วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำท่วมประเทศไทย......ใครได้........ใครเสีย


ปี 2553  ธรรมชาติช่างโหดร้ายกับประเทศไทย ช่างโหดร้ายต่อพี่น้องประชาชนนับล้านครัวเรือน มีผู้เสียชีวิมากกว่าร้อยคน  ผู้ประสบภัยภิบัติน้ำท่วมครั้งนี้คงต้องจดจำไปอีกนานเท่านาน  น้ำท่วมใช่แต่มีสิ่งเลวร้าย  สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมีอย่างมากมาย บทเรียนในครั้งนี้ เราจะต้องมานั่งทบทวนตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรม  รัฐบาลที่รับผิดชอบในฐานะที่บริหารประเทศ  พรรคการเมืองต่างๆ ที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน 60 กว่าล้านคน สิ่งที่จะต้องทบทวน เช่น

1. การเตรียมพร้อมของประชาชนเอง  กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ให้ทราบเป็นระยะ จะเกิดฝนตกหนักในหลายๆ พื้นที่ (ชาวบ้านไม่ค่อยจะสนใจข่าวสารบ้านเมือง ไม่ค่อยเชื่อถือการพยากรณ์อากาศ) และที่สำคัญไม่ได้เตรียมตัวเองในการผจญภัยครั้งนี้  หลายครอบครัวจึงประสบเคราะห์กรรมที่น่าสงสาร สูญเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ และเด็ก(เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน)

2. การเตรียมพร้อมของรัฐบาลเอง  ที่กล้าๆ กลัวๆ ในการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง  ทั้งๆ ที่รัฐบาลมีผู้ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีถึง 30 กว่าคน  แต่รัฐบาล(โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี) ไม่แบ่งความรับผิดชอบให้ท่านเหล่านี้ได้แสดงฝีมือ  อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลมีหลายพรรค  เกรงว่าพรรคหนึ่งพรรคใดจะได้คะแนนมากกว่า  การช่วยเหลือในตอนแรกจึงล่าช้าไม่ทันการ

3. ความไม่พร้อมของเครื่องไม้ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่จำเป็นในการช่วยเหลือ  โดยเฉพาะสิ่งที่จำเป็นที่สุด คือ เรือ ปรากฏว่ามีน้อย กว่าจะเคลื่อนย้ายต้องใช้เวลา แล้วอุปกรณ์อื่นๆ ก็ขาดแคลน ชาวบ้านต้องทนทุกข์ทรมานกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ  ทรัพย์สินสูญหายและยังต้องอยู่โยงเฝ้าบ้านอีกน่าอนาจใจ  รัฐจะต้องตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง  ลำพังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคงไม่ ควรจัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแห่งชาติ  มีผู้รับผิดชอบโดยตรง  เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม  ประเทศไทยประสบภัยภิบัติหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

4. พรรคการเมือง พรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล แทบจะไม่มีบทบาทใดๆ เลย ในการให้ความช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชน  บทเรียนครั้งนี้พ่อแม่พี่น้องน่าจะจดจำและพิจารณาการเลือกผู้แทนของตนเองใหม่ 

5. ส่วนดีที่ประทับใจสมควรได้รับการยกย่องชมเชย คือ ความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่ให้การช่วยเหลือก่อนรัฐบาลและนำหน้ารัฐบาลทุกครั้ง  คนที่มีฐานะมีกำลังจะนำสิ่งของที่จำเป็นพร้อมกับเงินมาร่วมบริจาคอย่างล้นหลาม บริจาคด้วยความยินดี  นี่แหละความมีน้ำใจคนไทยที่ไม่เคยหายไปในสังคมไทย  อย่างเห็นภาพเหล่านี้คู่กับประเทศไทย

6. สิ่งที่ดีใจและประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์  ให้การช่วยเหลือพสกนิการของท่านทุกครั้งที่เกิดเพศภัยขึ้นในประเทศ  ทุกพระองค์มีความเป็นห่วงเป็นใย บางพระองค์เสด็จถึงสถานที่น้ำท่วม  นับเป็นความยินดีที่พ่อแม่พี่น้องควรจะจดจำ

น้ำท่วมประเทศไทยในครั้งนี้  ไม่มีใครได้ ไม่มีใครเสีย  ทุกๆ คนได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ขอภาวนาให้อุทกภัยในครั้งนี้จงหมดไปในเร็ววัน  แล้วเรามาช่วยกันฟื้นฟูประเทศไทยให้เหมือนดังเดิม ซึ่งไม่ทราบว่าจะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่...........

โดย คุณเทพ

 

กลับไปที่ www.oknation.net