วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"พลิกวิกฤตหัวใจ...สู้ภัยน้ำท่วม" คาราวาน OK Nation ร่วมใจ มอบไปสู่...บุรีรัมย์ :: บ้านบุ่งเบา และบ้านวังปลัด


 ต่อจาก

บ้านช่องอู่ และบ้านโนนไฮ

บ้านหายโศก และบ้านพลับ

เสี่ยวไทบ้าน วัดอิสาณ และบ้านแดงใหญ่

 

ในที่สุดเราก็จัดข้าวของพร้อมเดินทางออกจากบ้าน Blogger เสี่ยวไทบ้าน เพื่อเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายต่อไปจนแล้วเสร็จ ขบวนคาราวาน OK Nation จึงมุ่งหน้าต่อไปบนถนนหลวง เพื่อมุ่งไปสู่ บ้านบุ่งเบา

เราต้องขับรถผ่านสองข้างทางที่เคยเป็นทุ่งนาแต่ขณะนี้มันกลายเป็นทุ่งน้ำขนาดใหญ่ขาวโพลน ที่ตื้นสักหน่อยก็จะเห็นยอดข้าวพริ้ว ๆ อยู่บนผิวน้ำ แม้จะดูสวยงามแปลกตา แต่เราก็ระลึกได้ว่ามันคือความงามท่ามกลางความเสียหาย

ทุ่งข้าวที่สู้อุตสาห์ทะนะถนอมจนออกรวงไสว สีเหลืองเรืองรองของยอดข้าวที่ตั้งท้อง เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่พระพิรุณโปรยปราย เพียงไม่กี่อึดใจที่สายน้ำไหลหลาก เพียงไมกี่ผู้คนที่มักง่ายสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ หรือคาดไม่ถึง เพียงคนไม่กี่คนที่หวังประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องทำลายทรัพยากร โดยเฉพาะป่าไม้

เมื่อถึงคราวที่น้ำมา ดินอุ้มน้ำ ขาดรากไม้ใหญ่ซับน้ำไว้ กระแสน้ำที่ไหลหลากโดยขาดปัจจัยใด ๆ ในการทัดทานสายน้ำ ความหลากร้ายของสายน้ำ หากใครไม่เคยเจอคงคาดไม่ถึง ว่ามันจะร้ายแรง และรวดเร็วเพียงใด

เพียงชั่วข้ามคืน ทุ่งนาที่เฝ้าประคับประคอง แหล่งรายได้เพียงแห่งเดียวของครอบครัว แหล่งเงินทุน และความคาดหวัง ล้วนแต่จมอยู่ภายใต้ความเวิ้งว้างของสายน้ำ หัวใจห่อเหี่ยว ความหวังดับวูบ

ไม่เพียงแค่ท้วมท้น แต่กักขังไหลหล่ออยู่ยาวนานจนต้นข้าวล้มตาย เน่าคาในผืนนา จะเก็บกู้ให้เสียราคายังทำไม่ได้ กระแสน้ำเชียวแรง ลึกสูง เกินกว่าปัญญาชาวนาธรรมดา ๆ จะจัดการได้ พวกเขาจึงทำได้แต่เพียงนั่งมองทุ่งนาเรืองรองค่อย ๆ ถูกกลืนกินไปเป็นเพียงขยะแห่งท้องทุ่ง

น้ำตาคงเป็นคำตอบที่ง่ายเกินไปสำหรับความหวังที่จะมีรายได้ประจำปี ที่แม้นจะไม่มีอุทกภัยเข้าคุกคามก็น้อยนิดจนแทบไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอยู่แล้ว เมื่อภัยน้ำมาเยือนแต่หนี้สินยังต้องชำระ ท้องยังกิ่วหิวโหย ที่ดินน้อยนิดที่ได้มากจากสินมรดกย่อมไม่สามารถเก็บงำเอาไว้ได้ คงต้องนำไปขายเพื่อประทังตนและครอบครัว

ยิ่งชาวนาที่ไม่มีทรัพย์เป็นสินดินอย่างผู้อื่น ชาตินี้ยิ่งมิต้องคิดที่จะอ้าปากลืมตาขึ้นมาจากท้องนาได้หายใจได้เลย ความเศร้าสลดเข้าครอบคลุมไปทุกท้องทุ่งน้ำอันเวิ้งว้างที่จะเป็นซากเน่าของข้าวนาในอนาคต

