วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บางเรื่องราวของกว่างโจวที่ควรรู้



          กว่างโจว-นครหลวงแห่งมณฑลกว่างตง
    
หลาย ๆ ท่านรู้จักว่านครกว่างโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกว่างตง ที่มักจะคุ้นหูมาแต่เก่าก่อนในชื่อ "กวางเจา" มณฑล "กวางตุ้ง" และในปัจจุบันนี้ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นมาถึงขีดสุด จนมาเป็นมหาเศรษฐีทางเศรษฐกิจในอันดับที่ 2 ของโลกอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ และปัจจุบันนี้คนไทยเชื้อสายจีน หรือคนไทยแท้ ๆ ก็ได้เรียนวิชาภาษาจีนกลางกันมากขึ้น ในประเทศไทยจึงมีลูกหลานของชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมาก ที่พูด-อ่าน-เขียน อักษรจีนใหม่ ที่คนจีนในประเทศจีน 1 พัน 3 ร้อยล้านกว่าคนเขาใช้กัน
     ภาษาจีนกลาง ในประเทศจีนเรียกว่า ภาษา "ผู่ทงฮว่า" หรือ "ฮั่นหยวี่" เพราะชาวจีนถือว่าตนเองเป็นชนชาติ "ฮั่น" ซึ่งเ็ป็นประชากรส่วนใหญ่ 92% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ที่มีอยู่ 56 ชนชาติ
     ประเทศไทยของเรา มีชาวจีนแต้จิ๋วอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก อาจจะเรียกได้ว่า ชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋ว มีมากกว่าชาวเมืองแต้จิ๋ว(จังหวัดเฉาโจว-มณฑล กว่างตง)ที่อยู่ในประเทศจีนเสียอีก เพราะชาวแต้จิ๋วในเมืองแต้จิ๋วและซัวเถา ในกว่างตงนั้น มีอยู่ทั้งหมดประมาณ น่าจะไม่เกินสิบกว่าล้านคน บวกลบห้าล้าน
     อิทธิพลของภาษาแต้จิ๋วจึงมีมากที่สุดในประเทศไทยและภาษาไทย
     ในปัจจุบันนี้ ลุงหนานปั๋นอ่านหนังสือพิมพ์ "คม-ชัด-ลึก" ทุก ๆ วันไม่เคยขาด เรียกว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ และดูข่าวจากโทรทัศน์บ้างถ้ามีโอกาส จะสังเกตุว่า การออกเสียงชื่อสถานที่ และชื่อบุคคลสำคัญในประเทศจีน ไม่เป็นมาตรฐานเหมือนกัน และไม่ค่อยถูกต้อง ทั้งผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ ผู้เล่าข่าวชื่อดังทั้งหลาย และตามหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ กลายเป็นชื่อที่เขียนออกมาเพี้ยน ๆ ฟังแปร่งหู อ่านแปร่งตา สำหรับคนไทยที่รู้ภาษาจีนที่มีมากมายในปัจจุบัน สาเหตุเป็นเพราะว่า ผู้แปลข่าว และผู้สื่อข่าว ได้แปลชื่อบุคคลหรือชื่อเมือง ในประเทศจีน ออกมาจากอักษรโรมัน ที่พวกฝรั่งเขาเขียน หรือ แปลเอาจาก สัทถอักษร "พินยิน" ของจีน ซึ่งเป็นตัวสะกดที่นักภาษาศาสตร์ของจีนใหม่ นำเอาอักษรโรมัน มาเป็นตัวสะกดในภาษาจีนกลาง แล้วผู้สื่อข่าวไทยนำมาแปลทับศัพท์ เพี้ยนไปจากภาษาจีนกลางซึ่งสะกดออกเสียงกันไปคนละเรื่องเลย เช่น กว่างโจว(ภาษาจีนกลาง) คำสะกด Guangzhou หนังสือพิมพ์เอามาเขียนว่า กวางโจว