วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หลีกไม่พ้นภัยเวร 5 ประการ ระวัง ! งานเข้า


อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ...ตัสมา สีลัง วิโสธะเย

สิ้นเสียงสาธุการของเหล่าฆราวาสท้ายศีล 5 การอาราธนาและสมาทานศีล ก็จบลงโดยปริยาย

ภายใต้พิธีกรรมที่เกิดขึ้น เพราะอาศัยการกระทำตาม ๆ กันมา หาใช่ทางเลือกเพียงทางเดียวที่ฆราวาสในฐานะอุบาสก อุบาสิกาจะรับศีลทั้ง 5 มารักษาได้

เพราะเหตุว่า ทางเลือกอื่นซึ่ง ลัด สั้น เร็วและง่ายกว่าก็มีอยู่ แล้วทำไมเราจะไม่เลือก

โดยพุทธวจนะแล้ว ศีล เป็นเรื่องของการกระทำซึ่งกรรมด้วยกายและวาจาที่ถูกต้อง และการกระทำทั้งหมดก็เกิดขึ้นจาก เจตนา เป็นเหตุปัจจัย ดังที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าวซึ่งเจตนาว่า เป็นกรรม
เพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วย...
กาย

วาจา
ใจ

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๕๘,๔๖๓ - ๔๖๔/๓๓๔

กล่าวคือ ไม่มีกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม โดยไม่มี / ปราศจาก เจตนา

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

...เราตั้งจิตไว้เพื่อประโยชน์แก่ธรรมใด
ประโยชน์นั้นสำเร็จแล้วแก่เรา

เอาละ บัดนี้เราจะนำจิตเฉพาะต่ออารมณ์นั้น
…

อัมพปาลิวรรค มหาวาร.สํ. ๑๙/๒๐๗/๗๑๖

กล่าวอย่างสั้นที่สุด ศีลสำเร็จที่เจตนา ทว่า ขาด ทะลุ ด่างและพร้อยลงที่กายและวาจา

นั่นหมายความว่า ผู้กระทำซึ่งกรรมด้วยใจ ก็หาผิดศีลแต่อย่างใด มิอาจปรับความผิดได้

เพียงแต่มีอกุศลวิตก คือ กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เกิดขึ้นภายในความรับรู้ของจิตแล้ว

โดยหน้าที่ สิ่งที่ควรทำต่อไปก็ คือ
ไม่รับเอาความครุ่นคิดเช่นนั้น ๆ ไว้
ละทิ้งเสีย
ถ่ายถอนออกเสีย
ทำให้สิ้นสุดเสียถึงความไม่มีอะไรเหลืออยู่
ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เมื่อภิกษุ...
เดิน
ยืน
นั่ง
นอนตื่น
อยู่ก็ตาม

ถ้าเธอเกิดครุ่นคิดอยู่ด้วยความครุ่นคิดในทาง...
กาม
เดือดแค้น
ทำให้ผู้อื่นให้ลำบาก
ก็ดี ขึ้น

ภิกษุนั้น
ไม่รับเอาความครุ่นคิดเช่นนั้น ๆ ไว้
ละทิ้งเสีย
ถ่ายถอนออกเสีย
ทำให้สิ้นสุดเสียถึงความไม่มีอะไรเหลืออยู่


ภิกษุผู้เป็นเช่นนี้ แม้...
เดิน
ยืน
นั่ง
นอนตื่น
อยู่ก็ตาม

เราเรียกว่า
ผู้ทำความเพียรเผากิเลส
ผู้กลัวต่อความเป็นทาสของกิเลส
เป็นผู้ปรารภความเพียร ติดต่อสม่ำเสมอ
และ
เป็นผู้มีตนส่งไปแล้วในการกระทำเช่นนั้น

พระพุทธภาษิต จตุกฺก. อํ. ๒๑/๑๗/๑๑

ในทางกลับกัน หากเราไม่พยายามละอกุศลวิตกที่เกิดขึ้นภายในจิตด้วยมรรควิธีข้างต้นแล้ว โอกาสที่เราจะเป็นคนทุศีล ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินวิสัย

