วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ใครบอกว่า “หมอเหวง” เสียหน้า


        

ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อว่า “หมอเหวง” เสียหน้าที่โดนชาวบ้านตะโกนด่าที่หน้าสยามสแควร์เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว

            แค่โดนผู้หญิงคนหนึ่งบริภาษในที่สาธารณะแค่นั้น ขืนเสียหน้าก็ไม่ใช่ “หมอเหวง”

 

            เพราะขนาดโดนสื่อมวลชนประณามว่ากลับกลอก “หมอเหวง”  ยังไม่รู้สึกอะไรเลย

 

                หรือโดนสถานีโทรทัศน์บางช่องเอาเทปตอนขึ้นเวที “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”  ด่า อดีตนายกฯ ทักษิณ ยังกับหมูกับหมา  มาให้ฟังกันจะๆ  เพื่อเปรียบเทียบกับบทที่ต้องแสดงความอาลัยอาวรณ์ที่มีต่อทักษิณบนเวที “แนวร่วมประชาชนเพื่อขับไล่เผด็จการ” วันนี้

 

                “หมอเหวง” ก็ยังไม่แสดงอาการสะทกสะท้านแม้แต่นิดเดียว

 

                เพราะฉะนั้นอย่าไปหวังเลยว่าแค่ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่สยามสแคว์จะทำให้ “หมอเหวง”  หน้าซีดหรือเสียหน้าเหมือนที่หนังสือพิมพ์หลายฉบับพาดหัว

 

            ถ้า “หมอเหวง” สามารถประณามอดีตนายกฯ ทักษิณว่าเป็นคนขายชาติได้ และสามารถกลับลำหันมาชูธงเชียร์อดีตนายกฯ ร่วมกับกลุ่มคนรักทักษิณได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนต่อมา  ด้วยการอ้างเหตุผลของ “หลักการ” 

 

         ก็คงไม่ต้องหวังว่า “หมอเหวง” จะแคร์ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์อะไรอีก

 

            นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ “ความดี” ของระบอบทักษิณ

 

          เพราะมันช่วยทำให้เราได้เห็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน     ได้เห็นคนที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นกับสิ่งที่พูดไปหรือทำไป

 

            ได้เห็นคนที่วันหนึ่งพูดอย่างแต่อีกวันทำอีกอย่าง

 

           “หมอเหวง”  ไม่ยี่หระต่อเสียงด่าทอที่สยามสแควร์หรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามหน้าหนังสือพิมพ์  ก็ไม่ว่าอะไร

 

           แต่อยากรู้เหมือนกันว่า “หมอเหวง” จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับลูกหลานให้เข้าใจได้อย่างไร

 

           ว่างๆ  “หมอเหวง”  ควรเอาเทปที่ขึ้นเวทีลากไส้ทักษิณออกมาเป็นขดๆ   ประณามอดีตนายกฯ เสียไม่มีอะไรดี มาเปิดให้ลูกๆ หลานๆ ที่บ้านฟัง

 

           เพราะนี่จะเป็นบทเรียนการเมืองที่สำคัญมาก

 

           คนรุ่นต่อไปจะได้รู้ว่าคนที่อ้างว่าทำเพื่อหลักการ หรือคนที่อ้างว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในยุคนี้นั้น ต้องมี “ความสามารถพิเศษ”  ในการพลิกไปมาโดยไม่ต้องแคร์เสียงชาวบ้านยังไง

 

            ผมคนหนึ่งละที่คงไม่มีทางมี “ความสามารถพิเศษ” อย่างนั้นได้

 

         แค่นึกถึงหน้าของลูกๆ ผมก็นอนไม่หลับแล้ว

 

               

               

           

 

                 

  

 

               

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย เทพชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net