ที่ถูกต้องจะต้องเขียนว่า "กว่างโจว" แต่ถ้าเขียนเป็นคำที่เราคุ้นเคยมานาน ก็อาจจะเขียนว่า กวางเจา จะดีกว่า กวางโจว ซึ่งไม่ถูก นายกรัฐมนตรีจีน เวิน เจีย เป่า หนังสือพิมพ์มักจะเขียนชื่อท่านเป็น นายเหวิน เจีย เป่า ซึ่งผิด ตัวสะกดชื่อของนายยกจีนคนปัจจุบันเขาสะกดอย่างนี้ Wen jia bao ออกเสียงว่า "เวิน เจีย เป่า" มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นเสียงสะกดในอักษรไทยที่คนไทยคุ้นเคยมานาน ถ้าจะเขียนอย่างนี้ก็ไม่ถือว่าผิด แต่ถ้าเขียนตามภาษาจีนกลางจะต้องเขียนว่า "กว่างตง" Guangdong  กว่าง แปลว่า กว้างขวาง ตง แปลว่า ตะวันออก ภาษากวางตุ้ง ออกเสียงว่า กว๋องตุ๋ง กว่างโจว ออกเสียงว่า กว่องเจ๋า เช่นเดียวกัน เมืองแต้จิ๋วซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของมณฑลกว่างตง แต่พูดกันคนละภาษาฟังกันไม่รู้เรื่องกับคนกวางตุ้ง ภาษาจีนกลาง ออกเสียงเมืองแต้จิ๋วว่า "เฉาโจว" Chaozhou เมืองซัวเถาของคนแต้จิ๋ว จีนกลางออกเสียงว่า "ซ่านโถว" Santou
     ดังนั้นจึงอยากเสนอให้หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฝ่ายข่าวต่างประเทศ และบรรดาหนังสือพิมพ์ไทยทุกฉบับ และสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ควรจะมีบุคลากรที่สามารถอ่าน-พูด-เขียน ภาษาจีน(แบบใหม่) ประจำการสัก 1 คนได้แล้ว เพราะปัจจุบันนี้ คนไทยอ่านจีนได้มีเยอะมากและเช่นเดียวกัน คนจีนที่อ่านไทยได้ก็เข้ามาทำงานหรือทำธุรกิจในประเทศไทย ก็มีมากเช่นกัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ปัจจุบันนี้ เราจะต้องยอมรับว่า ประเทศจีน มีความเจริญก้าวหน้าและยิ่งใหญ่มากที่สุดเพียงใด ดังนั้น องค์กรใดก็ตาม ที่มีความจำเป็นต้องสื่อสารเกี่ยวกับจีน หรือถ่ายทอดข่าวสารบ้านเมืองของประเทศจีน จะต้องตื่นตัวแล้วจำเป็นที่ต้องมีบุคลากร ที่มีความรู้ในด้านภาษาจีนกลาง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยกตัวอย่างหนังสือพิมพ์รายวัน ที่เขียนชื่อผู้นำจีน หรือบุคคลในข่าวของประเทศจีน ชื่อสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศจีน จะเขียนแบบผิด ๆ ถอดเสียงออกมาเขียนเป็นอักษรไทยไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่า คนไทยส่วนมาก จะไม่ทราบหรือไม่สนใจก็ตาม แต่คนไทยเชื้อสายจีนในรุ่นปัจจุบันที่อ่านอักษรจีนใหม่ได้ หรือคนไทยที่เรียนภาษาจีนใหม่ อ่านแล้วจะรู้สึกขัดหูขัดตาบ้าง แต่ลุงหนานปั๋นก็อยากเสนอให้มีบุคคลากรที่รู้ภาษาจีนเพื่อความถูกต้องในการสื่อสาร โดยส่วนตัวมองว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นเสียแล้วสำหรับคนไทยเรากับประเทศจีนยักษ์ใหญ่มหามิตร(ที่แท้จริง)ของไทยเรา ดูองค์สมเด็จพระเทพฯ ท่านเป็นแบบอย่าง ท่านเป็น 1 ใน 10 ชาวต่างชาติ ที่ผลโหวตจากชาวจีนทั่วประเทศ ที่คนจีนรักมากที่สุด 10 ท่านและที่สำคัญ พระองค์ท่าน เป็น 1 ใน 3 จาก 10 ท่านที่เป็นคนต่างประเทศที่ชาวจีนรักมากที่สุด ที่ยังทรงพระชนม์ชีพและมีชีวิตอยู่ อีก 7 ท่านที่สิ้นชีพไปแล้วนั้น เป็นบุคคลสำัคัญของโลกและของประวัติศาสตร์การปฏิวัติของจีน เช่น มาดามแอนนา หลุยส์ สตรองค์ และ คุณเิอ็ดการ์ สโนว์ ชาวอเมริกัน ที่เผยแพร่ความจริง ของการต่อสู้พรรคคอมมิวนิสต์จีนให้กับคนทั้งโลกเมื่อ 70-80 ปีก่อน
     ทีนี้มาว่ากันถึงรายละเอียดตามหัวข้อที่จั่วไว้ นั่นคือ บางเรื่องราวของกว่างโจวที่ควรรู้
     กว่างโจว เป็นเมืองประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของประเทศจีน เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจการค้าการพาณิชย์ทางภาคใต้สุดของจีน เป็นเมืองท่าหน้าด่านที่สำคัญในการค้าขายต่างประเทศ และเป็นเมืองที่เป็นผู้นำในการเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงปฏิวัติระบอบศักดินาเก่าของจีน มณฑลกว่างตงจึงเป็นมณฑลที่มีความเจริญมากในปัจจุบัน
     ขอเอ่ยในภาพรวมของมณฑลกว่างตง ก่อน กว่างตงเป็นมณฑลชายฝั่งทะเลใต้สุดของจีน คนจีนส่วนใหญ่ของที่นี่พูดภาษา เย่ ชื่อย่อของกว่างตงจึงเรียกว่า เย่ ภาษาเย่ หรือภาษากว่างตง ที่คนกวางตุ้ง (กว๋องตุ๋ง) เรียกว่า ภาษา ยับ นั่นแหละ เป็นภาษาพูดของคนส่วนใหญ่ที่นี่ รวมทั้งฮ่องกงด้วยเช่นกันที่พูดภาษานี้ รวมถึงส่วนหนึ่งของมณฑลกว่างซี(กวางสี-กว้างขวางทางตะวันตก)ด้วย ที่พูดภาษาเย่ หรือภาษายับนี้ แต่ในกว่างตง ยังมีชาวจีนอีก 3 กลุ่ม ที่พูดภาษาไม่เหมือนกัน นั่นก็คือ จีนเฉาโจว หรือแต้จิ๋ว จีนเค่อเจียหรือฮากกา(จีนแคะ)ซึ่งอาศัียอยู่มากที่สุดในประเทศจีนที่จังหวัดเหมยโจว และจีนไห่หนาน หรือไหหลำ ที่อยู่ทางใต้สุดของมณฑล และเกาะไห่หนาน ที่แยกออกไปเป็นมณฑลเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ในประเทศไทย มีชาวไทยเชื้อสายจีนจากมณฑลกว่างตงมาอาศัยพึ่งพระบรมโพธิสมภารทั้ง 4 กลุ่ม คือจีนกว่องต๋ง จีนแต้จิ๋ว จีนฮากกา และจีนใหหนำ(ชาวใหหนำแห่งประเทศไทยมีมติให้ใช้คำนี้)
     มณฑลกว่างตงเป็นถิ่นกำเนิดของนักปฏิวัติที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์จีน 2 ท่าน ซึ่งทั้งสองท่านนั้นล้วนเป็นชาวกว่างตงเชื้อสายฮากกาทั้งสอง คือ หงซิ่วฉวน ผู้นำกบถชาวนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เขาสามารถสร้างอาณาจักร "ไท่ผิงเทียนกว๋อ" ขึ้นได้ ถึง ครึ่งประเทศจากกว่างตงขึ้นไปจนถึงเขตแม่น้ำฉางเจียง(คนไทยเรียกแยงซีเกียง) สามารถตั้งเมืองหลวงได้ที่ หนานจิง ในสมัยปลายราชวงศ์ชิง แต่สุดท้ายก็ถูกกองทัพต้าชิงปราบลงได้สำเร็จ ท่านต่อมาคือ "ด๊อกเตอร์ซุนจงซาน" หรือ ซุนอี้เซียน(ซุนยัดเซ็น) บิดาประเทศจีน