กล่าวถึงศีล 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ โดยนิยามศัพท์ คนในสังคมยังเข้าใจผิดไปจากที่พระศาสดาตรัสไว้

บ้างก็นิยามความหมายแคบเกินไป ทว่าก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย ที่ตีความศีล 5 กว้างไปไกลเกินกว่านิยามศัพท์ตามภาษาบาลี

ซึ่งโดยหลักพระพุทธวจนะแล้ว พระศาสดาตรัสถึงศีล 5 ไว้ว่า

ศีลข้อที่ 1
(ปาณาติปาตา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละปาณาติบาต

เว้นขาดจากปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์)

วางท่อนไม้และศัสตราเสียแล้ว
มีความละอาย
ถึงความเอ็นดูกรุณา
หวังประโยชน์เกื้อกูลในบรรดาสัตว์ทั้งหลายอยู่

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางกายไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางกายมี ๓ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละการทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง
เว้นขาดจากปาณาติบาต

วางท่อนไม้
วางศัสตรา

มีความละอาย
ถึงความเอ็นดูกรุณาเกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งหลายอยู่

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

ศีลข้อที่ 2
(อทินนาทานา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละอทินนาทาน
เว้นขาดจากอทินนาทาน
(ลักทรัพย์)

ถือเอาแต่ของที่เขาให้แล้ว

หวังอยู่แต่ของที่เขาให้
ไม่เป็นขโมย
มีตนเป็นคนสะอาดเป็นอยู่

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางกายไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางกายมี ๓ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

เว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

ไม่ถือเอาทรัพย์และอุปกรณ์แห่งทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้
ใน...
บ้านก็ดี
ป่าก็ดี ด้วยอาการแห่งขโมย

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

ศีลข้อที่ 3
(กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละกาเมสุมิจฉาจาร
เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร
(เว้นขาดจากการประพฤติผิด)

ในหญิงซึ่ง...
มารดา
บิดา
พี่น้องชาย

พี่น้องหญิง หรือ
ญาติรักษา อันธรรมรักษา


เป็น…
หญิงมีสามี
หญิงอยู่ในสินไหม

โดยที่สุดแม้หญิงอันเขาหมั้นไว้ (ด้วยการคล้องพวงมาลัย)
ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจารีตในรูปแบบเหล่านั้น

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๗ - ๒๘๘/๑๖๕

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางกายไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางกายมี ๓ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละการประพฤติผิดในกาม

เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม (เว้นจาการประพฤติผิด)

ในหญิงซึ่ง...
มารดา
บิดา
พี่น้องชาย
พี่น้องหญิง หรือ
ญาติรักษา อันธรรมรักษา

เป็น...
หญิงมีสามี

หญิงอยู่ในสินไหม

โดยที่สุดแม้หญิงอันเขาหมั้นไว้ (ด้วยการคล้องมาลัย)
ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจารีตในรูปแบบเหล่านั้น

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

ศีลข้อที่ 4
(มุสาวาทา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละมุสาวาท
เว้นขาดจากมุสาวาท

พูดแต่ความจริง
รักษาความสัตย์
มั่งคงในคำพูด
มีคำพูดควรเชื่อถือได้
ไม่แกล้งกล่าวให้ผิดต่อโลก

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางวาจาไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางวาจา มี ๔ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละมุสาวาท
เว้นขาดจากมุสาวาท

ไปสู่...
สภา ก็ดี

บริษัท ก็ดี
ท่ามกลางหมู่ญาติ ก็ดี
ท่ามกลางศาลาประชาคม ก็ดี
ท่ามกลางราชสกุล ก็ดี

อันเขานำไปเป็นพยานถามว่า

บุรุษผู้เจริญ !
ท่านรู้อย่างไร ท่านจงกล่าวไปอย่างนั้น ดังนี้

บุรุษนั้น
เมื่อไม่รู้ ก็กล่าวว่า ไม่รู้
เมื่อรู้ ก็กล่าวว่า รู้
เมื่อไม่เห็น ก็กล่าวว่า ไม่เห็น
เมื่อเห็น ก็กล่าวว่า เห็น

เพราะเหตุตนเอง
เพราะเหตุผู้อื่น หรือ
เพราะเหตุเห็นแก่อามิสไร ๆ

ก็ไม่เป็นผู้กล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

และสอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงการกล่าวมุสาไว้แก่ราหุล

ราหุล !
เรากล่าวว่า

กรรมอันเป็นบาปหน่อยหนึ่ง ซึ่งนักบวชที่ไม่มีความละอาย
ในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จ จะทำไม่ได้หามีไม่

เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ เธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ว่า

เราทั้งหลายจักไม่กล่าวมุสา แม้แต่เพื่อหัวเราะกันเล่น ดังนี้

ราหุล !
เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้

.. ๑๓/๑๒๓/๑๒๖

ศีลข้อที่ 5
(สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐานา เวรมณี
...)

เธอนั้น
ละ
สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐาน
เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งของความประมาท

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

หากพิจารณาถึงศีล 5 โดยบท พยัญชนะ ที่เป็นภาษาบาลีแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า การรักษาศีล 5 ในศีลข้อที่ 4 นั้น มิได้หมายรวมถึงการ

ละปิสุณวาท คือ ละคำยุยงให้แตกกัน
ละผรุสวาท คือ ละคำหยาบ
ละสัมผัปปลาวาท คือ ละคำเพ้อเจ้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัมมาวาจาในอริยมรรคมีองค์ 8

และในศีลข้อ 5 ก็มิได้หมายรวมถึง การละสิ่งเสพย์ติดอย่างอื่น (ที่มิใช่สุราและเมรัย) แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้จับฉวยได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย ก็ควรค่าแก่การสรรเสริญมากกว่าการติเตียน อยู่แล้ว

เพียงแต่ หากเราเข้าใจนิยามศัพท์ได้อย่างถูกต้อง การจำแนกสิ่งแปลกปลอมออกจากสิ่งนั้น ๆ ก็จะเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น

และด้วยความที่ศีลเป็นเรื่องของกรรมโดยตรง จึงเป็นไปไม่ได้ที่การมีศีลและการทุศีลของคนคนหนึ่ง จะไม่มีวิบากกรรมใด ๆ เกิดขึ้นกับคนคนนั้น

และวิบากกรรมดังกล่าว ก็อยู่ภายใต้ กฎแห่งเจตนา หรือ กฎแห่งกรรม อย่างที่เรารู้จักกัน ดังที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
สัตว์ทั้งหลาย

เป็นผู้มีกรรมเป็นของตน
เป็นทายาทแห่งกรรม

มีกรรมเป็นกำเนิด
มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

กระทำกรรมใดไว้ ดีก็ตามชั่วก็ตาม
จักเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น

ทสก. อํ. ๒๔/๓๑๑/๑๙๓

หากจำแนกตามวิบากแห่งกรรม พระศาสดาตรัสถึงผลของการมีศีลและทุศีลไว้ ดังต่อไปนี้

ประการแรก ผลของการมีศีลในแต่ละข้อ

การรักษาศีลข้อที่ 1 เป็นไปเพื่อสุคติ โลก สวรรค์ หรือ การมีอายุยืน ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่มาณพ

มาณพ !
บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็น...
สตรี
บุรุษ ก็ตาม

ละปาณาติบาตแล้ว
เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต

วางอาชญา
วางศัสตราได้
มีความละอาย
ถึงความเอ็นดู
อนุเคราะห์ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่

เขาตายไป จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้

หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ที่ใด ๆ ในภายหลังจะเป็นคนมีอายุยืน

อุปริ. . ๑๔/ ๓๗๖ /๕๗๙

การรักษาศีลข้อที่ 1-4 ก็เป็นไปเพื่อสุคติ เช่นเดียวกัน ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
บุคคลบางคนในกรณีนี้

ละปาณาติบาต
เว้นขาดจากปาณาติบาต…

ละอทินนาทาน
เว้นขาดจากอทินนาทาน…

ละกาเมสุมิจฉาจาร
เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร…

ละมุสาวาท
เว้นขาดจากมุสาวาท...

