วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เครือข่ายอาสาสมัครในการจัดการอุบัติภัย กรณีจังหวัดสงขลา



สงขลาในวันที่ประสบอุบัติภัย กล่าวคือมีทั้งอุทกภัยและวาตภัย กระหน่ำซ้ำลงในเวลาเดียวกัน แม้นว่าจะ “มาเร็วไปเร็ว” แต่ความเสียหายอันรุนแรงก็ทิ้งร่องรอยไว้เป็นอนุสรณ์


ในห้วงเวลาอันทุกข์ยาก ด้านหนึ่งก็มีพลังแห่งความดีงามจากเครือข่ายอาสาสมัครจากภาคส่วนต่างๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือโดยที่ไม่มีการจัดตั้งหรือรอการสั่งการณ์ ต่างเล็งเห็นความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งบางท่านบอกว่า นี่คือเพื่อนร่วมชะตากรรม


ก่อนที่หน่วยงานภาครัฐจะตั้งหลักได้ ในความหมายถึงระบบ ที่จำเป็นจะต้องมีการสั่งการณ์ตามกลไกว่ากันไปตามอำนาจบังคับบัญชา ทำให้เกิดช่องว่างในการรับมือกับอุบัติภัยที่มิได้เลือกเวลาหรือรอสายบังคับบัญชาสั่งการ การเคลื่อนไหวของภาคเอกชนหรือภาคประชาชนที่มีจุดเด่นตรงที่อิสระและคล่องตัวกว่า องค์กรอาสาสมัครเหล่านี้ทำหน้าที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวได้ดี



ทีมสันติอโศก กว่า 700 ชีวิตเข้าช่วยเก็บขยะหาดใหญ่


มีทีวี.ของตัวเอง


ยกตัวอย่าง...นับจากวินาทีที่การสื่อสารผ่านระบบไฟฟ้าหรือคลื่นดิจิตอลถูกตัดขาด ระบบล่ม คงมีเพียงการสื่อสารผ่านระบบวิทยุบางแห่งที่พอส่งกระจายเสียงได้ หรือมีวิทยุสมัครเล่น และวิทยุที่เรียกขานกันว่า เครือข่ายวิทยุเครื่องแดงเท่านั้นก็พอจะช่วยเหลือส่งข่าวสาร หรือกระจายความต้องการ แบ่งปันความทุกข์ยากให้กันและกันในภาวะคับขัน


สงขลาอาจมีวิทยุเครื่องแดงโดยการจัดตั้งของกองทัพภาคที่ 4 รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นเครื่อง ในช่วงเวลาปกติ ได้ทำหน้าที่เฝ้าระวังในด้านความมั่นคง แต่ในภาวะอุบัติภัยเช่นนี้ เครือข่ายดังกล่าว ซึ่งว่าไปแล้วก็มีหลายกลุ่มหลายองค์กร ได้ใช้เป็นช่องทางหลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย


ศูนย์วิทยุอินทรี เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทดังกล่าว ในภาวะปกติก็มีการลาดตระเวนเมืองหาดใหญ่ทุกศุกร์-เสาร์ร่วมกับกองทัพ แล้วก็ช่วยเหลือประชาชนในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะรถกุญแจหาย ยางแบนฯลฯ ตามแนวทาง “เราพร้อมรับใช้สังคมด้วยจิตอาสา” คุณอนุชา อรรถธรรม เล่าให้ฟังว่า นี่คือเครื่องมือสื่อสารของภาคประชาชนที่ทรงอานุภาพ


“ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ใช้วิทยุเครื่องแดง เพียงแค่ไปจดทะเบียนขออนุญาตใช้และพกพาเท่านั้น ที่กสช. เราก็สามารถพกติดตัวมาใช้ประโยชน์ได้”


น้ำท่วมคราวนี้คุณอนุชาเอง ติดอยู่ในบ้าน อาศัยวิทยุเครื่องแดงนี่แหละที่ได้สื่อสารกับคนอื่น และก็ฟังวิทยุจาก วิทยุทรานซิสเตอร์ ใช้ถ่านแทนไฟฟ้า





