วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานปอยเหลินสิบเอ็ด ชาวไทใหญ่แม่ฮ่องสอน


 


อดีตกาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เริ่มมาจากการปกครองโดยชาวไทใหญ่
พญาสิงหนาทราชา เดิมชื่อ "ชานกะเล" เป็นชาวไทยใหญ่
ได้รวบรวมผู้คนที่มาจากต่างถิ่น มีแคว้นใต้คง อยู่ชายแดนจีน-พม่า
และที่ย้ายมาจากรัฐฉานกับรัฐกะฉิ่นที่เป็นชาวไทใหญ่ เชื้อสายเดียวกัน
ถือเป็นดินแดนเดียวกัน เป็นพี่น้องกัน เป็นชนชาติเดียวกัน ตั้งหมู่บ้านขึ้น
ชื่อว่า “บ้านขุนยวม”ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง จวบจนปี พ.ศ. 2417
จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น"เมืองแม่ฮ่องสอน" และพระเจ้าอินทวิชยานนท์
เจ้าครองนครเชียงใหม่ ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเลเป็น พญาสิงหนาทราชา และแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก ดังนั้นจังหวัดแม่ฮ่องสอน
จึงถือได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่แต่เดิมเป็นชาวไทใหญ่

ชาวไตใหญ่นั้นยึดมั่นในพุทธศาสนา และ มีวัดวาอารามที่เป็นศิลปะไทใหญ่
รวมทั้งประเพณีวัฒนธรรมในพุทธศาสนามากมาย หลายประเพณี
ในช่วงเทศกาลออกพรรษา ที่ผ่านมาชาวพุทธศาสนิกชนไทใหญ่ มีงาน
"ปอยเหลินสิบเอ็ด" ความเชื่อของชาวไทยใหญ่ที่มีสืบมาแต่โบราณว่า
ในวันออกพรรษานั้น จะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับลงมาจากสรวงสวรรค์หลังจากขึ้นไปแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระมารดา ชาวบ้านจึงได้สร้างปราสาทจำลองหรือ "จองพารา" ขึ้นเพื่อรับเสด็จ



จองพารานี้สร้างขึ้นจากโครงไม้ไผ่ ประดับประดาด้วยกระดาษสาและ
กระดาษแก้วหลากสีสัน ตัดฉลุเป็นลวดลายประดับประดาปราสาท
ให้สวยงาม นอกจากนั้นยังประดับประดาด้วยหน่อกล้วย ต้นอ้อย
ติดประดับโคมไฟ แล้วจึงยกไปตั้งไว้นอกชายคา นอกรั้วบ้าน
หรือกลางลานวัด ก่อนวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันออกพรรษา



พร้อมกันแล้วคืนวันต่อมาก็จัดขบวนแห่ฆ้อง-กลอง ที่เรียกว่ากลองม่าน
มีงานแสดง การเล่นของชาวไทใหญ่ แห่ขบวนไปโดยรอบหมู่บ้าน



สาวๆไทใหญ่แต่งชุดประจำเชื้อชาติ คล้ายชุดพื้นเมืองชาวเหนือ
และก็พูดภาษาสำเนียงที่สามารถสื่อสารกันได้กับชนพื้นเมืองบ้านเรา
เรียกว่าสุดสวยในรอบปี มาร่วมประเพณีในขบวนแห่

เสียงกระหึ่มของฆ้องกลองไตใหญ่ เป็นท่วงทำนองที่แปลกหูน่าฟัง
บรรเลงเข้ากับการแสดง-การเล่นของชาวไทใหญ่ เช่นการฟ้อนโต
การฟ้อนนกและสัตว์ต่างๆ อันเป็นการฟ้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไต



การรำโต หรือ ก้าโต เป็นการแสดงโดยให้ผู้แสดงสองคนมุดเข้าไปอยู่
ในหุ่นคล้ายกับกวาง ซึ่งไทใหญ่เรียกว่า โต เป็นสัตว์ในนิยายในสมัย
พระพุทธกาล จากนั้นก็จะเต้นรำไปตามจังหวะกลองยาวซึ่งการฟ้อนนก
และโตนี้ ส่วนใหญ่จะนิยมฟ้อนและรำในช่วงงานวันออกพรรษา
เนื่องจากชาวไทใหญ่มีความเชื่อ ว่า นก โต เป็นสัตว์ที่ได้ร่วมถวาย
การฟ้อนรำแด่พระพุทธเจ้า เพื่อต้อนรับแสดงความยินดี


 ก่อนจะถึงวันแรม 8 ค่ำ จะมีพิธี "หลู่เตนเหง" หรือพิธีถวายเทียนพันเล่ม
โดยชาวบ้านจะแห่ต้นเทียนที่ประดับด้วยเทียนต้นเล็กๆพันเล่มไปถวายวัด
และในวันแรม 8 ค่ำอันเป็นสุดท้ายของเทศกาลออกพรรษา จะมีพิธี
"ถวายไม้เกี๊ยะ"
หรือไม้สนภูเขาซึ่งเป็นไม้ที่มีน้ำมันสามารถใช้ในการจุดไฟ นำมามัดรวมกันเป็นต้นสูง แห่ไปทำพิธีจุดถวายเป็นพุทธบูชาที่วัด
เป็นการสิ้นสุดของประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด หรือประเพณีวันออกพรรษา
 


 โดยการจัดงานนั้นจะมีทั้งในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน และในอำเภอต่างๆ
เช่นอำเภอปาย อำเภอขุนยวม อำเภอแม่สะเรียง
ซึ่งก็ล้วนมีความน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ในวันออกพรรษานั้นชาวไทใหญ่
แม่ฮ่องสอนจะตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางมารวมกันตักบาตรเทโวที่
"วัดพระธาตุดอยกองมู" ซึ่งเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน



บนยอดดอยกองมูในเมืองแม่ฮ่องสอน ชาวบ้านนับพันจะเรียงรายกัน
ตลอดสองข้างทางเดินขึ้นดอยกองมู เรื่อยลงมาจนถึง"วัดม่วยต่อ"ที่อยู่
บริเวณเชิงเขา เพื่อตักบาตรพระเณรจำนวนนับร้อยที่จะเดินเรียงแถวลง
มาจากยอดดอยตามความเชื่อที่พุทธองค์เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์
เราเรียกว่า"ตักบาตรเทโว"นับเป็นภาพอันงดงามที่แสดงถึงความศรัทธา
ต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าของชาวไทใหญ่แม่ฮ่องสอน

:ภาพ และ เค้าเรื่อง:
เอื้อเฟื้อจาก"ป้าแป๋ว"คุณพรทิพย์ มช.171

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net