เมื่อเราไปถึงบ้านบุ่งเบา ตลอดเส้นทางที่จะเข้าไปในหมู่บ้านนั้นเจิ่งนองไปด้วยสายน้ำ ทั้งที่ตื้นบ้างลึกบ้าง ที่ทั้งรถเล็กและรถใหญ่จะต้องใช้เส้นทางเดียวกัน แม่ย่าแม่ยายเดินลุยน้ำออกมาจากเส้นทางสายนั้นด้วยความยากลำบาก

เราแวะพูดคุยกับชาวบ้านและหน่วยอาสาสมัคร ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของทาง อบต. ของบ้านบุ่งเบาที่เต้นท์หน้าหมู่บ้าน ก็ได้ทราบถึงทุกข์เข็ญของชาวบ้าน ร่วมถึงความช่วยเหลือที่ได้รับ ซึ่งถึงแม้นจะมีมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงกัน โดยเฉพาะถุงยังชีพพระราชทาน ที่บ้านบุ่งเบาแห่งนี้ มีโควต้าได้รับเพียง ๓ ถุงเท่านั้น

กลับมามองที่ความช่วยเหลือที่เรานำมามอบให้ แน่นอนที่สุดถึงแม้นจะอยากให้ทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างส่งตรงลงไปถึงชาวบ้านผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันเท่าไร แต่ในความเป็นจริงก็ไม่สามารถดำเนินการได้ตามนั้น เราคงทำได้เพียงช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น

การที่จะลงไปแจกให้กับชาวบ้านโดยตรงในพื้นที่ย่อมทำได้ยาก เพราะโดยศักยภาพแล้วเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ดีไปกว่าบรรดาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่อยู่ในพื้นที่ได้เลย ว่าบ้านไหนได้รับความช่วยเหลือแล้วหรือยังไม่ได้รับ บ้านหลังใดทุกข์ร้อนจากภัยน้ำท่วมมากกว่ากัน ในบางครั้งเพียงสองตาก็ไม่สามารถจะประเมินความเสียหายได้อย่างทั่วถึง

ในขณะที่ผู้ที่สามารถสั่งการได้กำลังพูดคุยทำความตกลงกันอยู่ ที่ฝั่งตรงข้ามของถนน นายทหารสองท่านนั่งอยู่กับชาวบ้านที่กำลังมองลงไปยังทุ่งนาที่บัดนี้มีแต่น้ำเนีองนอง ฉันถือถุงขนมสองถุงเขาไปมอบให้ พวกเขายกมือไหว้ขอบคุณจนฉันต้องบอกว่าไม่ต้องหรอก ฉันเพียงแต่เอามาให้ แต่ไม่ใช่เงินของฉัน

พวกเขายังคงกล่าวขอบคุณ และมองไปยังท้องทุ่งตรงหน้า ฉันกล่าวถามถึงความเสียหายที่ได้รับจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้ เขามองหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่สามารถบรรยายได้ เขาพูดเหมือนบ่นว่าข้าวในนากำลังจะเก็บเกี่ยวได้อยู่แล้ว เพียงชั่วพริบตาเดียวทุกสิ่งทุกอย่างกลับพังทลายลงไปอยู่ใต้น้ำ

เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไร่ละ ๖๐๖ บาท (ขณะนั้น) คงไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้มาก แต่ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยเขาก็หวังที่จะให้รัฐบาลเพิ่มความช่วยเหลือให้มากกว่าที่ประกาศไว้ ตาที่หลุบลงต่ำ น้ำปริ่ม ๆ ที่ขับอยู่ที่หัวตา ทำให้ฉันได้แต่เอ้อ ๆ อ้า ๆ ไปตามเรือง ทำหน้าที่รับฟังอย่างตั้งใจ

นี่น้ำก็ลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังท่วมต้นข้าวอยู่ ก็คงจะเน่าไปเกือบหมดแล้วหละ เกี่ยวขึ้นมาก็คงไม่คุ้ม รอน้ำลดแล้วไถ่กลบเป็นปุ๋ยไปเลยน่าจะดีกว่า นายทหารท่านหนึ่งที่นั่งอยู่ด้วยพูดทำลายความเงียบขึ้นมา

