วันที่ พุธ ตุลาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประเทศไทยกับการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ(HIA)



ย้อนหลังไปเมื่อปี
2546 ผมเริ่มงานด้านสุขภาพด้วยงานประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในมุมของภาคประชาสังคมในจังหวัดสงขลา โดยลงไปศึกษากลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย จากโอกาสในวันนั้นทำให้ในเวลาต่อมาได้เรียนรู้งานที่เกี่ยวเนื่องกับการปฎิรูประบบสุขภาพของประเทศไทยอีกหลายๆเรื่อง

7 ปีผ่านไป วงจรการเรียนรู้กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในการจัดระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ได้มีการประชุมเชิงปฎิบัติการการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบ และกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้มาร่วมงาน


เอชไอเอในวันนี้ก้าวหน้าไปมาก และเริ่มมีผลต่อสังคมไทยเป็นอย่างมากด้วย จากวีดิทัศน์ “แลหน้า 5 ปี เอชไอเอ เมืองไทย” บอกเล่าถึงวิถีชีวิตอันเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติของชุมชนใกล้เหมืองจังหวัดเลย ด้านหนึ่งเริ่มมีการพัฒนาอุตสาหกรรม จนเกิดผลกระทบสุขภาพจากทำเหมืองแร่ทองคำที่มีกระบวนการคัดแยกใช้สารเคมี จึงเกิดคำถามถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน


ต่อมาชุมชนที่ได้รับผลกระทบตื่นตัว ได้เริ่มทำแผนที่ชุมชน สร้างข้อมูลวิถีของชุมชนในการรับมือกับผลกระทบ เก็บข้อมูลผลกระทบที่เกิด  ...ภาพเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า เอชไอเอ จะมีพลังหากมีฐานความตื่นตัวของชุมชนรองรับ และหาใช่แค่เป็นเครื่องมือในการต่อต้านนโยบาย หรือยุติ หรืออนุมัติโครงการเชิงนโยบาย แต่ยังสามารถเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของสังคม ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายผู้ลงทุน ภาคเอกชน ชุมชน หน่วยงานองค์กรต่างๆ ทำให้การดำเนินงานนโยบายของภาครัฐไม่เกิดผลกระทบ และช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์


นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องทุกอย่างในบ้านเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคน และมองย้่อนไปในอดีตตนเองเติบโตจากชุมชนสุทธิสาร เป็นชุมชนท้องนา แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป และครั้งหนึ่งเคยไปออกค่ายอาสาสมัครที่จังหวัดเลย มาพบความเปลี่ยนแปลงในวันนี้ยิ่งตระหนักว่าโลกหมุนเร็ว ทุนโลกาภิวัตน์สร้างความเปลี่ยนแปลงมากมาย


อุดรธานีมีเหมืองแร่โปแตชส์ ที่พิษณุโลกที่เนินมะปรางมีแร่ทองทำ


ภาคตะวันออกเคยมีทะเล สวนผลไม้ แต่ปัจจุบันกลายเป็นมาบตาพุด...จ.สระบุรี เป็นพื้นที่รองรับขยะ





เกิดอะไรขึ้นกับการพัฒนาประเทศ? 


และวันนี้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมที่หลายภาคส่วนมาทำงานร่วมกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ อยู่ในสังคมเดียวกัน...เอชไอเอ เป็นเครื่องมือสาธารณะ ของคนไทยทุกกลุ่ม ทุกระดับ มีการพัฒนามา 10 ปีแล้วโดย สวรส.(สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) เป็นองค์กรแม่


เอชไอเอ ใช้เป็นเครื่องมือในการอนุมัติ อณุญาต โครงการ กิจการ และเป็นเครื่องมือเรียนรู้ของสังคมในการอยู่ร่วมกัน ปกป้องรักษาสิทธิชุมชนของตน ในการกำหนดอนาคต ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน...เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการพัฒนา ตามรูปแบบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม


และเอชไอเอ ไม่ได้มีขอบเขตจำกัดแค่ขอบเขตประเทศ เอชไอเอ จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและสากลได้อย่างไร


นายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ ประธานกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ กล่าวถึงสังคมไทยเรียนรู้เครื่องมือนี้มานานแล้ว ในบริบทสุขภาพตามความหมายของพรบ.สุขภาพแห่งชาติ 2550 เอชไอเอ เป็นกลยุทธ์ เป็นเครื่องมือ ในการวัดสุขภาวะทางปัญญา สร้างให้เกิดสังคมสมานฉันท์เสียด้วยซ้ำ ดังนั้นกระบวนการที่จะทำให้เกิดสังคมสุขภาวะนั้นจึงสำคัญมาก


องค์ประกอบทั้ง 4 คือ สุขภาวะด้านกาย จิต สังคม และปัญญา สุขภาวะทางปัญญามีความสำคัญมากในสังคมที่หลากหลาย ซับซ้อน มีความขัดแย้ง หากเราไม่สามารถมีภูมิปัญญา มีระบบ มีเครื่องมือที่ดีพอ เราอาจพบหายยะได้ไม่ยาก


ภาคีที่เรามีอยู่ ที่สามารถสร้างระบบ และต้องการการต่อยอดให้เอชไอเอขยายผลต่อไป


เอชไอเอ ไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นพันธะสัญญาของประชาคม ซึ่งจะมีความมั่นคง ถาวรกว่าบังคับขู่เข็ญ เอชไอเอเป็นวัฒนธรรมของสังคมมิใช่ข้อกำหนด เป็นสิ่งดีงามที่สังคมควรรับและนำไปใช้กัน และเอชไอเอควรเป็นสาระ แก่นกลางในวิถีชีวิตของชุมชน