ซึ่งเป็นชาวจีนฮากกาที่เกิดทางตอนใต้ของมณฑลกว่างตงปัจจุบันรัฐบาลจีนตั้งชื่อหมู่บ้านเกิดของท่านว่า "นครจงซาน" เพื่อเป็นเกียรติยศแด่ท่าน ซุนจงซานเป็นผู้นำการปฏิวัติ "ซินไฮ่" ที่สามารถโค่นล้มราชวงศ์ชิง เป็นการสิ้นสุดประวัติศาสตร์แห่งราชอาณาจักรจีนอันยิ่งใหญ่ที่ปกครองโดยกษัตริย์ และระบบศักดินามาเป็นระบบสาธารณรัฐ ท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งพรรค "กว๋อหมินต่าง" หรือพรรคประชาราษฎร์ ที่คนไทยเรียกตามชาวจีนแต้จิ๋วว่า ก๊กมินตั๋ง
     นอกจากนี้ กว่างตง ในสมัยยุคล่าอาณานิคม ยังเป็นสมรภูมิสู้รบระหว่างประชาชนชาวจีนและขุนนางจีนที่รักชาติในสมัยราชวงศ์ชิง ที่เรียกว่า "สงครามฝิ่น" โดย "หลินเจ๋อสวี" ขุนนางจีนผู้รักชาติต้องการให้ประชาชนจีนที่ติดฝิ่นกันงอมแงม จนประเทศขาดดุลการค้าอย่างมหาศาลประชาชนไม่เป็นอันต้องทำอะไร เพราะมัวแต่เสพฝิ่นอย่างเดียว จักรพรรดิ์เต้ากวาง บิดาของ จักรพรรดิ์เสียนเฟิง สามีของ ฉือซีไท่โฮ่ว(ซูสีไทเฮา) จึงส่งหลินเจ๋อสวี ให้มาปราบพวกติดฝิ่น หลินเจ๋อสวี จึงออกกฏห้ามเสพฝิ่น และห้ามขายฝิ่น และนำเอาฝิ่นที่มีอยู่ในคลังที่กว่างโจวไปเผาทิ้ง สร้างความโกรธแค้นให้กับฝรั่งชาติอังกฤษของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียเป็นอย่างยิ่งจนถึงขั้นทำสงครามสู้รบกัน หลินเจ๋อสวีก็ไม่สะทกสะท้าน สั้งตั้งด่านสกัดกองเรือรบอังกฤษ ด้วยการขึงโซ่เหล็กขนาดใหญ่ เป็นทาง ๆ ระหว่างสองฝั่งแม่น้ำจูเจียง หรือแม่น้ำ "ไข่มุก" ที่ไหลผ่านนครกว่างโจว แต่สุดท้าย ผู้อ่อนแอ ก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้แก่ผู้แข็งแรงกว่า อังกฤษมีชัยในสงครามฝิ่น จึงได้ใจ ขอยึดปฏิกรณ์สงครามด้วยการเอาดินแดนฝั่งเกาลูน หรือจิ่วหลง ที่อยู่ติดแผ่นดินใหญ่ของกว่างตง เข้ารวมกับ เกาะฮ่องกง (เชียงกั่ง-เกาะหอม) เสียเลย
     ปัจจุบันนี้ หลินเจ๋อสวี จึงเป็นวีรบุรุษ ที่ชาวกว่างตง และชาวจีนทั่วไปให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่ง
     มาถึงเรื่องของนครกว่างโจว เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของประเทศจีน เป็นรองแต่เพียงมหานครซ่างไห่(เซี่ยงไฮ้) เท่านั้น และยังเป็นเมืองศูนย์กลางของศิลป-วัฒนธรรมของจีนภาคใต้ มีสถาปัตยกรรม ปฏิมากรรม ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับจีนภาคเหนือ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้า การศึกษา และเมืองที่มีความอิสระเสรีของผู้ที่อยู่อาศัยมากที่สุดเนื่องด้วยอยู่ไกลจากเมืองหลวงเป่ยจิง (ปักกิ่ง) มาก กว่างโจวจึงเป็นศูนย์รวมของบรรดานักคิด นักปฏิรูป นักปฏิวัติ สังคม เป็นจำนวนมาก ในช่วง 100 ปีลงมา จนกระทั่้งสามารถสร้างประเทศจีนใหม่ มาเป็นสาธารณรัฐจีน และสาธารณรัฐประชาชนจีนในที่สุด