ถึงฉันจะไม่มีความรู้เรืองการทำนา ว่าต้นทุนของชาวนานั้นจะมีสักเท่าไหร่ใน ๑ ไร่ และเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วพวกเขาจะมีรายได้มากมายเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ฉันรู้อยู่เต็มอกนั่นก็คือ เงินช่วยเหลือจำนวนไร่ละ ๖๐๖ บาทนั้นน้อยเกินไป หรือแม้กระทั้งปัจจุบันจะปรับให้เป็น ๒,๕๐๐ กว่าบาทแล้วก็ตาม

ขนาดที่น้ำยังไม่ได้ท่วม ชาวนาไทยยังไม่เคยเงยหน้าอ้าปากได้จากการขายผลผลิตของตน ผู้ที่กำความร่ำรวยและอยู่ดีกินดีกลับเป็นพวกโรงสีและนายทุน พ่อค้าคนกลาง ระบบการจัดการภาครัฐไม่เคยช่วยเหลือพวกเขาได้ ไม่ว่าจะเมื่อใด หรือรัฐบาลใดก็ตาม

ฉันนึกถึงเงิน ๒,๐๐๐ บาทที่รัฐเคยจ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายประชานิคมที่ล้มคะมำไม่เป็นท่าเมื่อประสบปัญหาการชุมนุมทางการเมือง เหตุใด้เราจึงไม่มีสวัสดิการในการดูแลชาวนาไทย อาชีพคู่ชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นกระดูกสันหลังของไทย

ในวันนี้กระดูกสันหลังเหล่านี้บอบช้ำเกินบรรยาย เรากลับให้กินเพียงยาทำใจเพียงซองไม่กี่บาท โรคร้ายและมะเร็งแห่งคอรัปชั่นที่เราไม่มีวันรักษาหายเรากลับหล่อเลี้ยงพวกมันเหล่านั้นด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน

บ่นไปก็เท่านั้น...เราคงต้องยอมรับสภาพกันต่อไป เสียใครคนหนึ่งพูดขึ้นต่อจากความเงียบที่เข้าครอบคลุมอีกครั้งหนึ่ง ฉันได้แต่ยืนมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างไม่คำพูดใด ๆ จะพูดจา ราวกลับว่าน้ำในทุ่งข้าวเหล่านั้นได้ไหลมาท่วมปากฉันเสียด้วยแล้วอีกคน

ทันทีที่ขบวนรถของเราเริ่มติดเครื่องสตาร์ท ฉันรู้สึกโล่งใจที่จะกล่าวลาพวกเขาออกมา ใช่ว่าฉันจะรำคาญที่จะต้องมารับฟังพวกเขาบ่นพร่ำพรรณ แต่มันกลับเป็นความอึดอัดและคับข้องใจของฉันมากกว่าที่เราทำได้เพียงเท่านี้ ในขณะที่พวกเขาต้องรับภาระความยากจนไปตลอดชีวิต

เราขับรถผ่านทุ่งน้ำที่เคยเป็นทุ่งนามาตลอดทางจนมาถึงที่ทำการ อบต. บ้านวังปลัด ที่นี่นอกจากจะเป็นที่ทำการของ อบต. แล้วยังเป็นศูนย์สงเคราะห์คนพิการ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์แสดงสินค้า OTOP ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโนนอีกด้วย

เมื่อเข้าไปยังห้องประชุมมีสินค้าหลากหลายของกลุ่มแม่บ้านฯ จัดแสดงอยู่ฉันถึงกับทึ่งในฝีมือ และราคาที่ถูกแสนถูก จนถึงกับต้องขอซื้อผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากเสื่อ ซึ่งออกแบบผลิตภัณฑ์ได้อย่างเก๋ไก๋ เป็นกระเป๋าสี่เหลี่ยมสอบปลาย ภายในสามารถบรรจุสิ่งของต่าง ๆ ได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับที่จะใช้จัดใส่ของสำหรับมอบให้กันในเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ราคาก็ไม่แพง ใบละ ๑๒๙ บาทเท่านั้น

