วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หาดใหญ่ล้างเมืองหลังน้ำลด



ย่างเข้าสู่วันที่ 3 ของเดือนแล้วเป็นวันที่เมืองหาดใหญ่โกลาหลไปอีกแบบ หลังจากน้ำท่วมใหญ่ผ่านไป น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว...รวดเร็วไม่ต่างไปจากน้ำท่วมที่ทะลักล้นไหลบ่าเข้ากลืนเมืองทั้งเมืองเมื่อวันก่อน


ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าน้ำท่วมคราวนี้จะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำลายสถิติน้ำท่วมใหญ่ทุกครั้งทั้งในเชิงปริมาณน้ำฝน ทั้งช่วงเวลา


คนส่วนใหญ่ยังติดยึดประสบการณ์น้ำท่วมเมื่อครั้งปี 43 ขณะเดียวกันหลายปีที่ผ่านมา หาดใหญ่ไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ให้ได้หนักใจ จึงไม่แปลกที่ทำให้หลายคนย่ามใจ คิดว่าถึงอย่างไรเมืองก็สามารถรับมือน้ำท่วมได้ พูดง่ายๆ ต่างมั่นใจกับระบบไม่ว่าจะเกิดจากแผนงานโครงการรับมือน้ำท่วมที่มีทั้งคลองระบายน้ำใหม่ หรือการสร้างแก้มลิงเก็บน้ำ หรือการมีพนังกั้นน้ำ ขณะเดียวกันปริมาณน้ำฝนก็มิได้รุนแรงมากมาย ทำให้การเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมใหญ่จึงเกิดขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น



ก่อนเกิดเหตุน้ำท่วม





หากทว่า เหตุการณ์ปีนี้ต่างออกไป ย่างเข้าต้นเดือนพฤศจิกายน ฝนกระหน่ำหนัก น้ำไหลบ่าเข้าท่วมอำเภอสะเดาและไหลทะลักเข้าสู่คลองอู่ตะเภา ระดับน้ำที่สูงขึ้่นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการยกธงแดงเตือนภัยในช่วงเวลาเย็นย่ำหลังวิเคราะห์แล้วว่าน้ำเหนือจากสะเดาใช้เวลาเดินทางรวดเร็วเกินคาดและมีดีเพรสชั่นลูกใหญ่กำลังจะผ่านเข้ามาขึ้นฝั่งที่สงขลาในช่วงเวลา 4 ทุ่มของคืนนั้น การตัดสินใจในช่วงเวลากระชั้น แม้ทุกสื่อจะช่วยกันโหมประโคมส่งเสียง สัญญาณเตือนภัยก็หาได้ช่วยให้คนจำนวนมากได้ตระหนักถึงปริมาณน้ำอันมหาศาล...ผมเชื่อว่าคนหาดใหญ่จำนวนมาก ยังไม่เชื่อว่าน้ำจะท่วมเมืองหาดใหญ่


ช่วงเที่ยงคืนน้ำทะลักเข้าสู่ใจกลางเมือง ช่วงเวลาคืนวิกฤตเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว อีกฟากหนึ่งของคาบสมุทร ลมพายุพัดผ่านไปพร้อมกับกระชากเอาหลังคาบ้าน ต้นไม้หักโค่น บ้านเรือนพังทลายและสายฝนกระหน่ำซัดไม่ยั้ง น้ำไหลบ่าจากคลองอู่ตะเภา ทะลักล้นเข้าสู่คลองระบายน้ำที่ 1 ท่วมท้นกระจายไปรอบข้าง ในที่สุดก็ไหลบ่าเข้าสู่เมือง พริบตาเดียว หาดใหญ่ก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของสายน้ำสีโคลน


ภาพเก่าๆที่เคยหลอกหลอนคนหาดใหญ่กลับมาอีกครั้ง


น้ำไหลเชี่ยวกรากรุนแรง ไต่ระดับความสูงไหลเลียบขอบตึกสูง ตลาดกิมหยง วงเวียนน้ำพุ โรงพัก ตลาดสด บ้านชั้นเดียวนิ่งสงบอยู่กับที่มีหลายคนผวาขึ้นไปอยู่บนหลังคาจนผ่านคืนค่ำอันน่าหวาดผวา เสียงร่ำไห้ขอความช่วยเหลือระงมในท่ามกลางความมืด ประดาประดังมาจากทุกพื้นที่ คืนค่ำที่ไฟฟ้า น้ำประปาถูกตัด


เพราะไม่เชื่อว่าน้ำท่วม...ข้าวสารอาหารแห้งจึงไม่ได้ตระเตรียมเพื่อให้ได้ประทังชีวิต


เพราะไม่เชื่อว่าน้ำท่วม...จึงไม่ได้ตระเตรียมเรือ เครื่องมือสื่อสารไว้รองรับช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก


เพราะไม่เชื่อว่าน้ำท่วม...จึงไม่เตรียมขนย้ายผู้พิการ คนชรา คนท้องใกล้คลอด เด็กทารกไปไว้ในที่ปลอดภัย


