วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปอินเดีย แสวงบุญ ด้วย “ผ้าดิ้นทอง”


ไปอินเดีย รักประเทศไทยมากขึ้น

 นายเอนก จงเสถียร กรรมการบริหาร MMP CORPORATION กล่าวว่า ได้ร่วมเดินทางเส้นทางแสวงบุญมา 7 ครั้งแล้ว ทุกครั้งที่มา กลับไปแล้ว รู้สึก รักเมืองไทยมากขึ้นทุกที จึงตั้งใจว่า จะมาให้ได้ทุกปี

 ครั้งแรกที่มานั้น เป็นชุดบุกเบิกเส้นทางนี้ ไม่มีเส้นทางบินกรุงเทพ –พุทธคยา-พาราณสี แต่ละแห่งต้องเดินทางด้วยรถยนต์ ถนนขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ความยากลำบาก อาหารที่ไม่คุ้นเคย ถนนที่ขรุขระ หลุมบ่อ ห่างไกล ต้องเดินทางนับเป็นวันๆ กว่า 10 -12 ชั่วโมงขึ้นไป

 การเดินทางมาอินเดียแล้ว ทุกครั้ง เดินทางครบ 4 สังเวชนียสถานทุกครั้ง 

 ชาวพุทธที่เดินทางมาแสวงบุญในอินเดีย-เนปาล วันนี้ ไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิด ความยากลำบากนั้น พระไทยและวัดไทย ได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้ ทั้งน้ำสะอาด อาหาร ที่พัก จองล่วงหน้าไว้ให้พร้อม เป็นการเดินทางที่ห่างไกลและใช้เวลามาก ถูกดัดแปลงให้เป็น “โรงธรรมเคลื่อนที่” ตลอดเวลา 8-10 ชั่วโมงของการเดินทางแต่ละเมือง

 ยิ่งทำบุญ ยิ่งเดินทาง ยิ่งได้มาเยือน ยิ่งได้เห็นพุทธศาสนา ยิ่งรู้ถึงพุทธประวัติมากขึ้น ยิ่งทำให้เห็นศรัทธา ได้เห็นความยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปราถนาของคณะสงฆ์ไทยที่ได้ตั้งมั่นศรัทธาเผยแพร่ศาสนาที่ดินแดนพุทธภูมิ
 ทุกครั้งที่มาอินเดีย กลับไป รู้สึกรักเมืองไทยมากขึ้น
 

แสวงบุญ ด้วย “ผ้าดิ้นทอง”

 ดร.ปานปรีย์ มหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้าไทย ได้เตรียมผ้าดิ้นทอง เพื่อเป็นการสักการะพระพุทธเจ้า ให้นำมาห่มพระแห่งละ 3 ชุด แต่ละชุดก็แตกต่างกันไป  ชุดหนึ่งมี 3 ผืนนำมาห่มให้พระเมตตา ที่อยู่ชั้นล่างของพุทธคยา เมืองคยา สถานที่ตรัสรู้ อีกผืนห่มต้นโพธิพระอานนท์ ที่วัดเชตวันมหาวิหาร นครสสาวัตถี ซี่งเป็นหน่อเดียวกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และอีกผืนหนึ่งเตรียมไว้สำหรับห่มที่เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานพระพุทธเจ้า

 

 ก่อนนำมา ได้เตรียมผ้าสักการะบูชาที่ห้องพระไว้สามสัปดาห์ นั่งสมาธิและสวดมนต์ในห้องพระทุกวัน 

โดย ลุงแจ่ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net