ด้วยความชอบและเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับ ฉันออกปากซื้อกระเป๋าใบนั้น แต่ได้รับคำตอบจากทาง อบต. ว่ามีตัวอย่างเพียงอย่างละใบเท่านั้น แต่สุดท้ายเมื่อจะกล่าวลากันทาง อบต. กลับมอบให้ฉันเป็นที่ระลึก ๑ ใบ ด้วยความเกรงใจฉันจึงเอ่ยปากขอซื้ออีก ๑ ใบ

ซึ่งทาง อบต. แนะนำว่า ใบที่เป็นทรงรูปฟักทองนั้น เป็นสินค้าที่ได้รางวัล OTOP ยอดเยี่ยม จึงได้มอบให้ฉันมาอีก ๑ ใบ และด้วยเงินที่ฉันให้ไปทาง อบต. ไม่มีเงินทอนเลยจะคืนให้ฉันมาอีก ฉันเลยต้องตัดบทด้วยการหยิบไก่ที่ทำจากใบชามาอีก ๑ ตัว ซึ่งทั้งหมดฉันจะนำมาเป็นแบบเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าของ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโนน

เจ้าหน้าที่ อบต. พยายามแนะนำให้ฉันไปเยี่ยมชมสินค้าที่ศูนย์ผลิตสินค้าของกลุ่มแม่บ้านฯ แต่ด้วยฉันไม่ได้มาเป็นการส่วนตัว ฉันจึงแนะนำให้เธอไปเจรจากับผู้นำขบวน บก. ของเรานั่นเอง จากทีแรกนึกว่าจะไม่แวะ ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ทำอย่างไร พวกเราทั้งหมดเลยแวะไปชมการผลิตสินค้าของทางกลุ่มแม่บ้าน ฯ ซึ่งนอกจากกระเป๋าจากเสื่อสองใบที่ฉันซื้อมาแล้วนั้น ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย

Blogger ของเราแต่ละท่านก็ช่างมีน้ำใจ ช่วยกันอุตหนุนผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านฯ กันอย่างสนุกสนาน ไม่เว้นกระทั้งท่าน บก. ยังได้กระเป๋าสะพายมาฝากคุณนายเสียหนึ่งใบ แต่ที่ขำก็คือ มาถามฉันว่าใบไหนสวย ป๊าดดดด หน้าตาอย่างนี้ หุ่นอย่างนี้ อย่าได้มาเชื่อรสนิยมกันเลยดีกว่า บก. ของเราจึงเบือนหน้าหนีแล้วหันไปเลือกถามคนอื่นต่อไป

ฉันเลือกดูของที่กลุ่มแม่บ้านฯ จัดทำเพื่อจำหน่าย และจัดทำตาม Order ที่มีผู้มาสั่งให้ผลิต สิ่งที่ฉันเห็นได้ชัดคือ รูปแบบของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ หากเป็นสินค้าที่กลุ่มแม่บ้านฯ คิดทำเองแล้วจะมีรูปแบบเดิม ๆ บรรจุภัณฑ์เดิม ๆ เช่นการใส่ถุงพลาสติกติดสก๊อตเทปซึ่งทำให้มูลค่าของผลิตภัณฑ์นั่นดูลดลงไป

ในขณะที่สินค้าที่สั่งทำ เช่น กระเป๋าที่ทำจากขดผ้าไหมกับมีความนำสมัยและสวยงามสามารถใช้ได้ในทุกวาระโอกาส และที่สำคัญดูมีราคามากขึ้น ฉันพยายามถามและขอซื้อจากทางศูนย์ฯ แต่ทางศูนย์แจ้งว่าไม่สามารถจำหน่ายให้ได้ น่าเสียดายฉันจึงได้แต่บอกให้ทางศูนย์ฯ พยายามพัฒนาในเรืองของรูปแบบของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

เพราะเราคงเห็นกันมานักต่อนักแล้วสำหรับผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มากไปด้วยประโยชน์ใช้สอยและความสวยงาม แต่มาตายตรงรูปแบบและบรรจุภัณฑ์ที่ทำกันแบบง่าย ๆ จนไม่น่าสนใจ หลังจากอุตหนุนสินค้าภูมิภาคจนเป็นที่พอใจแล้ว เราจึงถือโอกาสกล่าวลา และออกเดินทางไปยังสถานที่ที่เป็นจุดสุดท้ายที่เราจะเข้าไปแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ต่อไป

กู่สวนแตง....สุดท้ายที่โนนเยือง 

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net