ทีมนักศึกษาช่วยซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า


            ผู้ว่าสงขลาผ่านมาเยี่ยมเยือน


วิทยุกระแสหลักของมอ. FM.88.00 MHz เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ช่วยประสานความช่วยเหลือส่งต่อความต้องการไปยังผู้ที่ประสบเหตุและผู้ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ หรือเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ เฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารเพื่อการเตือนภัย ทั้งยังทำหน้าที่สมกับความเป็นสื่อ ในยามเกิดเหตุคับขัน กลายเป็นช่องทางหลัก เป็นที่พึ่งให้กับคนสงขลาจำนวนมาก ได้รับฟังข่าวสาร


คุณบัญชร วิเชียรศรี คุณอรุณรัตน์ แสงละออง ทำหน้าที่จัดรายการ เป็นสื่อกลางกระจายความช่วยเหลือไปให้ผู้ที่เดือดร้อน บางช่วงเวลาที่คับขัน สถานีวิทยุแห่งนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง หลายเหตุการณ์ที่เข้าด้ายเข้าเข็ม หรือระหว่างความเป็นความตาย การสื่อสารผ่านสถานีก็เป็นอีกตัวช่วยทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้


โรงบุญสัญจร โดย อ.ภาณุ พิทักษ์เผ่า ปีนี้ได้เข้ามาร่วมช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก เปิดโรงทานให้อาหารสด น้ำสะอาด ช่วยเหลือคนทุกชนชั้นไม่ว่ายากดีมีจน 3 มื้อต่อวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าจนถึง 1 ทุ่มของทุกวันเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน จำนวนคนที่มาใช้บริการไม่ต่ำกว่า พันคนต่อวัน


“เราได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนสมบูรณ์กุลกันยาให้ได้ใช้สถานที่ บริษัทหาดทิพย์ให้เต็นท์ วิทยุมอ.ช่วยสื่อสารความต้องการ เทศบาลนครหาดใหญ่ ให้รถสุขาและไฟฟ้า มีเจ้าของบ่อน้ำบาดาลช่วยสนับสนุนเรื่องน้ำ มีอาสาสมัครจากทั่วประเทศเข้ามาช่วยเหลือแบ่งเบาความทุกข์ บางคนมาช่วยร้องเพลง สร้างสีสันคลายความทดท้อในชีวิต”


บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้อ.ภาณุตระหนักถึงความต้องการของผู้ประสบเหตุ โดยเฉพาะเรื่องอาหารหรือน้ำ


“ทุกคนที่มากินอาหารที่โรงบุญ จะได้ทานอาหารร้อน ไม่บูดเน่า ทีมงานของเราจะซื้อถั่วเรายังต้องไปซื้อที่เป็นเมล็ดถั่วแล้วก็มาคั่วด้วยตัวเอง ล้างผัก เราต้องใช้ผงล้างผักหรือน้ำส้มสายชู เราต้องใช้เงินซื้อวัตถุดิบวันละ 1-2 หมื่นบาท”


โรงบุญแห่งนี้มียอดบริจาคสูงถึง 8 หมื่นกว่าบาท ไม่นับรวมการบริจาคที่เป็นวัตถุดิบอีกร่วมแสนบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวก็ได้นำไปใช้ในการจับจ่ายซื้อของ และนำไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่จำเป็นเร่งด่วน


การตั้งโรงบุญเป็นการทำให้คนรู้สึกว่ามีที่พึ่ง และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในฐานะที่เกิดมาเป็นเพื่อนพี่น้องร่วมชะตากรรม


ผลงานของนักศึกษาที่บ้านดอนคัน



หรือแม้กระทั่งในมหาวิทยาลัย นักศึกษาของหลายสถาบันมีโอกาสได้ร่วมกันลงมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งในส่วนที่เป็นการตั้งศูนย์บริจาคที่มอ. การช่วยเก็บขยะในเมืองหาดใหญ่ หรือการที่สถาบันการศึกษาจากนราธิวาส ได้แก่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้นำนักศึกษาในสายอาชีวะและการแพทย์ลงมาช่วยเหลือประชาชนในหาดใหญ่และคาบสมุทรสทิงพระ


มหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 48 รวมเอาสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ วิทยาลัยพยาบาล วิทยาลัยเกษตร วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีพตากใบ มายกระดับเป็นมหาวิทยาลัย เน้นการเรียนรู้ในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ในครั้งนี้ได้ช่วยเหลือชุมชน จัดตั้งศูนย์รับบริจาคในมหาวิทยาลัย นำสิ่งของไปบริจาคและลงมาตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ นำนักศึกษาร่วม 100 ชีวิตลงไปซ่อมแซมอาคาร ซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า


“นักศึกษาเหล่านี้จะได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาได้ใช้ประโยชน์ให้เพื่อนมนุษย์ ผศ.ประทีป รองอธิการบดีกล่าว


 

อาคารหลังจากได้รับการซ่อมแซม










นักศึกษากำลังทำงาน




บทเรียนครั้งนี้ หลายฝ่ายมองเห็นว่าสิ่งที่จะต้องปรับปรุงระบบอาสาสมัครต่อไปมีหลายประเด็นที่น่าสนใจได้แก่


· การจัดการระบบเตือนภัย บทเรียนของเครือข่ายวิทยุเครื่องแดงบอกว่า สิ่งแรกเราจะต้องจัดการข่าวลือ เครือข่ายที่จะรายงานข่าวจะต้องอยู่ในที่เกิดเหตุ ประสบเหตุหรือมองเห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเองเท่านั้น การทำงานในอนาคตเราสามารถผนวกข้อมูลจากหน่วยงานราชการกับข้อมูลจากประสบการณ์ตรงในพื้นที่ ประมวลผลข้อมูลเตือนภัยได้ชัดเจนมากขึ้น


· นักเรียนนักศึกษา ควรจะมีสาระวิชาด้านภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศในพื้นที่ของตน เพื่อความรับรู้ความเข้าใจในการปรับตัวหรือรับมือกับภาวะอุบัติภัย


· ในขณะเกิดเหตุ ควรมีการจัดระบบการจราจร การอพยพ ให้คล่องตัว ง่ายต่อการเข้าไปช่วยเหลือหรือการรับส่ง


· ใช้มาตรการทางผังเมือง แก้ปัญหาการสร้างบ้านจัดสรร หรือการก่อสร้างที่ขวางทางน้ำ รวมไปถึงการทำแผนที่เสี่ยงภัย จุดอพยพ


· มีศูนย์ Hotline ให้คำปรึกษา เยียวยาจิตใจ มีผู้นำทางจิตวิญญาณ(ทางศาสนา)มาช่วยให้คำแนะนำ ให้การปรึกษา


· มีกองบุญ หรือกองทุนฟื้นฟูอาชีพช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ให้การกู้ยืมโดยปลอดดอกเบี้ย


· มีระบบข้อมูลของศูนย์ประสานงานกลาง รวบรวมองค์กรเครือข่าย ความต้องการในการรับความช่วยเหลือ


· มีโรงบุญ 4 มุมเมือง รับของบริจาค ให้ความช่วยเหลือ เป็นโรงทาน


ทั้งนี้สิ่งแรกที่จะดำเนินการต่อไปนับจากนี้ก็คือ การร่วมมือกันจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอาชีพช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยร่วมมือกับหลายองค์กร รับบริจาคอุปกรณ์ เครื่องใช้มือสอง เพื่อนำมาขายในราคาถูกนำเงินเข้ากองทุน หรือระดมทุนจากผู้มีจิตสาธารณะ ร่วมการทำบุญช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก


ผู้สนใจให้ความช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินได้ที่ ชื่อบัญชี...มูลนิธิชุมชนสงขลา ธนาคารกรุงเทพสาขาหาดใหญ่ใน บัญชีเลขที่ 562-0-52250-7  โดย Fax สลิปการโอนเงินมาได้ที่ 074-474082 (โทร& Fax) หรือติดต่อคุณบุญเรือง ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิชุมชนสงขลา 084-7484137

อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราํิธิวาสราชนครินทร์มาให้กำลังใจ

สภาพเมืองหาดใหญ่หลังน้ำลด



ขยะยังมีเต็มเมือง


ผู้คนเข้ามารุึมซื้อสินค้าราคาถูก




โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net