วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"พลิกวิกฤตหัวใจ...สู้ภัยน้ำท่วม" คาราวาน OK Nation ร่วมใจ มอบไปสู่...บุรีรัมย์ :: กู่สวนแตง....สุดท้ายที่โนนเยือง


 ต่อจาก 

บ้านช่องอู่ และบ้านโนนไฮ

บ้านหายโศก และบ้านพลับ

เสี่ยวไทบ้าน วัดอิสาณ และบ้านแดงใหญ่

 

บ้านบุ่งเบา และบ้านวังปลัด

ปราสาทกู่สวนแตง

หลังจากที่พวกเราแวะเยี่ยมชมและอุตหนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโนนกันจนกระเป๋าเบาไปตาม ๆ กันแล้ว คาราวาน บรรเทาทุกข์ของเราก็ได้ออกเดินทางต่อ แต่การออกเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้รีบเร่งเหมือนตอนขามาแล้ว เพราะเราเหลือจุดที่จะนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปแจกอีกเพียงจุดเดียวซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้

เมื่อมองเวลาแล้วยังเหลือเพียงพอที่เราจะแวะชมถิ่นประวัติศาสตร์บนดินแดนอิสานที่ตลอดสองวันมานี่เราขับรถผ่านไปผ่านมาอยู่หลายรอบ ท่าน บก. ผู้นำประจำทริป และเจ้าของพื้นที่ Blogger เสี่ยวไทบ้าน จึงได้พาพวกเราเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังจุดที่เป็นโบราญสถานเก่าแก่แห่งหนึ่ง นั่นคือ "ปราสาทกู่สวนแตง"

ฐานศิวลึง

น่าจะเป็นเล็บครุฑ

"ปราสาทกู่สวนแตง" เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู ก่อสร้างด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนศิลาแลง ศิลปะของแบบนครวัด อายุราวพุทธศรรตวรรษที่ 17 ประกอบไปด้วย

บรรณาลัย

1. ปราสาทสามหลัง ตั้งเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูหน้าเพียงประตูเดียว อีก 3 ด้านก่อทึบทำเป็นประตูหลอก ปราสาทประธานองค์กลางมีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้ามีมุขยื่นออกมา

2. บรรณาลัยสองหลัง ก่อด้วยอิฐบนฐานศิลาแลง

3. คูน้ำ หรือ บารายล้อมรอบ

กรมศิลปากรขุดแต่งเมื่อปี พ.ศ. 2537 พบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นจำนวนมาก เช่น ทับหลังสลักภาพศิวนาฎราช ภาพการกวนเกษียรสมุทร กลีบขนุนหินทรายรูปรูปเทพประจำทิศ เช่นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เทพรักษาทิศตะวันออก พระยมทรงกระบือ เทพรักษาทิศใต้เป็นต้น ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย

บาราย หรือคูน้ำรอบปราสาท ที่ตอนนี้เป็นแค่บึงน้ำเล็ก ๆ

ไลเคนที่เกาะตัวปราสาทจนเขียว

เสียง Blogger คมฉาน ตะวันฉาย บรรยายทีเล่นทีจริงให้กับบรรดากลุ่ม Blogger ที่เดินทางมาด้วยได้ฟังถึงความสำคัญของปราสาทกู่สวนแตงอยู่แว่ว  แต่ฉันเลือกที่จะออกมาเดินสำรวจภายใน และรอบ ๆ ปราสาทอย่างเงียบ ๆ

ปราสาทที่ดูเหมือนจะยังคงสร้างไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างเอาไว้กลางป่า บารายที่อยู่ล้อมรอบปราสาท แต่กลับเหลือเพียงบึงน้ำเล็ก ๆ ที่ด้านข้าง ฉันถาม Blogger ป้ารุว่า ปราสาทนี้ดูเหมือนจะยังไม่ได้ถูกใช้งานเนืองด้วยดูเหมือนจะยังสร้างไม่เสร็จ

ช่องหลังคาที่ทะลุจนมองเห็นฟ้า

น่าจะเป็นปลวก

Blogger ป้ารุ ผู้ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับเรืองโบราณสถานและโบราญวัตถุเป็นอย่างดี ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า เมื่อเห็นปราสาทขอมให้สันนิฐานไว้ได้เลยว่ามันยังคงสร้างไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นปราสาทขอมที่ใดก็ตาม แม้นกระทั้งเขาพระวิหาร และนครวัดที่เราเห็นอยู่ก็ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ

นั่นเป็นเพราะกษัตริย์ขอมแต่ละพระองค์นั้นล้วนแล้วแต่มุ่งสร้างศาสนสถานเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตนเองเท่านั้น ทำให้ตลอดพระชนต์ชีพของพระองค์ก็จะมุ่งสร้าง และต่อเติมปราสาทต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นอนุสาวรีย์แห่งตน และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนต์ชีพไปการก่อสร้างจึงไม่เคยมีที่แล้วเสร็จลงเลยสักแห่งเดียว