     นครกว่างโจว ถือกันว่าเป็นเมืองแห่งแพะ เพราะตามตำนานเล่ากันว่าในอดีต สมัยนั้นกว่างโจวแห้งแล้งกันดารมาก เทวดาจึงลงมาจากสวรรค์เพื่อช่วยเหลือคนกว่างโจว โดยแปลงมาในร่างของแพะห้าตัว คาบรวงข้าวมาให้ประชาชนใช้เพาะปลูกและนับตั้งแต่นั้นมากว่างโจวก็กลับมาเจริญรุ่งเรืองอยู่ดีกินดีตั้งแต่บัดนั้น ดังนั้น กว่างโจว จึงมีนามแฝงว่า "เมือง 5 แพะ" ปัจจุบัน ยังมีอนุสาวรีย์ ห้าแพะ อยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ กลางใจเมืองที่แกะสลักจากหินอย่างสวยงาม
     สถานที่ที่น่าสนใจควรไปเที่ยวในกว่างโจว ได้แก่ พิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลกว่างตง จะแสดงถึงประวัติศาสตร์ทุกยุคสมัยของจีนที่เกี่ยวกับมณฑลกว่างตงและนครกว่างโจว บ้านของคนตระกูล"เฉิน" ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่โบราณสถานที่สวยงามมาก เป็นศิลปแบบกว่างตงแท้ ๆ ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และถ้าใครอยากเที่ยวชมย่านการค้าเก่าแก่โบราณร่วมสมัย ต้องไปที่ถนนปักกิ่ง(เป่ยจิงลู่) ที่นี่จะมีสินค้าทุกอย่างให้เลือกซื้ออย่างหนำใจ เช่นยาจีนอย่างดีแขนงต่าง ๆ ร้านขายของที่ระลึก รวมไปถึงร้านขายสินค้าแบรนด์เนมทั้งแท้ทั้งเทียมต่าง ๆ มากมาย-ลุงหนานปั๋นไปกว่างโจวมาก็หลายครั้งแล้ว ไปทีไร กว่างโจวก็เจริญขึ้นทุกที เรียกได้ว่า มณฑลกว่างตงเป็นมณฑลที่เจริญที่สุดของประเทศจีนก็ว่าได้เพราะความเจริญของกว่างตง นับจากนครกว่างโจวมันเจริญเชื่อมถึงกันเป็นปริมณฑลเีดียวกันหมดอย่างแยกไม่ออกตั้งแต่นครกว่างโจว เมืองจงซาน เมืองจูไห่ เมืองเซินเจิ้น เมืองฮุ่ยโจว เมืองซ่านโถว เมืองเฉาโจว มันจะมีการติดต่อกันยาวเชื่อมถึงกันไปหมดอย่างแยกไม่ออกว่าตรงไหนอยู่ในเขตการปกครองของเมืองอะไร ท่านใดสนใจอยากไปเที่ยวประเทศจีน ถ้าอยากไปใกล้ ๆ ก็น่าจะลองไปกว่างตง ไปลงที่ กว่างโจว หรือ เซินเจิ้น ก็ได้ (เซินเจิ้น-หนังสือพิมพ์ชอบเขียนว่า เสิ่นเจิ้น-ไม่ถูกครับต้องออกเสียงว่า เซินเจิ้น ถึงจะถูกตามภาษาจีนกลาง ภาษากว่างตงหรือภาษายับ เขาออกเสียงว่า ซ่ามจั่น)
     การออกเสียงสถานที่ของจีน ถ้าเป็นเมืองหรือมณฑลที่เราใช้ภาษาแต้จิ๋วจนเราชินแล้วก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาษาไทยแล้ว ไม่จำเป็นต้องเขียนตามภาษาจีนกลาง เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนสิน เสฉวน(ซื่อชวน) กวางตุ้ง(กว่างตง) กวางเจา(กว่างโจว) ไต้หวัน(ไถวาน) แต้จิ๋ว ซัวเถา ฮกเกี้ยน(ฝูเจี้ยน) ธิเบต(ซีจ้าง) ซูสีไทเฮา(ฉือซีไท่โฮ่ว) บูเช็คเทียน(อู๋เจ๋อเทียน) เหล่านี้เป็นต้น.
ขอขอบพระคุณที่ติดตาม-หนานปั๋นคนขี้จ่ม(ขี้จ่มเป็นภาษาล้านนา แปลว่า-ขี้บ่น)

โดย ลุงหนานปั๋น

 

กลับไปที่ www.oknation.net