เพราะไม่เชื่อว่าน้ำท่วม...จึงไม่ได้นำรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ไปเก็บไว้ในที่สูง


เพราะไม่เชื่อว่าน้ำท่วม...เราจึงมีคนเสียชีวิต 13 ศพตัวเลขในวันนี้


ฯลฯ


เหล่านี้คือบทเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำซาก



น่าชื่นใจที่ต่างมิได้ก่นโทษหาคนผิดคนถูก เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาหนักหน่วง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าวิกฤตหาทางออกกันไปทีละเปลาะ พร้อมกับลุ้นระทึกกับการเคลื่อนไปของดินฟ้าอากาศที่เหนือการควบคุม ประสบการณ์เดิมทำให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผนวกกับโครงสร้างการแก้ปัญหาที่วางไ้ว้เป็นระบบในที่สุดน้ำก็ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว


ทว่าหาดใหญ่ที่จมใต้บาดาล กลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจของคนทั้งประเทศ


สถานีข่าวทุกช่องลงมาแทบจะเดินชนกัน รายงานข่าวทุกซอกทุกมุม เกาะติดผู้บริหารระดับนำแทบจะเรียกได้ว่าทุกความเคลื่อนไหว มีภาพให้เห็นตั้งแต่เช้ายันค่ำล่วงไปถึงยามดึก ครั้นถึงยามเช้า น้ำลด น่าขำที่สี่แยกกลางเมืองกลายเป็นสถานีรายงานข่าว ต่างยึดหัวหาดกันคนละมุม รายงานข่าวเรื่องเดียวกัน เวลาเดียวกัน แต่คนละสำนักข่าว


ด้านหนึ่ง...น้ำ อาหารสด อาหารแห้ง ไฟฉาย ยารักษาโรค ถูกแจกจ่ายไปทั่วเมือง แต่ก็ไม่เคยพอ ผู้ประสบเหตุเภทภัยยังมีอีกมากที่ไม่อาจช่วยตัวเองได้


ด้านหนึ่ง...น้ำลดอย่างรวดเร็ว น้ำโคลนข้นทิ้งคราบแล้วแห้งเกลอะเกอะอยู่ตามซอกหลืบ ซอกตู้ บนกระดาษ เสื้อผ้า แผ่นกระเบื้องปูพื้น ต้นไม้ ดอกไม้


ด้านหนึ่ง...ศูนย์ข่าว ศูนย์รับบริจาค อาสาสมัครจากทั่วทุกทิศ รถใหญ่ เรือยาง เรือใหญ่ เรือเล็ก มาจากไหนก็ไม่รู้ เต็มเมืองไปหมด


ด้านหนึ่ง...ขยะจำนวนมหาศาลที่มิอาจแปรสภาพมาใช้ประโยชน์ได้ถูกลากออกมากองเต็มหน้าบ้าน เต็มริมทางเท้า ถุงพลาสติก กล่องโฟมติดตามซอกรั้ว ซอกประตู พุ่มไม้ เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยขยะพลาสติก ขยะจากน้ำท่วม


รถราเขลอะไปด้วยคราบโคลน โต๊ะเก้าอี้ ชุดรับแขก ถูกลากออกมาหน้าบ้าน ไฟฟ้าโดนตัด น้ำประปายังไม่ไหล เครื่องกรองน้ำจมใต้น้ำ เจ้าหน้าที่กำลังกู้ขึ้นมาใช้ไฟส่องให้แห้ง หลายหลังอาศัยน้ำในคูตักขึ้นมารดราดพอชำระล้างบ้านแก้ขัด จวบจนยามบ่ายไฟฟ้าเริ่มทยอยเปิดให้ใช้พร้อมกับระบบโทรศัพท์ให้ได้ประสานติดต่อข่าวสาร




เปิดตลาดขายของบนเกาะกลางถนน


ขยะเต็มเมือง




ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาพร้อมๆกัน ร้านค้าที่มีข้าวของเสียหายนำสินค้าที่พอขายได้ออกมาเลหลัง ไม่ต่างไปจากเหตุการณ์เมื่อปี 43 คนจากไหนก็ไม่รู้ไหลทะลักเข้ามาในเมืองหาดใหญ่ ส่วนหนึ่งมาเยี่ยมญาต ส่วนหนึ่งมาจับจ่ายซื้อหาของถูกเลหลัง ส่วนหนึ่งเข้ามามุงดู อยากจารึกภาพเมืองหาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยขยะ


น้ำมาเร็วไปเร็ว เหลือแต่เพียงเศษซากขยะ ของเหลือใช้ ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า


หาดใหญ่คงจะต้องล้างเมืองกันใหญ่หลังน้ำลด.


ขยะเต็มเมือง


สภาพบ้านหลังน้ำลด


บ้านหลังน้ำลด


ตู็นี้ผจญน้ำใหญ่มา 3 ครั้งแล้ว คือปี 31, 43, 53

ถ้วยจานจมโคลน

ถุงพลาสติก กล่องพลาสติก ตัวช่วยอย่างดี









แถมภาพหลังพายุกระหน่ำ




โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net