วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมงานกฐินต้องมีธงจระเข้


หลังจากออกพรรษามาก็มีช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวที่จะให้โอกาสชาวพุทธได้ทำบุญใหญ่ทอดกฐินกัน แต่ละวัดจะรับกฐินได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นใครจะทอดกฐินก็ต้องไปจองกันแต่เนิ่นๆ งานกฐินเป็นบุญใหญ่ดังนั้นในแต่ละปีเราจึงได้รับซองทำบุญงานทอดกฐินกันคนละหลายๆซอง หลายคนจะมีตำแหน่งใหญ่โตกันก็งานนี้แหละ บ้างก็เป็นกรรมการ บ้างก็เป็นรองประธาน ไปจนถึงประธาน ซึ่งตามธรรมเนียมเป็นที่รู้กันก็คือ กรรมการ 100 รองประธาน 500 และท้ายสุดที่มีตำแหน่งใหญ่สุดคือประธานก็ 1000 ก็คงเป็นการทำบุญในรูปแบบที่มีตัวเลขบังคับกันชัดเจน ส่วนช่วงเวลาทอดกฐินนั้นก็คิดเอาง่ายๆ คือจากออกพรรษา ถึงวันลอยกระทงนั่นเอง

พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็นว่าหลังจากออกพรรษาแล้วฝนก็ยังไม่หยุดตกเสียทีเดียว ดังนั้นพระภิกษุที่จะมาเข้าเฝ้าท่านก็จะต้องเปียกฝน ดังนั้นท่านจึงทรงอนุญาตให้รับผ้ากฐินได้ ซึ่งผ้ากฐินก็เป็นผ้าที่ทำขึ้นโดยขึงกับสะดึง (กฐิน แปลว่า สะดึง) นั่นเอง

งานบุญกฐินสมัยก่อนมักเดินทางกันทางน้ำไม่เหมือนปัจจุบันนี้ เพราะสมัยก่อนประชาชนมักตั้งถิ่นฐานและเดินทางกันทางน้ำ และการเดินทางก็ใช้ทางน้ำเป็นหลัก

ตั้งแต่ผมจำความได้สมัยเด็กๆ มักเดินทางไปกับเรือของขบวนกฐินที่มีต้นกล้วยปักด้วยแบงค์ชนิดต่างๆเต็มไปหมด แถมยังมีผลไม้ประเภทกล้วยอ้อยมะพร้าวอะไรทำนองนี้และก็แห่กันไปอย่างสนุกสนาน ผ่านบ้านใครก็จะมีเรือขับ หรือพายตามไปด้วย แตรวง กลองยาว ประสานเสียงกันไปพร้อมกับเต้นรำกันในเรืออย่างสนุกสนาน

สำหรับพวกเราเด็กๆก็ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการได้มีของกินมากมายที่วัด และได้เล่นสนุกกับเพื่อนๆ ที่ลานวัด

ทุกปีมักได้ยินพระเทศก์อยู่เสมอ ฟังบ้างไม่ฟังบ้างแต่พอจับใจความได้ว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งขี้งกมากๆ ตระหนี่ถี่เหนียวเสียจนยอมอดข้าวเพราะเสียดายทรัพย์สิน เก็บสะสมทรัพย์ไว้มากมาย ด้วยความที่กลัวใครจะมาเอาทรัพย์สินของแกไป แกก็เลยแอบเอาไปฝังไว้ที่หัวสะพานท่าน้ำหน้าบ้าน และในที่สุดแกก็ตายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ที่ซ่อนสมบัติของแก ด้วยความหวงสมบัติแกจึงเกิดเป็นจระเข้วนเวียนเฝ้าสมบัติของแกอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสมบัติของแก จึงคิดจะเอาไปทอดกฐิน ก็เลยเข้าฝันภรรยาของตัวเอง บอกที่ซ่อนสมบัติ แล้วให้เอาไปทอดกฐิน ภรรยาของแกจึงจัดขบวนกฐินทางเรือเพื่อไปทอดกฐินที่วัด ระหว่างเดินทางเศรษฐีก็ว่ายน้ำตามไป แต่ด้วยระยะทางใกล จระเข้เศรษฐีจึงเหนื่อยดิ้นกระแด๊กๆ ขาดใจตายเสียก่อน แต่ก่อนตายก็ไม่วายบอกให้ภรรยาทำธงเป็นรูปของแกไปเป็นตัวแทนไปวัดด้วย ภรรยาเลยวาดเป็นรูปจระเข้แล้วทำเป็นธงแห่กฐินไปวัด เมื่อทอดกฐินเสร็จแล้วก็ปักธงไว้ที่หน้าวัดเพื่อบอกกับผู้คนว่า วัดนี้ได้รับกฐินไปแล้วนะ ไม่รับอีก เพราะ 1 ปีวัดรับกฐินได้เพียงครั้งเดียว