เขาไม่กระเสือกกระสนด้วย
(กรรมทาง) กาย
(กรรมทาง) วาจา
(กรรมทาง) ใจ

กายกรรมของเขาตรง

วจีกรรมของเขาตรง
มโนกรรมของเขาตรง

คติของเขาตรง
อุปบัติของเขาตรง

ภิกษุทั้งหลาย !
สำหรับผู้มี...
คติตรง

อุปบัติตรง นั้น

เรากล่าวคติอย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดาคติสองอย่างแก่เขา คือ

เหล่าสัตว์ผู้มีสุขโดยส่วนเดียว
หรือว่า
ตระกูลอันสูง
ตระกูลขัตติยมหาศาล
ตระกูลพราหมณ์มหาศาล
ตระกูลคหบดีมหาศาลอันมั่งคั่ง

มีทรัพย์มาก
มีโภคะมาก
มีทองและเงินมาก
มีอุปกรณ์แห่งทรัพย์มาก

ภิกษุทั้งหลาย !
ภูตสัตว์ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้ คือ
อุปบัติ (การเข้าถึงภพ) ย่อมมีแก่ภูตสัตว์

เขาทำกรรมใดไว้
เขาย่อมอุปบัติด้วยกรรมนั้น

ผัสสะทั้งหลายย่อมถูกต้องภูตสัตว์นั้นผู้อุปบัติแล้ว

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าวว่า

สัตว์ทั้งหลาย เป็นทายาทแห่งกรรม ด้วยอาการอย่างนี้ ดังนี้

ทสก. อํ. ๒๔/๓๑๑/๑๙๓

และการรักษาศีลข้อที่ 5 เป็นไปเพื่อทางเจริญแห่งโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบ ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่พ๎ยัคฆปัชชะ

พ๎ยัคฆปัชชะ !
โภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบย่อมมีทางเจริญ ๔ ประการ คือ

…
() ไม่เป็นนักเลงสุรา
…

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เปรียบเหมือน
ทางน้ำเข้า ๔ ทาง
ทางน้ำออก ๔ ทาง ของบึงใหญ่

บุรุษ...
เปิดทางนํ้าเข้าเหล่านั้นด้วย และ
ปิดทางน้ำออกเหล่านั้นเสีย

ทั้งฝนก็ตกลงมาตามที่ควรด้วย

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เมื่อเป็นอย่างนั้น
ความเต็มเปี่ยมเท่านั้นที่หวังได้สำหรับบึงใหญ่นั้น
ความเหือดแห้งเป็นอันไม่ต้องหวัง
นี้ฉันใด

พ๎ยัคฆปัชชะ !
ผลที่จะเกิดขึ้นก็ฉันนั้น สำหรับโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบอย่างนี้แล้ว
ย่อมมีทางเจริญ ๔ ประการ

...
() ไม่เป็นนักเลงสุรา
...

อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๒๘๙ - ๒๙๓/๑๔๔

ประการที่สอง ผลของการทุศีลในแต่ละข้อ

การไม่รักษาศีลข้อที่ 1 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ การมีอายุสั้น ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
ปาณาติบาต ที่...
เสพทั่วแล้ว

เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก

กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งปาณาติบาตของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
มีอายุสั้น

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

การไม่รักษาศีลข้อที่ 2 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ ความเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
อทินนาทาน ที่...
เสพทั่วแล้ว

เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งอทินนาทานของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
ความเสื่อมแห่งโภคทรัพย์

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

การไม่รักษาศีลข้อที่ 3 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ การก่อเวรด้วยศัตรู ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
กาเมสุมิจฉาจาร ที่...
เสพทั่วแล้ว
เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจารของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
ก่อเวรด้วยศัตรู

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

การไม่รักษาศีลข้อที่ 4 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ การถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
มุสาวาท ที่…
เสพทั่วแล้ว
เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน

เปรตวิสัย

วิบากแห่งมุสาวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
การถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

และการไม่รักษาศีลข้อที่ 1-4 ก็เป็นไปเพื่อทุคติ เช่นเดียวกัน ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
คนบางคนในกรณีนี้
เป็นผู้มีปกติทำปาณาติบาต...
เป็นผู้มีปกติทำอทินนาทาน
...
เป็นผู้มีปกติทำกาเมสุมิจฉาจาร
...
เป็นผู้มีปกติทำมุสาวาท
...

