วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เดินเกมรุกอย่าห่วง 'เจรจา'


สวนทางปืน / เนชั่นสุดฯ (ฉ.787)

 ตลอดสัปดาห์มานี้ ดูเหมือนความคึกคักของสถานการณ์ 3 จังหวัด เริ่มเข้าห้วงที่ผู้เขียนอยากเรียกว่า 'เทศกาลเก่า ประเพณีเดิม' ความเป็นจริงของสถานการณ์ชายแดนใต้ ที่เป็นอยู่ และควรจะเป็นในปัจจุบัน

 สถานการณ์ของการบุกเข้าปิดล้อมตรวจค้น รวมทั้งควบคุมตัว จับกุม เป็นสภาพการณ์ที่มีเสียงเรียกร้องจากผู้คนหลายฝ่ายมาโดยตลอด  กุศโลบายว่าด้วย 'สมานฉันท์' ถูกเรียกร้องให้ผนึกหีบเก็บเข้าตู้ลั่นดาลกุญแจสักเจ็ดดอก

 วันนี้จึงเห็นภาพข่าวการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหลายคน แม้อาจจะมีเสียงท้วงติงบ้าง เพราะเกรงจะมีการจับแพะชนแกะทำให้ประชาชนคนบริสุทธิ์เดือดร้อน หรือบางคนอาจจะไปไกลกว่านั้นอีก   ถึงขั้นคิดว่าอาจเกิดสงครามกลางเมืองได้ ซึ่งก็มีเหตุผลน่ารับฟังทีเดียว   แต่มีข้อน่าสังเกตอยู่บ้าง เช่น

 1) การเข้าจับกุมหรือควบคุมตัวคราวนี้ไม่มีการชุมนุมออกมากดดันให้ปล่อยตัวแต่อย่างใด

 2) การปิดล้อมตรวจค้น ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ปรากฏว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องและหายไปจากหมู่บ้าน หรืออยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ โดนไปหลายคน

 ถือว่างานยุทธการของฝ่ายทหารในคราวนี้ สามารถกู้หน้ากู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาได้ดี ถึงแม้จะยังมีเหตุการณ์ระเบิดรายวัน ฆ่ารายวัน เกิดขึ้นอยู่อีกก็ตาม

 แต่เห็นได้ชัดว่ามีปริมาณที่น้อยลง และความรุนแรงก็ลดน้อยถอยลงด้วย ถือว่าเข้าทางฝ่ายที่เรียกร้องให้ฝ่ายรัฐจัดการปัญหา 3 จังหวัดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดซะที

 ชนิดที่เรียกได้ว่าฝ่ายเรียกร้อง 'สมานฉันท์' ต้องอึ้งไปเหมือนกัน  คงเป็นเพราะสภาพการณ์ของพื้นที่ตลอดมา มันเกิดเหตุง่ายเสียจนไม่อยากจะพูดคุยกับใครแล้ว  ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง สูญเสียกำลังพลของตัวเองหนักหนาสาหัสเหมือนกัน โดยเฉพาะล่าสุดการลอบวางระเบิดนายอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี จนต้องเสียชีวิต ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนมหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายทหารก็เคยสูญเสียผู้การฯ จังหวัดยะลา มาแล้ว

 อีกอย่างสถานการณ์ความรุนแรง ดูเหมือนมันจะพัฒนาตัวเองไปจนเลยธงการต่อสู้ของนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์เสียแล้ว เพราะระยะหลังมานี้ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบฯ ใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ชนิดน่าจะเป็นคนป่า ไร้อารยธรรมมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าแล้วเผา หรือ ยิงแล้วเอามีดสับ ตัดหัว ผ่าท้อง ล้วนเป็นพฤติกรรมของคนสติแตก มากว่านักรบเพื่ออุดมการณ์ จนนำไปสู่ภาวะที่ประชาชนทั้งพุทธ-มุสลิม หวาดกลัวและเอือมระอา

 ผู้คนที่โยกย้ายทำกินนอกพื้นที่สามจังหวัด ถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ ส่วนที่โยกย้ายกันในพื้นที่เอง ไม่ว่าคนนราฯ ไปทำสวนอยู่ยะลา คนยะลาทำสวนปัตตานี หรืออื่นๆ ก็ต้องโยกย้ายกลับคืนถิ่นบ้านใครบ้านมัน โกลาหลกันไปหมด เพราะไม่ไว้วางใจใครกันอีกแล้ว  ข่าวลือข่าวเล่า ฟังแล้วเสียวสันหลังกันไปหมด