มีผู้ใหญ่บางคนพระบางรูปก็บอกว่าที่จริงแล้วจระเข้ไม่เกี่ยวอะไรกับท่านเศรษฐีอะไรนั่นหรอก แต่เป็นเพราะว่าสมัยก่อนต้องเดินทางกันนานและต้องออกจากบ้านก่อนสว่าง ในการไปทอดกฐินและก็ไม่มีนาฬิกากันเหมือนสมัยนี้จึงใช้วิธีการดูดาวกัน ซึ่งดาวจระเข้นี่แหละที่ขึ้นตอนใกล้สว่าง ก็เลยใช้ดูดาวจรเข้เป็นหลัก แต่ว่ากลายเป็นธงจระเข้ได้ยังไงก็ไม่รู้

และนอกจากจะเห็นธงจระเข้แล้วก็ยังมีธงนางมัจฉาที่เป็นรูปปลาด้วย ซึ่งก็คือภรรยาของเศรษฐีนั่นเอง

หลายคนบอกว่าที่จริงแล้วธงจระเข้เป็นปริศนา หรือคติธรรมของพระพุทธเจ้า ที่พูดถึงความอดทนต่อคำสอน การเห็นแก่ปากท้อง ความห่วงพะวงเพลิดเพลินกับการสะสม และการลุ่มหลงในกาม ซึ่งเป็นปริศนธรรมที่ไว้สอนพระ เณร บวชใหม่ นั่นเอง จะจริง หรือจะถูกต้องหรืเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยครับ

ปีนี้ธรรมชาติเล่นงานคนไทยกันเกือบทั้งประเทศ อาจเป็นเพราะเราทำบุญกันน้อยลงหรือทำบุญกันเพียงแค่เชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้มีความตั้งใจกันจริง ยังคงหวังสิ่งตอบแทนจากการทำบุญ หรือไปงานบุญก็ด้วยเพราะความสนุกสนานของงานเหมือนสมัยที่ผมยังเด็ก ที่มิได้ไปด้วยความตั้งใจในการทำบุญ

ผมไม่เชื่อเรื่องการทำบุญอย่างที่ทำอยู่เท่าไรนัก ไม่คิดว่าทำบุญแล้วจะได้ผลตอบแทนอะไร แต่ผมคิดว่าการทำบุญที่ได้อานิสงค์ต่ำสุดก็คือการทำบุญที่เรากำลังทำอยู่นี่เอง ผมเชื่อว่าการทำบุญที่ถูกต้องมันต้องเริ่มจากการให้ทานหรือการบริจาคอย่างตั้งใจ ซึ่งมันจะเป็นการฝึกการลด ละ กิเลส เพื่อที่จะให้เราสามารถที่จะถือศีลได้ เมื่อเราถือศีลได้ ก็จะมีจิตใจที่สบายพอที่เราจะมาทำสมาธิภาวนาได้ เมื่อเราฝึกสมาธิภาวนาได้ดี เราก็จะมีความสุขทางใจซึ่งเป็นหลักของพุทธศาสนา ซึ่งก็คือไม่ได้ไม่เสีย ไม่ห่วง ไม่เดือดร้อน ใดๆเลย ซึ่งมันคือความสุขที่แท้จริงตามหลักพุทธศาสนานั่นเอง

ยังไงประเพณีการทอดกฐินก็ยังคงอยู่คู่กับชาวพุทธไปอีกนาน ขอให้ทอดกฐินด้วยความศรัทธา และรู้เท่าทัน ไม่อยากให้การทอดกฐินเป็นงานไปเที่ยว รื่นเริง เล่นไพ่ กินเหล้า เพราะนอกจากจะไม่ได้กุศลใดๆแล้ว ยังเป็นการทำลายความดีงามของพุทธศาสนาอีกต่างหาก งานกฐินที่เป็นงานบุญใหญ่จะกลายเป็นกฐินบาปไปเสีย

และถ้าอยากรู้ว่าหน้าตาของธงจระเข้เป็นอย่างไร ปีนี้ต้องลองไปงานทอดกฐินสักครั้งแล้วล่ะครับ


โดย อาจารย์เศก

 

กลับไปที่ www.oknation.net