เขากระเสือกกระสนด้วย
(กรรมทาง) กาย
(กรรมทาง) วาจา
(กรรมทาง) ใจ

กายกรรมของเขาคด
วจีกรรมของเขาคด
มโนกรรมของเขาคด

คติของเขาคด
อุปบัติ
(การเข้าถึงภพ) ของเขาคด

ภิกษุทั้งหลาย !
สำหรับผู้มี...
คติคด

อุปบัติคด นั้น

เรากล่าวคติอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาคติสองอย่างแก่เขา คือ

เหล่าสัตว์นรก ผู้มีทุกข์โดยส่วนเดียว
หรือว่า
สัตว์เดรัจฉานผู้มีกำเนิดกระเสือกกระสน ได้แก่
งู แมลง ป่อง ตะขาบ พังพอน แมว หนู นกเค้า หรือ
สัตว์เดรัจฉานเหล่าอื่นที่เห็นมนุษย์แล้วกระเสือกกระสน

ภิกษุทั้งหลาย !
ภูตสัตว์ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้ คือ
อุปบัติย่อมมีแก่ภูตสัตว์

เขาทำกรรมใดไว้

เขาย่อมอุปบัติด้วยกรรมนั้น

ผัสสะทั้งหลายย่อมถูกต้องภูตสัตว์นั้น ผู้อุปบัติแล้ว

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าวว่า

สัตว์ทั้งหลายเป็นทายาทแห่งกรรม ด้วยอาการอย่างนี้ดังนี้

ทสก.อํ. ๒๔/๓๐๙/๑๙๓

และการไม่รักษาศีลข้อที่ 5 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ ความเป็นบ้า ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐาน ที่...
เสพทั่วแล้ว

เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งการดื่มน้ำเมาของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
ความเป็นบ้า (อุมฺมตฺตก)

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

และเป็นไปเพื่อทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบ ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่พ๎ยัคฆปัชชะ

พ๎ยัคฆปัชชะ !
โภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบย่อมมีทางเสื่อม ๔ ประการ คือ

…
() ความเป็นนักเลงสุรา
…

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เปรียบเหมือน
ทางน้ำเข้า ๔ ทาง
ทางน้ำออก ๔ ทาง ของบึงใหญ่มีอยู่

บุรุษ...
ปิดทางน้ำเข้าเหล่านั้นเสีย และ
เปิดทางน้ำออกเหล่านั้นด้วย

ทั้งฝนก็ไม่ตกลงมาตามที่ควร

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เมื่อเป็นอย่างนั้น
ความเหือดแห้งเท่านั้นที่หวังได้สำหรับบึงใหญ่นั้น
ความเต็มเปี่ยมไม่มีทางที่จะหวังได้
นี้ฉันใด

พ๎ยัคฆปัชชะ !
ผลที่จะเกิดขึ้นก็ฉันนั้น สำหรับโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบอย่างนี้แล้ว
ย่อมมีทางเสื่อม๔ ประการ คือ

...
() ความเป็นนักเลงสุรา
...

อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๒๘๙ - ๒๙๓/๑๔๔

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงโทษของการไม่รักษาศีลข้อที่ 5 ไว้แก่คหบดีบุตร

คหบดีบุตร !
อริยสาวก ไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ ๖ ทาง (อบายมุข ๖)
คือ

(๑) การประกอบเนืองๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือ
สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์

...
คหบดีบุตร
!
โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือ
สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท มี ๖ ประการ คือ

() ความเสื่อมทรัพย์อันผู้ดื่มพึงเห็นเอง
() ก่อการทะเลาะวิวาท
() เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
() เป็นเหตุเสียชื่อเสียง
() เป็นเหตุไม่รู้จักละอาย
() เป็นเหตุทอนกำลังปัญญา