 สภาพการณ์เช่นนี้ ส่งผลให้การตัดสินใจเปิดยุทธการรุกทั่วด้านของฝ่ายรัฐ จึงดูเหมือนจะสอดรับกับความรู้สึกของประชาชน ประกอบกับบรรดาแนวร่วมที่ฮึกเหิมในแต่ละพื้นที่ ต้องหลบฉากกันวุ่นวาย โดยเฉพาะในบางพื้นที่ ได้ตัวเด็กหนุ่มที่เคยสะพายปืนอาก้าเดินอวดคนในหมู่บ้าน เที่ยวนี้โดนรวบตัวไปหลายคน ทั้งมือประกอบ มือวางระเบิด ก็โดนเข้ากรุไปด้วย แม้วันนี้อาจยังไม่เห็นผลสะเทือนต่อแนวรบมากนัก แต่เชื่อว่าห้วงต่อไปคงต้องมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นมาบ้าง

 เพราะวันนี้เครื่องไม้เครื่องมือทางนิติวิทยาศาสตร์ของฝ่ายรัฐ ค่อนข้างสมบูรณ์ มีทั้งตรวจผลดีเอ็นเอได้รวดเร็วทันใจ แถมยังมีเครื่องตรวจหาสารประกอบระเบิด ตามติดสถานการณ์ ทำให้ความคลางแคลงใจของผู้คน หรือความหวาดระแวงรัฐไม่ไว้ใจเกรงจะจับแพะจับแกะ ก็คลี่คลายไปเยอะ

 เมื่อพิจารณาทั้งสองประเด็น  หนึ่ง - คือความเบื่อหน่ายของผู้คน และสอง - ความเชื่อมั่นในนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้การเปิดยุทธการรุกครั้งนี้จึงแทบไม่มีเสียงด่า หรือวิพากวิจารณ์มากนัก  ถึงแม้อาจมีการคาดการณ์หรือประเมินกันอยู่บ้างของผู้คน เพราะเกรงการตอบโต้ของฝ่ายขบวนการฯ จะทวีความรุนแรงและเข้มข้นขึ้น จนนำไปสู่สงครามกลางเมือง

 สำหรับผู้เขียนคาดว่าคงยากยิ่งเช่นกัน ที่จะนำไปสู่สถานการณ์เช่นนั้น  เพราะองค์ประกอบตามทฤษฎีที่เขาพูดๆ กันนั้น มันไม่ง่ายนักที่จะเกิด  ไม่ว่าจะเป็นประเด็น

 1) เกิดกลุ่มต่อสู้สองฝ่าย ห้ำหั่นกันเพื่อควบคุมอำนาจทางการเมือง หรือต่อสู้ยื้อยึดดินแดนจนเกิดพื้นที่ปลดปล่อยที่กองกำลังอีกฝ่ายเข้าไปไม่ได้ หรืออาจไปได้สูงสุดคือการต่อสู้กดดันกันจนกระทั่งสามารถเปลี่ยนแปลงจุดยืน หรือนโยบายทางการเมืองการปกครองชนิดคว่ำฟ้าพลิกแผ่นดิน

 2) เกิดการต่อสู้ฆ่าแกงกันจนกองกำลังทั้งสองฝ่ายตายกันไปเป็นพันคน แต่วันนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ฝ่ายกันได้เลยว่าที่เสียชีวิตนั้นเป็นคนฝ่ายไหน จะเห็นกันชัดเจนก็แต่เฉพาะฝ่ายรัฐที่สวมเครื่องแบบเท่านั้น หากเป็นอีกฝ่าย บางทียังจะมีม็อบออกมาตะโกนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์เสียด้วยซ้ำ

 3) หรือเมื่อมีกลุ่มคนที่กล้าต่อต้านอำนาจรัฐ และมีการจัดตั้งกันเป็นขบวนการ และใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องและทัดเทียมกัน จนเกิดสงครามระหว่างกันอย่างดุเดือด

 ถ้าสถานการณ์เหล่านี้เรียกว่าสงครามกลางเมือง คงวิเคราะห์ฟันธงได้เลยว่า วันนี้ของสามจังหวัดยังไม่ใช่ ถึงแม้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตจะมากเพียงใด แต่ก็มีเหตุแห่งการสูญเสียที่ไม่ชัดเจน ไม่ใช่การปะทะกันด้วยกำลังอาวุธโดยตรง แต่เป็นการซุ่ม เป็นการแอบโจมตี และทำกันอยู่ข้างเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่