ชุมชนหลังแนวท่อก๊าซที่ได้รับผลกระืทบ


หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ให้ดูน้ำมันหม่องต่อเดือนที่ใช้


ในเบื้องต้นการทำแผนยุทธสาตร์ให้ความสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่

1.การประเมินผลกระทบสุขภาพกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในระดับชุมชน (Community Health Impact Assessment : CHIA)

3.การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในระดับนโยบายสาธารณะ กรณี การจัดทำผังเมือง

4.การจัดการศึกษาการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ

5.การสื่อสารทางสังคมกับการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ

6.การพัฒนาระบบข้อมูลรองรับการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ

7.การประเมินผลกระทบในระดับนานาชาติ


การจัดทำยุทธศาตร์ 5 ปีของการจัดระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ จะเป็นภาพเชิงปฎิบัติการมากกว่าสร้างวาทกรรม...เราอยากเห็นอะไรเกิดขึ้น เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ? วางภาพวิสัยทัศน์ในอนาคต? มีเป้าประสงค์อะไร? จะมีกลยุทธในการบรรลุเป้าหมายอะไร? ใครที่เกี่ยวข้อง? ใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย? มีข้อจำกัด มีข้อเสริมหนุนอะไรมาช่วยขับเคลื่อน?  

 

การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในระดับชุมชน (Community Health Impact Assessment : CHIA)

ความหมายของการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของสังคมในการวิเคราะห์และคาดการณ์ผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาจจะเกิดขึ้นจากนโยบาย โครงการ หรือ กิจกรรม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง หากดำเนินการในช่วงเวลาและพื้นที่เดียวกัน โดยมีการประยุกต์ใช้เครื่องมือที่หลากหลายและมีกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้เกิดการตัดสินใจที่จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว


HIA อยู่ในมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ จะเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับการทำ EIA ไม่ได้แยกเป็นการทำรายงานคนละเล่ม โดยเพิ่มขั้นตอนลงไปคือ การกำหนดขอบเขตการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพโดยสาธารณะ และการตรวจสอบร่างรายงานโดยสาธารณะ


คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thia.in.th, www.nationalhealth.or.th


นโยบายสาธารณะที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่

1.การจัดทำและปรับปรุงผังเมือง ที่อาจนำมาสู่โครงการหรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงในอนาคต

2.การจัดทำแผนภูมิภาค เช่น แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค

3.การจัดทำแผนโครงข่ายการคมนาคม

4.การจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า

5.การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแร่/เหมืองแร่

6.การกำหนดนโยบายและ/หรือการวางแผนการเพาะปลูก/เพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตที่ดัดแปลงพันธุกรรม

7.การกำหนดนโยบายและ/หรือการวางแผนทำการเกษตรขนาดใหญ่

8.การกำหนดนโยบายและ/หรือการวางแผนเกี่ยวกับวัตถุอันตราย กาของเสียอันตราย และสารกัมมันตภาพรังสี

9.การกำหนดนโยบายการค้าเสรีหรือการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

10.การวางแผนเพื่อดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดในพื้นที่ที่มีคุณค่าทางการอนุรักษ์ เช่น พื้นที่ต้นน้ำลำธาร พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติและระดับนานาชาติ เป็นต้น



ประสบการณ์การทำงานในจังหวัดเลย พบว่า CHIA เป็นการเสริมหนุน เตรียมความพร้อมให้ชุมชนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ทำให้ชุมชนได้เรียนรู้ปัญหาโดยมีกรอบเรื่องสุขภาพเป็นแกนในการเรียนรู้ ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลชุมชน สร้างฐานข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการตัดสินใจ นอกจากนั้นยังเป็นการเสริมพลังให้ชุมชนในการใช้สิทธิตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ


ขั้นตอนที่สำคัญ

· การกลั่นกรองโครงการ

· การกำหนดขอบเขตโดยสาธารณะ(มีข้อจำกัดด้านเวลา ผู้เข้าร่วม ความรู้ ความเข้าใจ)

· การประเมินผลกระทบ

· การทบทวนร่างรายงานโดยสาธารณะ

· การเขียนรายงาน

· การกำกับ ติดตาม (ควรจะให้สาธารณะมีบทบาทด้วย มิใช่แค่กลไกที่เกิดขึ้นตามระบบ ที่มีปัญหาแยกส่วน ขาดการมองทั้งระบบ)


ปัญหาที่พบ

· ช่องว่างในด้านข้อมูล มีข้อมูลจากโครงการที่ลงไปในพื้นที่ ที่ไม่ครบถ้วน รอบด้าน มากพอที่จะเข้าใจปัญหา มองภาพอนาคต และข้อมูลของชุมชนที่ยังอยู่ในวิถีชีวิต เป็นที่รับรู้ มีการปิดบังข้อมูลไม่ให้เข้าถึงข้อมูล หน่วยงานภาครัฐมีภารกิจเต็มหน้าตัก ทำให้ไม่สามารถมาช่วยสนับสนุนงานข้อมูล


· วัฒนธรรมธุระไม่ใช่ของชุมชน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือมีข้อจำกัดในด้านวิถีชีวิต ต้องทำมาหากิน ทำให้เป็นภาระของชุมชนในการเรียนรู้ข้อมูลโครงการ การตั้งคำถามต่อนโยบาย การพิจารณาร่างรายงาน

โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net