คหบดีบุตร !
เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือ
สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

นอกจากจำแนกตามวิบากแห่งกรรมแล้ว พระศาสดาตรัสถึงอานิสงส์แห่งศีลสัมปทาของผู้มีศีลไว้แก่คฤหบดีทั้งหลายว่า

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
อานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นอย่างไรเล่า
?
๕ ประการ คือ

บุคคลผู้มีศีลผู้ถึงพร้อมด้วยศีลในโลกนี้
ย่อมได้กองแห่งโภคะใหญ่ เพราะความไม่ประมาทเป็นเหตุ

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๑

อีกประการหนึ่ง
กิตติศัพท์อันงามของบุคคลผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีลย่อมขจรไป

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๒

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยศีล เข้าไปหาบริษัทใด คือ
ขัตติยบริษัท ก็ดี
พราหมณบริษัท ก็ดี
คหบดีบริษัท ก็ดี
สมณบริษัท ก็ดี

ย่อมเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่เก้อเขินเข้าไปหาบริษัทนั้น

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๓

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเป็นผู้ไม่หลงใหลกระทำกาละ

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๔

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๕

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
อานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล ๕ ประการนี้แล

ปาฏลิคามิยสูตร ๒๕/๑๘๒-๑๘๓/๑๗๐

และตรัสถึงโทษแห่งศีลวิบัติของผู้ทุศีลไว้แก่คฤหบดีทั้งหลายโดยนัยยะตรงข้ามว่า

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
โทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นอย่างไรเล่า
?

๕ ประการ คือ

บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติในโลกนี้
ย่อมเข้าถึงความเสื่อมแห่งโภคะใหญ่ เพราะความประมาทเป็นเหตุ

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๑

อีกประการหนึ่ง
กิตติศัพท์อันลามกของบุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ ขจรไปแล้ว

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๒

บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ เข้าไปหาบริษัทใด คือ
ขัตติยบริษัท ก็ดี
พราหมณบริษัท ก็ดี
คหบดีบริษัท ก็ดี
สมณบริษัท ก็ดี

ย่อมไม่แกล้วกล้า เก้อเขินเข้าไปหา

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๓

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ ย่อมเป็นผู้หลงใหลกระทำกาละ

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๔

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบายทุคติ วินิบาต นรก

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๕

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
โทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล ๕ ประการนี้แล

ปาฏลิคามิยสูตร ๒๕/๑๘๒-๑๘๓/๑๗๐

ซึ่งผลของการมีศีล ผลของการทุศีล อานิสงส์แห่งศีลสัมปทาและโทษแห่งศีลวิบัติก็อยู่ภายใต้ วิบากแห่งกรรม ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าววิบาก (ผลแห่งการกระทำ) แห่งกรรมทั้งหลายว่ามีอยู่ ๓ อย่าง คือ

วิบากในทิฏฐธรรม
(ทันควัน) หรือว่า
วิบากในอุปะปัชชะ (ในเวลาต่อมา) หรือว่า
วิบากในอปรปริยายะ (ในเวลาต่อมาอีก)

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๕๘,๔๖๓ - ๔๖๔/๓๓๔

เพียงแต่เราไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่า เวลาต่อมาและเวลาต่อมาอีกนั้น กินระยะห่างจากเวลาทันควันนานแค่ไหน

จะเป็นปี เดือน สัปดาห์ วัน ชั่วโมง นาที หรืออีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า นี้ก็ได้ !

จะยังคงทุศีลเสมอต้นเสมอปลาย หรือ สำรวมอินทรีย์เพื่อรักษาศีล 5 ไปจนวันตาย

นั่นก็ขึ้นอยู่กับ เจตนา ของเราเอง

มานับถอยหลังความตายให้กับชีวิตกันเถอะ

10-9-8-7-6-5-4-3-2-1... ขณะนี้ ที่นี่ เดี๋ยวนี้

รวบรวมและเรียบเรียง
หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า

ขึ้น 1-6 ค่ำ เดือน 12

โดย ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net