 ถึงแม้วันนี้จะมีการพูดถึงการเจรจาให้ได้ยินกันเป็นระลอกๆ บ้าง แต่ทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงแค่ข่าว หรืออาจเป็นข่าวลือด้วยซ้ำไป  เพราะเงื่อนไขที่ท้าทายที่สุดของการหาคู่เจรจา คือ การหาผู้บัญชาการตัวจริงเสียงจริงที่สั่งหยุด สั่งเดินได้  และต้องพิสูจน์เป็นรูปธรรมได้ชัดเจนด้วย

 แต่ความจริงไม่ต้องควานหาให้ปวดหัวเปลืองงบประมาณ เพราะฝ่ายขบวนการเปิดศึกคราวนี้ไม่ตั้งใจจะเจรจาและเปิดเผยตัว ประเมินกันว่าจะก่อความรุนแรงและสร้างสถานการณ์ไปเรื่อยๆ หรือพูดง่ายๆ คือ จะปิดคางตัวเองแล้วชกลำตัวคู่ต่อสู้ นวดไปเรื่อยๆ เอาให้น่วมให้ช้ำกันเต็มที่ทั้งสองฝ่าย จนประชาชนคนไทยกดดันรัฐบาล ให้รู้สึกเหนื่อย เซ็ง และเบื่อสุดๆ พอถึงสภาวะนี้นั้นแหละ จึงจะมีการเจรจา

 แต่นี่เป็นเพียงการประเมินของฝ่ายขบวนการฯ ในวันนี้เท่านั้น  ซึ่งข้อเท็จจริงเมื่อถึงจุดนั้น สภาพการณ์ในหัวใจของประชาชนอาจไม่เป็นอย่างที่คาดคิดก็ได้  เพียงแค่สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ปัจจุบันก็แทบไม่มีใครกล้าแสดงความรับผิดชอบแล้ว เพราะกลัวการล้างแค้นจากบรรดาญาติพี่น้องผู้ที่เสียชีวิตจากฝีมือของขบวนการ ว่ากันตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จนถึงวันนี้คนที่แสดงตัวว่าเป็นคนสั่งเป็นสั่งตายใครๆ ได้ในพื้นที่ไหน ถ้าไม่หลบๆ ซ่อนๆ อย่างจริงจัง ทำตัวอหังการ เดินในหมู่บ้าน เป็นเสร็จทุกราย และคนจัดการก็ไม่ใช่ใครไกลอื่น ก็คนในหมู่บ้านเดียวกันนี้แหละ

 ฉะนั้น ในหมู่บ้านมีถนนให้เดินเฉพาะแนวร่วม หรือมืองานเท่านั้น แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับคนสั่งการ เช่นเดียวกัน ในระดับองค์กรนำ ไม่ว่าจะชั้นสูงแค่ไหน ตราบใดที่มีลูกมีเมียนอนอยู่ในหมู่บ้าน ก็เสียวสันหลัง นอนไม่หลับง่ายๆ เหมือนกัน หากเผยตัว

 ในพื้นที่สามจังหวัดและสังคมมุสลิมนั้น ระบบเครือญาติและพวกพ้องนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ ผู้คนที่นี้มีคำเฉพาะเรียกหลานกับหลานของลูกพี่ลูกน้องกัน ชั้นของเครือญาตินั้นเขานับกันสนุก ไม่เหนื่อย และถือเป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีที่ใครจะมีญาติพี่น้องเยอะ

 ดังนั้น ถ้าใครแหลมแสดงตัวเจรจาในฐานะผู้บงการ รับรองได้ว่า ไม่สงบสุขแน่ๆ จึงมีทางเดียวคือ สร้างสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แล้วให้นานาชาติเข้ามาช่วยเสียก่อน แล้วค่อยแสดงตัว ผู้เขียนกล่าวมานี้เป็นเรื่องจริงจังและเป็นจริงของผู้คนที่นี่

 ฉะนั้น เลิกพูดเรื่องเจรจาก่อนกาลซะที แล้วเดินหน้าแย็บไปเรื่อยๆ บ้าง คิดตรงข้ามกับที่ขบวนการคิด หากเขาต้องการรบยืดเยื้อ ฝ่ายรัฐก็ต้องรบเร็ว ถ้าเขาปิดบังตัวเอง ฝ่ายรัฐก็ต้องประจาน  อย่ามัวแต่ห่วงศักดิ์ศรี ด้วยการสังเวยชีวิตผู้คนอีกเลย

โดย บะห์รูน

 

กลับไปที่ www.oknation.net