ไม่ก็รังต่อ

ในขณะเดียวกันเมื่อกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นครองราช ก็จะมุ่งสร้างอนุสาวรีย์แห่งตนเอง โดยไม่สนใจที่จะบูรณะหรือสร้างศาสนสถานของกษัตริย์องค์ก่อน ๆ ให้แล้วเสร็จเช่นกัน  ดังนั้น จึงให้สันนิฐานไว้ก่อนกว่า ปราสาทขอมทุกหลังที่ค้นพบ ไม่เคยมีปราสาทองค์ใดสร้างแล้วเสร็จ

เราเดินเที่ยวชมปราสาทากู่สาวแตงกันอยู่สักพักก็เดินออกจากบริเวณเพื่อเดินทางไปยังจุดต่อไป ตามแต่ที่ผู้นำคณะท่านจะพาไป ระหว่างทางที่จะไปยังจุดแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แห่งสุดท้าย ณ ที่นี่ Blogger เสี่ยวไทบ้านได้พาเราไปพบปะกับบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ท่ามกลางชนบท ในตำบลเดียวของบุรีรัมย์ที่ยังคงพูดภาษาส่วย

ไม่ฟืนที่บ้านแม่ Blogger เสี่ยวไทบ้าน

เธอไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือแม่ของ Blogger ของเสี่ยวไทบ้านนั่นเอง เธอออกมาต้อนรับพูดคุย โอภาปราศรัยกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง บ้านแม่ของ Blogger เสี่ยวไทบ้านแวดล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ผลไว้เก็บกินแทบทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีพืชแปลก ๆ ให้ได้ชมกัน เช่น มะละกอออกลูกเป็นฟัก ฯลฯ

มะละกอออกลูกเป็นฟัก (อิอิอิ)

พวกเราชี้ชวนกันดูมะละกอผลหนึ่งที่ออกลูกได้คลับคล้าบคลับคลา...ยิ่งนักทำให้นึกถึงรายการทีวีหรือหนังสือพิมพ์หัวสีเล่มหนึ่ง ถ้าได้มาเห็นสงสัยจะมีการเอาขึ้นหน้าหนึ่งเป็นแน่ และเมื่อช่วงของการสนทนาจบลง พวกเราก็ได้กล่าวลาเธอเพื่อเดินทางไปยังบ้านหนองเยือง ซึ่งจะเป็นจุดสุดท้ายที่เราจะนำสิ่งของบรรเทาทุกข์มาแจกในครั้งนี้

มะละกอรูปร่างประหลาด

เมื่อไปถึงชาวบ้านได้มารอเราอยู่แล้วที่ที่ทำการ อบต. และก็เป็นหน้าที่ในการกล่าวเปิดงานของ Blogger เสี่ยวไทบ้านอีกเช่นเคย ตามมาด้วย Blogger มะอึกที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรอย่างแข็งขัน

ท่านนายก อบต.บ้านโนนเยือง

กว่าที่เราจะขนของเพื่อมอบให้กับ อบต. บ้านหนองเยืองกันเป็นที่เรียบร้อยก็กินเวลาโขอยู่ แม้นจะหนัก และเหนื่อยบ้าง แต่เมื่อเห็นแววตาที่มีความหวัง และกำลังใจของชาวบ้านที่มารอรับสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ

ถ่ายรูปเป็นที่ระทึก

เมื่อภาระกิจเสร็จสิ้น พวกเราจึงได้เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ แต่ก่อนที่จะเดินทางถึงกรุงเทพฯ นั้น เราได้รับสารจากรถของท่าน บก. ว่าให้แวะเยี่ยมหา Blogger แมวเหมียวและ Blogger สิริปตี ที่มารอส่งเราอยู่ที่ปั๊มน้ำมันริมทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ก่อน

ทุ่งรวงทองที่รอดพ้นจากภัยน้ำท่วมมาได้

เมื่อรถจอดลงที่ปั๊มแห่งนั้น Blogger สิริปตีทำตามสัญญาทันที ด้วยการเลี้ยงกาแฟอเมซอน หลังจากที่เลี้ยงข้าวต้มมัดคุณยายไปแล้วเมื่อวาน (มันคงจะตามลงไปผสมกันหรอกนะยะ) ในขณะที่ Blogger แมวเหมียวก็ไม่น้อยหน้ากัน เอาน้ำพริกของดีเมืองโคราช ปึงหงี่เชียงมาฝากเสียคนละสามกระปุก

ต้องขอขอบคุณเหล่าบรรดา Blogger เจ้าบ้านทั้งหลายที่ให้การดูแลและเกื้อหนุนเหล่าบรรดา Blogger ผู้มาเยือนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะอาหารการกิน ที่พักหลักนอน หรือแม้นกระทั้งของฝาก เอากลับไปสู่ครอบครัวที่กรุงเทพฯ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับและตอบแทนน้ำใจไมตรี จากบรรดา Blogger อีกครั้งในโอกาสหน้าและโอกาสถัด ๆ ไป

ขออภัยที่เรื่องมากโครต และเรื่องโครตมาก ใด ๆ ที่ทำให้ผิดหูผิดตา ผิดใจ ก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้

ขอได้รับความขอบคุณจากใจ .....

Blogger สายลมที่ผ่านมา

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net