีกทิ้งไป เอาใหม่ (555) เสี่ยงได้ทั้งหวยใต้ดิน บนดิน หวยออนไลน์ เอ..มีหรือยังนะ  เรียกว่าเสี่ยงกันไปเรื่อยๆ คงสักสิบยี่สิบงวด อาจจะถูกแจตพ็อตบ้างก็ได้....แต่อนิจา  ความน่าจะเป็นของหญิงไทยใจงามที่งามอย่างทรงคุณค่า งามอย่างไร้สิวฝ้า หากเธอหาผัวได้แบบซื้อหวยผิดงวดสองงวด คุณค่าความเป็นเธอจะถูกลดทอนไปเท่าไหร่ 

 แต่เดี๋ยวก่อน....นี่มันยุคไหนแล้ว ฉันไม่ได้ฟันธงนะว่าหนุ่มๆ ทั้งหลายยังนิยมตอบคำถามที่ถามว่า “ผู้หญิงในอุดมคติของคุณเป็นยังไง”

   “แม่ของลูกของผมน่าจะต้องเป็นคนเรียบร้อย เป็นแม่ศรีเรือน ดูแลครอบครัว ฉลาดเก่ง การศึกษาดี ทันสมัย สวยก็ดี ฯลฯ”   คุณสมบัติอันทรงคุณค่าที่อาจเป็นแค่ความรู้สึกของผู้ชายยุคไดโนเสาร์   ควานหากันไป 

    “ขอขาว สวย หมวย เอ๊กซ์ละกัน” อันนี้ก็คำตอบฮอตฮิต คนไม่สวย อ้วน เชย เปิ่นบ้านๆ ก็ถอยไปก่อน

    “ผมขอแค่คนที่คุยกันรู้เรื่อง ชอบอะไรคล้ายๆ กัน” อันนี้ก็ใช้เวลานิด  แต่ก็ดูเหมือนผู้หญิงไม่สวยจะมีความหวังขึ้นมาแล้วบ้าง..

ทั้งนั้นทั้งนี้ เชื่อเหอะพอร่วมหอลงโลงด้วยกันแล้ว อะไรๆ หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป ความคาดหวังมาพร้อมความสัมพันธ์ที่แนบสนิท  เมื่อความโรแมนติกห่างหาย สิ่งที่ยังคงพันผูกคนสองคนไว้ได้ มากมายกว่าความรัก ก็คือหน้าที่รับผิดชอบ ภารกิจประจำวัน คนตัวเล็กๆ และอนาคตที่มั่นคงของครอบครัวภายภาคหน้า อืม..หนักนะ

 ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วในความรู้สึกฉัน พวกเธอต้องใช้พลังชีวิตมากมายในการประคับประคองชีวิต ครอบครัว บริหารการงาน การเงิน ให้เป็นไปอย่างสมดุล สิ่งที่ขาดหายไประหว่างนั้น บางคนอาจไม่เคยรู้สึก มันอาจไม่สำคัญเท่าไหร่ ถ้าสิ่งที่เป็นอยู่พวกเธอเลือก และมีความสุขกับมัน คำชื่นชมยินดีมีมาเสมอ หากเธอสามารถทำหน้าที่นอกและในบ้านได้อย่างสมบูรณ์ ครบถ้วน เธอจะคงสถานภาพของผู้หญิงเก่งที่น่าชื่นชม ตามความคาดหวังของสังคม และผู้คนรอบข้าง

ฉันเองก็ชื่นชม....จริงๆ นะ

และฉันอวยพรให้ชัยชนะมาสู่พวกเธอ ไม่ว่าสนามสงครามไหนๆ ภายนอกหรือภายในจิตใจของเธอเอง

 คำนำหน้ามันอาจเป็นแค่เรื่องสัญลักษณ์ กับความหมายที่แตกต่างระหว่างผู้หญิงมีสามีตามกฏหมาย และผู้หญิงโสดที่ไม่ได้ตั้งใจจะ “ซุกผัว” แต่อย่างใด  อย่างไรก็ตามแต่ ความยั่งยืนของชีวิตคู่น่าจะอยู่ที่สถานภาพ สัมพันธภาพที่ลงตัว ชีวิตประจำวันปกติๆ ทีสมดุลต่างหากที่จะทำให้ความรักดำเนินไปอย่างตลอดรอดฝั่ง อยู่อย่างคนที่เข้าใจ ยอมรับซึ่งกันและกัน โดยไม่ต้องมีการตีตราของสังคมมาเกี่ยวข้องสักนิดเดียว

ชักกลัว...บางทีฉันอาจจะโดนข้อหา “ซุกผัว” เหมือนเธอ หนักกว่าอีก ฉันซุกลูกด้วย (555)

ขอบคุณที่แวะมาค่ะ :)

โดย ปุณณดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net